3
ผู้ดูแลเต๋อเป็นชายสูงวัยที่เคยดูแลกิจการให้มารดาของลี่หลินมานานหลายปี หลังซูฮูหยินเข้าควบคุมกิจการของจวน เขาก็ถูกกีดกันออกจากร้านค้าหลัก จนแทบไม่มีใครกล่าวถึงอีก
ทว่าในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก่อนมารดาจะสิ้นใจ นางเคยฝากคำสั่งเสียเอาไว้ประโยคหนึ่ง
หากวันหนึ่งแม่ไม่อยู่ และเจ้าพบว่าทรัพย์สินที่แม่ทิ้งไว้เกิดปัญหา จงไปหาผู้ดูแลเต๋อ
ความทรงจำนั้นทำให้ลี่หลินนิ่งไป นี่ไม่ใช่คำพูดธรรมดา มารดาของเจ้าของร่างเดิมอาจเตรียมบางอย่างเอาไว้ล่วงหน้า
“ตอนนี้ผู้ดูแลเต๋ออยู่ที่ใด”
“บ่าวเคยได้ยินว่าเขายังดูแลร้านเก่าเล็ก ๆ ของฮูหยินใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของเมืองเจ้าค่ะ แต่บ่าวไม่แน่ใจว่าเขายังอยู่ที่นั่นหรือไม่”
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลี่หลิน ในที่สุดนางก็พบเบาะแสแรกที่จะนำไปสู่การทวงคืนสินเดิมของมารดาแล้ว
เถาเถากลับยิ่งกังวล “คุณหนูคิดจะไปหาเขาหรือเจ้าคะ แต่คนของซูฮูหยินเฝ้าเรือนอยู่เต็มไปหมด”
“เพราะอย่างนั้นเราจึงต้องคิดให้ดีว่าจะออกไปอย่างไร”
“แต่ว่าร่างกายคุณหนู...”
“ตอนนี้ข้าต้องพักเอาแรงก่อน” ลี่หลินดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวอย่างว่าง่ายจนเถาเถามองด้วยความประหลาดใจ
“กินอาหารให้อิ่ม เก็บแรงเอาไว้ให้มากที่สุด แล้วค่อยหาทางออกจากจวนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”
“คุณหนูไม่คิดจะไปตอนนี้หรือเจ้าคะ”
ลี่หลินปรายตามองสาวใช้
“ข้าเพิ่งฟื้นจากพิษ เดินไม่กี่ก้าวยังแทบล้ม หากฝืนหนีตอนนี้ก็คงไม่ต้องรอให้ซูฮูหยินฆ่า ข้าคงตายอยู่หน้าประตูจวนเสียก่อน”
เถาเถาหลุดหัวเราะทั้งที่ยังมีน้ำตาคลอ
“คุณหนู ท่านเปลี่ยนไปจริง ๆ”
ลี่หลินชะงักเล็กน้อย
“ไม่ดีหรือ”
เถาเถารีบส่ายหน้า “ดีเจ้าค่ะ ดีมาก บ่าวเพียงไม่เคยเห็นคุณหนูกล้าตบชุ่ยฮวา ไม่เคยเห็นคุณหนูเถียงใครเช่นนี้มาก่อน”
“เมื่อก่อนข้ายอมมากเกินไป” ลี่หลินเอนตัวพิงหัวเตียง
“ต่อจากนี้จะไม่ยอมแล้ว”
“คุณหนูไม่กลัวหรือเจ้าคะ”
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้ม
“กลัวสิ”
เถาเถาทำหน้าไม่เชื่อ
ลี่หลินจึงพูดต่อ “แต่ความกลัวไม่ได้ช่วยให้เรารอด คนพวกนั้นอยากได้สินเดิมของมารดาข้า อยากบังคับข้าแต่งงาน และถึงขั้นวางยาจนข้าเกือบตาย หากข้ายังเอาแต่กลัว สุดท้ายก็มีเพียงตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้น” มือเรียวกำผ้าห่มแน่น
“ในเมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายเปิดเกมก่อน ข้าก็จะเล่นด้วย”
เถาเถามองคุณหนูของตนอย่างตกตะลึง
ลี่หลินหันไปมองแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา
ชีวิตใหม่ของนางเริ่มต้นขึ้นในจวนที่เต็มไปด้วยคนคิดร้าย ไม่มีเงินอยู่ในมือ ไม่มีอำนาจหนุนหลัง และร่างกายยังอ่อนแอจากพิษที่สะสมมานาน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกนั้นยังไม่รู้ ไป๋ลี่หลินคนเดิมจากไปแล้ว คนที่ลืมตาขึ้นมาในวันนี้คือหลี่เซียวหยู หญิงสาวที่เคยเอาตัวรอดจากโต๊ะเจรจาที่คนพร้อมแทงกันข้างหลังได้ด้วยรอยยิ้ม
นางไม่รู้ว่าผู้ดูแลเต๋อมีสิ่งใดเก็บรักษาเอาไว้
แต่หากคำสั่งเสียของมารดาเจ้าของร่างมีความหมายอย่างที่นางคิด สิ่งที่อยู่ในมือชายผู้นั้นอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้นางพลิกสถานการณ์ทั้งหมด
ลี่หลินหลับตาลง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏตรงมุมปาก
ซูฮูหยิน อยากได้สินเดิมของข้านักหรือ
เช่นนั้นก็รักษาสิ่งที่ฮุบไปให้ดี
เพราะอีกไม่นาน ข้าจะไปเอาคืนทุกชิ้น
ยามวิกาลมาเยือน จวนตระกูลไป๋ค่อย ๆ จมลงสู่ความเงียบ มีเพียงแสงจากโคมของเวรยามส่องวับแวมตามทางเดินเป็นระยะ ทว่าภายในเรือนพักของคุณหนูรอง เจ้าของเรือนกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลับใหล
