บท
ตั้งค่า

2

สองคนนั้นชะงัก ก่อนสบตากันอย่างลังเล หากเรื่องนี้ถูกนำออกไปพูดจริง ต่อให้คุณหนูรองไม่เป็นที่โปรดปราน พวกเขาก็ผิดกฎจวนอยู่ดี

ชุ่ยฮวากลับไม่สนใจ นางเดินเข้ามาคว้าข้อมือลี่หลิน

“เลิกพูดมากแล้วลุกขึ้น ฮูหยินสั่งให้ข้าพาเจ้าไปพบเดี๋ยวนี้ ส่วนเรื่องเศรษฐีจู อีกสามวันเจ้าก็ต้องไปตามที่กำหนดไว้!”

เถาเถารีบเข้าขวาง “อย่าแตะต้องคุณหนู”

“ไสหัวไป”

ชุ่ยฮวาผลักเถาเถาจนเซ แววตาของลี่หลินวาบขึ้นทันที

“ปล่อยมือ”

“ไม่ปล่อยแล้วจะทำไม”

เพียะ!

เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังชัดไปทั่วห้อง

ชุ่ยฮวาหน้าหัน ร่างแข็งค้างอยู่กับที่ มือที่จับลี่หลินคลายออกโดยอัตโนมัติ

ทั้งห้องเงียบสนิท แม้แต่เถาเถายังเบิกตากว้าง

ชุ่ยฮวาค่อย ๆ หันกลับมา มือหนึ่งกุมแก้มที่เริ่มแดง ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า

“เจ้า... เจ้ากล้าตบข้า”

ลี่หลินต้องกำขอบเตียงเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเซ แค่ใช้แรงตบเมื่อครู่ก็ทำให้หัวใจเต้นแรงและหายใจถี่ แต่สีหน้าของนางยังคงสงบนิ่ง

“เหตุใดข้าจะไม่กล้า”

“ข้าเป็นคนของซูฮูหยิน”

“แล้วอย่างไร”

ชุ่ยฮวาถึงกับพูดไม่ออก

ลี่หลินยกสายตาขึ้นมอง “ต่อให้นางเป็นฮูหยินเอกของบิดาข้า เจ้าก็ยังเป็นเพียงบ่าว ส่วนข้าคือคุณหนูรองแห่งจวนสกุลไป๋ เจ้าบุกรุกเข้าห้องนอนของข้าโดยพลการ ทั้งยังพาบ่าวชายเข้ามาด้วย ใช้วาจาหยาบคาย มิหนำซ้ำยังกล้าลงมือฉุดกระชากข้า!”

นางเว้นจังหวะ ก่อนถามช้า ๆ

“หากเรื่องนี้ออกไปถึงหูคนนอก เจ้าคิดว่าคนที่จะเสียหน้าเป็นข้า หรือเป็นนายของเจ้าที่อบรมบ่าวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

ชุ่ยฮวาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “จับตัวนางไว้ วันนี้ข้าจะสั่งสอนนางให้รู้เสียบ้างว่าใครเป็นคนดูแลจวนนี้”

บ่าวชายสองคนขยับตัว แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาทันที

ลี่หลินหัวเราะเย็นเยียบ ดวงตาคมวาบวับไม่ได้มีท่าทีอ่อนแอหรือเกรงกลัวแม้แต่น้อย

“เข้ามาสิ”

ทั้งสองหยุดชะงัก

“คุณหนูรองเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย แต่บ่าวชายสองคนกลับบุกรุกห้องนอน หมายจะใช้กำลังจับตัว หากพรุ่งนี้เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่าจวนสกุลไป๋ปฏิบัติต่อบุตรสาวของฮูหยินเอกผู้ล่วงลับเช่นไร พวกเจ้าคิดว่าซูฮูหยินจะยอมออกหน้าปกป้อง หรือจะผลักความผิดทั้งหมดมาให้พวกเจ้าเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเอง”

บ่าวชายสองคนหน้าถอดสีทันที คนหนึ่งรีบลดมือลง อีกคนถอยหลังไปครึ่งก้าว

ชุ่ยฮวาหันไปตวาด “พวกเจ้ากลัวอะไร นางก็แค่คุณหนูขี้โรคที่ไม่มีใครหนุนหลัง”

“ไม่มีใครหนุนหลังแล้วอย่างไร”

ลี่หลินยันตัวลุกขึ้น เถาเถารีบเข้ามาประคอง แต่นางยกมือห้าม ก่อนฝืนยืนด้วยตัวเอง แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียว แต่แววตากลับแข็งกร้าวจนคนตรงหน้าไม่กล้าดูแคลนเหมือนเมื่อครู่

“จงจำเอาไว้ให้ดี ข้าคือไป๋ลี่หลิน คุณหนูรองแห่งจวนสกุลไป๋ เป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกผู้ล่วงลับ ส่วนพวกเจ้าเป็นเพียงบ่าวที่อาศัยข้าวปลาในจวนนี้ประทังชีวิต อย่าได้ลืมฐานะของตนเอง!”

