ตอนที่2 - 1
เสียงล้อรถม้าบดขยี้กรวดหินบนถนนสายเปลี่ยวประหนึ่งเสียงกระดูกที่ถูกบดละเอียด รถม้าคันมหึมาสีดำทะมึนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรพุ่งทะยานฝ่าความมืดมิดแห่งยามราตรี ทิ้งลานประมูลโสมมของตลาดมืดไว้เบื้องหลัง ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและถูกบุด้วยพรมขนจิ้งจอกหิมะหนานุ่ม อากาศกลับเย็นเยียบและหนักอึ้งจนแทบสูดลมหายใจไม่เข้า กลิ่นกำยานไม้หอมราคาแพงที่จุดไว้ตรงมุมห้องไม่อาจกลบกลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากบุรุษผู้ครอบครองพื้นที่ฝั่งตรงข้ามได้เลย
ฟางหรูเยว่ถูกโยนกระแทกลงบนพื้นพรมอย่างไร้ความปรานี ร่างกายของนางบอบช้ำและไร้เรี่ยวแรงจากพิษยาสลายกำลังที่ฮูหยินหลี่กรอกใส่ปากเมื่อคืนก่อน หญิงสาวกัดริมฝีปากที่แห้งผากจนห้อเลือดเพื่อข่มความเจ็บปวด นางพยายามหยัดกายขึ้นนั่งหลังตรง แม้สวมเพียงชุดผ้าป่านหยาบกระด้างที่ทั้งขาดวิ่นและเปื้อนโคลน ทว่ากระดูกสันหลังของนางกลับตั้งตรงอย่างหยิ่งทะนง ไม่ยอมค้อมหัวให้ความอัปยศใดๆ
เบื้องหน้าของนาง กู้เสวียนเช่อนั่งเอนกายอยู่บนตั่งกว้าง ท่วงท่าของเขาผ่อนคลายทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่กำลังหมอบรอขย้ำเหยื่อ นัยน์ตาสีนิลคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหลุบมองร่างที่สั่นเทาของนางอย่างเย็นชา เสื้อคลุมสีดำปักลายพยัคฆ์ด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงสลัวจากโคมระย้า เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติแต่อำมหิตจนน่าขนลุก
"ล้างหน้านาง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นทำลายความเงียบ สิ้นคำสั่ง องครักษ์หญิงในชุดรัดกุมสีดำที่นั่งอยู่หน้ารถม้าก็ขยับตัวทันที นางถือถุงน้ำใบเล็กบรรจุน้ำสะอาดพร้อมผ้าฝ้ายตรงเข้ามาหาหรูเยว่ มือหยาบกร้านขององครักษ์หญิงคว้าหมับเข้าที่ปลายคางของอดีตคุณหนูใหญ่ตระกูลฟาง ออกแรงบีบบังคับให้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถูคราบเขม่าขี้เถ้าและดินโคลนบนใบหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับกำลังลอกคราบ
หรูเยว่ไม่ขัดขืน นางไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ปล่อยให้ผ้าผืนนั้นเสียดสีกับผิวหน้าจนแสบแดง ผ้าในมือองครักษ์หญิงเปลี่ยนเป็นสีดำขุ่นมัว หยดน้ำเย็นเฉียบไหลรินไปตามลำคอระหง เมื่อคราบสกปรกหยดสุดท้ายถูกเช็ดออกไป องครักษ์หญิงก็ถอยร่นกลับออกไปนั่งที่เดิม ทิ้งให้ใบหน้าที่แท้จริงของสินค้าไร้ชื่อปรากฏแก่สายตาของมัจจุราชหนุ่ม
ความเงียบโรยตัวลงมาในรถม้าอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับเจือไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น กู้เสวียนเช่อหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาที่เคยมืดบอดด้วยความเฉยเมยพลันปรากฏรอยกระเพื่อมไหว
ภายใต้คราบสกปรกโสมมนั้น คือรูปโฉมที่งดงามจนสามารถล่มเมืองได้ ผิวพรรณของนางขาวกระจ่างราวกับหยกมันแพะชั้นเลิศ แม้จะซีดเซียวและมีรอยแดงจากการถูกเช็ดอย่างแรง ทว่ากลับยิ่งขับเน้นให้ความงามนั้นดูเปราะบางแต่น่าค้นหา คิ้วเรียวโก่งดุจคันศร รับกับจมูกโด่งรั้น และริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เม้มเข้าหากันแน่น ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาที่สุด ไม่ใช่มารยาหญิงหรือความอ่อนหวาน แต่เป็นนัยน์ตาดอกท้อคู่สวยที่ทอประกายเย็นเยียบ แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
ร่างสูงใหญ่เอนกายมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง ปลายรองเท้าหนังสีดำขลับหยุดอยู่ห่างจากปลายนิ้วของนางเพียงคืบ เขาโน้มตัวลงมา ใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านที่คุ้นเคยกับการจับดาบเชยคางนางขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าแฝงไปด้วยแรงคุกคามมหาศาล
"คุณหนูใหญ่ตระกูลฟาง... ฟางหรูเยว่"
เขาเอ่ยเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"สตรีผู้รักศักดิ์ศรียิ่งชีพจนยอมแขวนคอตายหนีความผิดฐานยักยอกสมบัติของตระกูล บัดนี้กลับมานั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้าข้าในสภาพทาสชั้นต่ำ ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่ราชสำนักยังไม่รู้"
"หากข้าตายไปแล้วจริง ผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าท่านเวลานี้คงเป็นได้เพียงวิญญาณอาฆาต"
หรูเยว่เชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวในดวงตาคู่สวยนั้น
แรงบีบที่ปลายคางเพิ่มมากขึ้นจนหรูเยว่รู้สึกปวดร้าวไปถึงกระดูก กู้เสวียนเช่อโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของนาง
