ตอนที่1 - 3
กู้เสวียนเช่อ... ผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพร มัจจุราชเดินดินที่ผู้คนทั่วทั้งแคว้นต่างหวาดผวา เพียงแค่ได้ยินชื่อ ขุนนางในราชสำนักยังต้องหนาวสั่นไปถึงกระดูก
เขายืนเอามือไพล่หลัง นัยน์ตาดำมืดไร้ระลอกคลื่นจ้องมองตรงมาที่หญิงสาวบนเวที
หรูเยว่สบตากับเขา ลมหายใจของนางสะดุดไปชั่วขณะ นางเคยเห็นบุรุษมามากมาย ทั้งขุนนางบุ๋นบู๊ ทว่าไม่เคยมีผู้ใดที่มีกลิ่นอายอันตรายถึงเพียงนี้ เขายืนอยู่นิ่งๆ ทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนกระบี่ที่อาบไปด้วยเลือดนับพันศพ แต่ถึงกระนั้น นางกลับไม่หลบสายตา นางจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา แข็งกร้าว ดื้อรั้น และไม่ยอมแพ้
มุมปากของกู้เสวียนเช่อกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็น แต่กลับทำให้ผู้คุมเวทีประมูลที่ยืนอยู่ด้านข้างขนลุกซู่
"หนึ่งพันตำลึง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นทำลายความเงียบ มันไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับสะท้อนก้องไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟังทุกคน ตั๋วเงินปึกใหญ่ถูกโยนลงบนพื้นไม้กระดานเบื้องหน้าผู้คุมเวทีอย่างไม่แยแส
ขุนนางเฒ่าที่เพิ่งเสนอราคาไปห้าสิบตำลึงอ้าปากค้าง ใบหน้าอ้วนท้วนซีดเผือดราวกับกระดาษ เมื่อกู้เสวียนเช่อปรายตามองไปหา ขุนนางผู้นั้นก็รีบหดคอ ถอยกรูดหายเข้าไปในฝูงชนราวกับหนูที่เห็นแมว ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงหรือแม้แต่จะสูดลมหายใจแรงๆ
ผู้คุมเวทีรีบเก็บตั๋วเงินขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก
"น...นายท่าน สินค้าชิ้นนี้... เป็นของท่านแล้วขอรับ"
มัจจุราชหนุ่มไม่ได้สนใจคำประจบสอพลอ เขาก้าวขึ้นไปบนเวทีประมูลด้วยท่าทีคุกคาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวฟางหรูเยว่ เงาของเขาทาบทับลงบนร่างของนางจนมิด กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นไม้หอมเย็นเยียบ ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสของหญิงสาว
หรูเยว่เชิดหน้าขึ้น นางพยายามข่มความสั่นไหวในใจ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ นางพร้อมจะสู้ตายหากบุรุษผู้นี้คิดจะทำมิดีมิร้าย
ชิ้ง!
เสียงโลหะเสียดสีฝักดังขึ้นเพียงชั่วพริบตา ปลายกระบี่สีเงินวาววับที่อาบแสงคบเพลิงถูกชักออกมาและตวัดขึ้นอย่างรวดเร็ว โลหะเย็นเยียบทาบลงบนลำคอระหงของฟางหรูเยว่ ก่อนที่ปลายแหลมของมันจะเชยคางนางขึ้นช้าๆ บังคับให้นางต้องเชิดหน้าสบตากับเขาในระยะประชิด
ดวงตาคมกริบของกู้เสวียนเช่อหลุบมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนของนาง เขามองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความอาฆาตและความดื้อรั้นที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แววตาของเขาปรากฏร่องรอยของความพึงพอใจอย่างประหลาด
เขาก้มศีรษะลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ ทว่ากลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของนางเพียงผู้เดียว
"ข้าจ่ายเงินเพื่อซื้อเจ้าออกมาจากตลาดทาส... ชีวิตนี้ทั้งชีวิตของเจ้าเป็นของข้า...คุณหนู"
ฟางหรูเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ที่ปลายจมูก นางรับรู้ได้ในสัญชาตญาณทันทีว่า ชายผู้นี้ไม่ได้ต้องการซื้อนางไปเป็นนางบำเรอหรืออนุภรรยา เขาต้องการบางสิ่งบางอย่างที่ลึกล้ำและอันตรายกว่านั้นมาก และเขารู้... เขารู้ว่านางคือใคร
หญิงสาวมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีนิลของเขา และตระหนักได้ในเวลานั้นเองว่า... นางเพิ่งก้าวขาหลุดพ้นจากนรกขุมหนึ่ง เพียงเพื่อมาตกลงในกำมือของมารร้ายที่น่ากลัวและทรงอำนาจยิ่งกว่า ทว่าในแววตาของมารร้ายผู้นี้ กลับมีประกายแห่งอำนาจที่อาจกลายเป็นดาบให้นางใช้ฟาดฟันศัตรูได้เช่นกัน
ริมฝีปากที่แห้งผากของฟางหรูเยว่ค่อยๆ เหยียดออกเป็นรอยยิ้มเย็นชา นางไม่หลบปลายกระบี่ที่จ่อคอ แต่กลับเชิดหน้าขึ้นท้าทายสายตาของมัจจุราช
"เช่นนั้น... ท่านต้องการสิ่งใดจากการซื้อสตรีที่ตายไปแล้วเช่นข้ากันเล่า... นายท่าน"
