4
ทันทีที่พ้นเขตจวน ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
อากาศข้างนอกเย็นกว่าที่คิด นางกระชับเสื้อแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังฝั่งตะวันตกของเมือง
ร้านเก่าของมารดาตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดฝั่งตะวันตก หากเดินด้วยร่างกายปกติคงใช้เวลาไม่นานนัก แต่สำหรับร่างที่เพิ่งรอดจากพิษมาได้ ทุกก้าวกลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ
เดินไปได้เพียงสองตรอก ลี่หลินก็เริ่มหายใจหอบจนต้องหยุดพิงกำแพง มือข้างหนึ่งยกขึ้นกดหน้าอก พยายามข่มอาการวิงเวียนที่กำลังเล่นงาน
“ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว” นางพึมพำ แต่ยังไม่ทันได้พัก เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงที่นางจำได้ทันที
“แยกกันหา คุณหนูรองหนีออกจากเรือนจริง ๆ”
นั่นคือเสียงของชุ่ยฮวา สีหน้าของลี่หลินเปลี่ยนไป
รู้เร็วกว่าที่คิด
เห็นได้ชัดว่าหลังเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ซูฮูหยินคงส่งคนมาจับตาดูเรือนของนางอยู่แล้ว ต่อให้เถาเถาพยายามปิดบังเพียงใด การหายตัวไปก็คงถูกพบในที่สุด
“ไปดูตรอกด้านหน้า”
“หากพบแล้วทำอย่างไร”
“จับกลับจวน ฮูหยินสั่งว่าห้ามปล่อยให้นางออกไปพบผู้ใดเด็ดขาด” ประโยคสุดท้ายยิ่งทำให้ลี่หลินมั่นใจ
ซูฮูหยินคงกลัวว่านางจะออกไปพบคนที่สามารถช่วยทวงคืนสินเดิมได้ และในเวลานี้ ผู้ดูแลเต๋อคือคนแรกที่ลี่หลินต้องตามหา
ลี่หลินกัดฟัน ฝืนเดินต่อให้เร็วที่สุด เสียงฝีเท้าด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“อยู่ตรงนั้น” มีคนตะโกนขึ้น
ลี่หลินหันกลับไปเห็นแสงคบเพลิงตรงปากตรอก
“คุณหนูรอง หยุดเดี๋ยวนี้”
“หยุดให้โง่สิ” นางพึมพำ ก่อนรวบรวมแรงที่เหลือออกวิ่ง
ทว่าเพิ่งวิ่งได้ไม่ไกล อาการหน้ามืดก็เล่นงานจนเกือบสะดุดล้ม
นางกัดปลายลิ้นเรียกสติ พยายามไม่ให้ตัวเองหมดแรงอยู่ตรงนี้
หากถูกจับกลับไปคืนนี้ นางไม่แน่ใจว่าจะยังมีโอกาสออกมาอีกหรือไม่
เมื่อพ้นตรอกแคบ เบื้องหน้าก็กลายเป็นถนนสายใหญ่ ร้านรวงสองข้างทางปิดเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงโรงน้ำชากับโรงเตี๊ยมบางแห่งที่ยังมีแสงโคม
ลี่หลินกวาดตามองหาที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นสายตาก็สะดุดเข้ากับรถม้าคันใหญ่ซึ่งจอดอยู่ริมถนน
ตัวรถทำจากไม้เนื้อดี สีเข้มจนแทบกลืนไปกับความมืด ไม่มีเครื่องประดับฟุ่มเฟือยมากนัก แต่เพียงมองก็รู้ว่าไม่ใช่รถม้าของคนธรรมดา
ข้างรถมีบุรุษแต่งกายรัดกุมยืนอยู่สองคน หนึ่งในนั้นกำลังคุยกับคนดูแลม้าที่ด้านหน้า ส่วนอีกคนหันไปมองเสียงเอะอะที่ดังมาจากอีกฟากถนน
โอกาสมีเพียงชั่วพริบตา ลี่หลินไม่รู้ว่าเจ้าของรถเป็นใคร แต่ระหว่างคนแปลกหน้ากับคนของซูฮูหยิน นางเลือกเสี่ยงกับคนแปลกหน้า
หญิงสาวก้มหน้า ดึงหมวกลงต่ำ อาศัยจังหวะที่องครักษ์คนหนึ่งหันไปตรวจดูเสียงเอะอะจากอีกฟากถนน ส่วนอีกคนกำลังจัดการกับม้าที่เริ่มกระสับกระส่าย นางรีบย่องเข้าไปใกล้รถม้า ก่อนเปิดประตูแล้วสอดตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ทว่ายังไม่ทันที่ประตูจะปิดสนิท เสียงฝีเท้าขององครักษ์ก็ดังเข้ามาใกล้
“ผู้ใด!”
ลี่หลินสะดุ้ง รีบดึงประตูปิดลงด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดลงตรงด้านนอก
“ท่านอ๋อง มีคนลอบขึ้นรถม้าพ่ะย่ะค่ะ!”