ลี่หลินยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองเก่า ๆ มองเงาสะท้อนของตนเองด้วยสายตาครุ่นคิด
คืนนี้นางเปลี่ยนจากอาภรณ์ของคุณหนูในจวนมาเป็นชุดบุรุษผ้าฝ้ายสีเข้มที่เถาเถาแอบไปจัดหามาให้ เส้นผมยาวถูกรวบขึ้นและซ่อนไว้ใต้หมวกผ้า ใบหน้ายังคงซีดเซียวจากพิษที่สะสมอยู่ในร่าง แม้พักมาทั้งวันและกินอาหารไปไม่น้อย เรี่ยวแรงก็ยังกลับมาไม่ถึงครึ่ง
แต่คืนนี้นางจำเป็นต้องออกไป
ยิ่งช้าเท่าไร ซูฮูหยินก็ยิ่งมีเวลาเตรียมรับมือมากขึ้นเท่านั้น
“คุณหนูจะไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ” เถาเถายืนอยู่ข้างหลัง มือสองข้างกำชายเสื้อแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“ร่างกายท่านยังไม่หายดีเลย หากเกิดอะไรขึ้นข้างนอก บ่าวจะทำอย่างไร”
ลี่หลินหันกลับมา “หากข้าไม่ไป คืนนี้อาจปลอดภัย แล้วคืนพรุ่งนี้เล่า วันต่อไปเล่า”
เถาเถานิ่งไป
“ซูฮูหยินรู้แล้วว่าข้าเริ่มสงสัยเรื่องสินเดิม หลังจากชุ่ยฮวากลับไปรายงาน นางยิ่งต้องระวังตัว หากปล่อยไว้นาน คนที่เคยอยู่ฝ่ายมารดาของข้าอาจถูกจัดการเสียก่อน”
“แต่ผู้ดูแลเต๋อยังอยู่ที่ร้านจริงหรือไม่ พวกเราก็ยังไม่รู้”
“เพราะไม่รู้จึงต้องไปดู”
ลี่หลินหยิบถุงเงินเล็ก ๆ ขึ้นเหน็บเอว
“หากเขายังอยู่ ข้าต้องพบเขาคืนนี้ หากไม่อยู่ อย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าเขาหายไปไหน”
เถาเถากัดริมฝีปาก ก่อนถามเสียงเบา “ให้บ่าวไปด้วยไม่ได้หรือเจ้าคะ”
“ไม่ได้”
“เพราะอะไรเจ้าคะ”
“หากเจ้าหายไปพร้อมข้า คนในจวนจะรู้ทันทีว่าข้าหนี”
ลี่หลินเดินกลับไปที่เตียง ดึงม่านลงแล้วจัดหมอนกับผ้าห่มให้ดูคล้ายมีคนนอนอยู่ด้านใน
“เจ้าต้องอยู่ที่นี่ หากมีใครมา บอกว่าข้าอาการกำเริบ กินยาแล้วหลับไป ห้ามรบกวนเด็ดขาด”
เถาเถายังมีสีหน้าลังเล ลี่หลินจึงแตะไหล่นางเบา ๆ
“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น ข้าออกไปเอาของของข้าคืน”
“แต่หากซูฮูหยินรู้...”
“ถ้านางรู้ ข้าก็แค่ต้องวิ่งให้เร็วกว่าคนของนาง”
เถาเถามองใบหน้าซีดเซียวของผู้เป็นนาย แล้วเหลือบมองขาที่เพิ่งเดินไกลหน่อยก็เหนื่อย
“คุณหนูเจ้าคะ...”
ลี่หลินถอนหายใจ “เอาเถอะ ข้าพูดให้เจ้าสบายใจเท่านั้น สภาพข้าตอนนี้วิ่งแข่งกับสุนัขยังไม่แน่ว่าจะชนะ”
เถาเถาหลุดหัวเราะออกมาทั้งที่ดวงตายังแดง ๆ
“คุณหนูยังมีอารมณ์พูดเล่นอีก”
“ถ้าไม่หัวเราะบ้าง ข้าคงเครียดตายก่อนถูกวางยารอบสอง”
ลี่หลินยิ้ม ก่อนสีหน้าจะกลับมาจริงจัง
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก่อนมารดาจะสิ้นใจเคยกำชับไว้ชัดเจนว่า หากวันหนึ่งสินเดิมที่นางทิ้งไว้เกิดปัญหา ให้ไปหาผู้ดูแลเต๋อ
ชายผู้นั้นเคยดูแลกิจการของมารดามาหลายปี เป็นหนึ่งในคนเก่าแก่ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด
หากนางคาดไม่ผิด สิ่งที่มารดาเจ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้กับเขาย่อมไม่ใช่เพียงคำพูด อาจเป็นบัญชีสินเดิมฉบับจริง ตราประทับ หรือหลักฐานบางอย่างที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากิจการใดเป็นทรัพย์สินของฝ่ายมารดา
และนั่นคือสิ่งที่นางต้องได้มาก่อนจะเผชิญหน้ากับซูฮูหยิน
“ข้าไปแล้ว”
“คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ”
“อืม...”
ลี่หลินรอจนเวรยามชุดหนึ่งเดินผ่านไป จึงอาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมลอบออกทางด้านหลังเรือน
เส้นทางนี้เดิมเป็นทางสำหรับบ่าวขนฟืนและขนของใช้เข้าออก จึงไม่ค่อยมีคนเฝ้าในเวลากลางคืน นางเดินชิดเงากำแพง หยุดเป็นระยะเพื่อฟังเสียงฝีเท้า ก่อนจะลอดผ่านประตูเล็กด้านหลังออกมาได้สำเร็จ