“ข้ารู้แล้ว” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นจากภายในรถม้า “รออยู่ข้างนอก”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ลี่หลินพิงประตู หอบหายใจจนแทบไม่มีแรง
“ต้องรอดก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
“ใครบอกเจ้าว่ารอดแล้ว” เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นจากความมืด
ร่างของลี่หลินแข็งค้าง นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น บุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเบาะด้านใน
แสงจากโคมเล็กส่องให้เห็นใบหน้าคมคายอย่างชัดเจน คิ้วเข้ม ดวงตาลึกสงบนิ่ง อาภรณ์สีเข้มตัดเย็บอย่างประณีต บริเวณเอวมีหยกประดับที่เพียงมองก็รู้ว่ามิใช่ของที่คนทั่วไปจะมีไว้ครอบครอง ที่สำคัญที่สุดคือบรรยากาศรอบกายเขาซึ่งทั้งนิ่งสงบ เย็นเยียบ และแฝงไว้ด้วยความอันตราย
ลี่หลินกะพริบตา
ดูจากเสื้อผ้า รถม้า แล้วก็คนคุ้มกันด้านนอก...
ข้าคงไม่ได้กระโดดเข้ามาหลบในรถของคนที่ไม่ควรยุ่งด้วยหรอกนะ
บุรุษตรงหน้าวางถ้วยชาลง
“เจ้าเป็นใคร”
“คนหลงทาง”
“หลงเข้ามาในรถม้าของข้า”
“ถ้าข้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ท่านจะเชื่อหรือไม่”
“ไม่เชื่อ”
“ตอบเร็วดี”
ดวงตาของบุรุษตรงหน้าหรี่ลงเล็กน้อย
ลี่หลินรู้ตัวทันทีว่าตนเผลอพูดตามนิสัยเดิม จึงรีบประสานมือ
“ขออภัย ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงถูกคนตามล่า จึงจำเป็นต้องหาที่หลบชั่วคราว”
“คนตามล่า”
“เจ้าค่ะ”
เขามองชุดบุรุษบนตัวนาง ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมาที่ใบหน้า
“แต่งกายเป็นชาย แต่เสียงเป็นหญิง”
ลี่หลินก้มมองตัวเอง
“ดูออกง่ายถึงเพียงนั้นเชียว”
“ใช่”
“เช่นนั้นคราวหน้าข้าคงต้องปลอมให้ดีกว่านี้”
บุรุษตรงหน้ามองนางนิ่งกว่าเดิม ลี่หลินยิ้มแห้ง
“ข้าน้อยหมายถึง หากมีคราวหน้า”
เสียงฝีเท้าด้านนอกดังเข้ามาใกล้ ลี่หลินรีบเงียบ
“ค้นแถวนี้ให้ทั่ว” เสียงของชุ่ยฮวาดังขึ้นไม่ไกล
“นางเพิ่งออกมาจากตรอก ต้องอยู่แถวนี้แน่”
สีหน้าของลี่หลินเคร่งลง บุรุษในรถม้ายังคงนั่งนิ่ง ราวกับเสียงวุ่นวายด้านนอกไม่เกี่ยวข้องกับตนแม้แต่น้อย
นางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลดเสียง
“ท่าน...”
“หืม...”
“ขอหลบอยู่ในนี้สักครู่ได้หรือไม่”
“เหตุใดข้าต้องช่วยเจ้า”
นางแอบกรอกตาไปมา บุรุษผู้นี้พูดตรงดีเหลือเกิน
ลี่หลินเม้มริมฝีปาก สมองทำงานอย่างรวดเร็ว
“เพราะหากท่านส่งข้าออกไปตอนนี้ คนพวกนั้นจะลากข้ากลับไป และข้าอาจไม่มีชีวิตรอดมาพบท่านอีก”
“เกี่ยวอะไรกับข้า”
“ก็จริง”
คำตอบนั้นทำให้เขาเลิกคิ้ว
ลี่หลินจึงพูดต่อ “เช่นนั้นถือเสียว่าข้าติดหนี้ท่านหนึ่งครั้ง วันหน้าหากมีสิ่งใดที่ข้าทำได้ ข้าจะตอบแทน”
“เจ้ารู้หรือว่าข้าเป็นใคร ถึงกล้ารับปากว่าจะตอบแทน”
“ไม่รู้”
“ไม่รู้” เขาทวนประโยคของนาง
“แต่ดูจากรถม้า เสื้อผ้า และคนคุ้มกันของท่าน ฐานะคงไม่ธรรมดา” ลี่หลินเหลือบมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“ส่วนจะสูงส่งเพียงใด ข้าไม่กล้าเดา”
“แต่เจ้ากล้าบุกเข้ามาในรถม้าของข้า”
“เรื่องนั้นเรียกว่าไม่มีทางเลือก”
มุมปากของบุรุษตรงหน้าคล้ายจะขยับเล็กน้อย ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“ท่านอ๋อง”
ลี่หลินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง นางรู้แล้วว่าบุรุษตรงหน้ามีฐานะเป็นอ๋อง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นพระองค์ใด
คนด้านนอกพูดต่อ
“มีคนจากจวนตระกูลไป๋กำลังค้นหาคนอยู่บริเวณนี้พ่ะย่ะค่ะ จะให้ข้าน้อยจัดการหรือไม่”