นางมองชุ่ยฮวาตรง ๆ

“สุนัขเฝ้าประตูยังรู้ว่าใครเป็นนาย แต่เจ้ากลับไม่รู้”

“ไป๋ลี่หลิน”

“ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่บ่าวอย่างเจ้าจะตะโกนเรียกตามใจชอบ”

ชุ่ยฮวากัดฟันแน่น “ฝากไว้ก่อนเถอะ ฮูหยินไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่”

“ดี” คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายชะงัก ลี่หลินยิ้มบาง ๆ

“กลับไปบอกซูฮูหยินของเจ้าว่าข้าฟื้นแล้ว ต่อจากนี้ไม่ต้องลำบากส่งยาบำรุงมาให้อีก ส่วนอาหาร ข้าจะให้เถาเถาเป็นผู้จัดการเอง ข้าเกรงว่าหากได้รับความหวังดีจากนางมากเกินไป ร่างกายนี้คงรับไม่ไหว”

สีหน้าของชุ่ยฮวาเปลี่ยนไปทันที แม้เพียงชั่วพริบตา แต่ลี่หลินเห็นชัด

นางจึงยิ่งมั่นใจว่าความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไม่ผิด

“ส่วนเรื่องเศรษฐีจู” ลี่หลินก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว

“อยากแต่งกับเขานักก็ไปแต่งเอง ข้าไม่แต่ง”

“ฮูหยินสั่งแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

“เช่นนั้นก็ให้นางมาพูดกับข้าด้วยตัวเอง”

“เจ้าไม่กลัวฮูหยินหรือ”

ลี่หลินหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เหตุใดข้าต้องกลัวคนที่กำลังคิดจะเอาทรัพย์สินของข้าไป”

ชุ่ยฮวาตัวแข็ง

“เจ้า... พูดอะไร”

“ข้าพูดอะไร เจ้าน่าจะกลับไปถามนายของเจ้า” ลี่หลินกวาดตามองทุกคนในห้อง ก่อนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“กลับไปบอกนางด้วยว่า หากยังคิดจะบังคับข้าแต่งงาน หรือส่งคนมารังควานถึงเรือนอีก ข้าจะไม่ยอมให้ใครข่มเหงเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว”

นางหยุดเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นปรากฏตรงมุมปาก

“สิ่งใดเป็นของมารดาข้า ข้าจะเอากลับคืนมาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงิน ร้านค้า ที่ดิน หรือสิ่งใดก็ตามที่มีคนยื่นมือเข้ามาครอบครองโดยมิชอบ”

“เจ้าไม่มีหลักฐาน” ชุ่ยฮวาหลุดปากออกมา ดวงตาของลี่หลินเป็นประกายวาบ ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็เพียงพอแล้ว

หากไม่มีเรื่องสินเดิมอยู่เบื้องหลัง ชุ่ยฮวาควรปฏิเสธว่าไม่มีใครเอาทรัพย์ของนางไป ไม่ใช่รีบถามถึงหลักฐาน

ลี่หลินยิ้มกว้างขึ้น

“ข้ามีหรือไม่มี อีกไม่นานพวกเจ้าก็จะได้รู้”

ชุ่ยฮวารู้ตัวว่าพลาดจึงรีบหุบปาก ก่อนสะบัดหน้าเดินไปทางประตู

“ไป!”

บ่าวชายสองคนไม่รอให้เรียกซ้ำ รีบตามนางไปทันที

ก่อนก้าวพ้นธรณีประตู ชุ่ยฮวายังหันกลับมามองลี่หลินด้วยสายตาอาฆาต

“คุณหนูรอง ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”

“ขอบใจที่เตือน” ลี่หลินตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน

“เจ้าก็เช่นกัน”

ประตูปิดลงดังปัง ทันทีที่คนเหล่านั้นจากไป ร่างของลี่หลินก็โงนเงน

“คุณหนู” เถาเถารีบเข้ามารับไว้ทันก่อนจะล้ม

“บ่าวว่าแล้ว คุณหนูยังไม่หายดี เหตุใดต้องฝืนลุกขึ้นด้วยเจ้าคะ”

“ถ้าข้าไม่ลุก พวกนั้นก็จะคิดว่าข้ายังเป็นคนเดิมที่พวกมันจะเหยียบย่ำอย่างไรก็ได้”

เถาเถาประคองนางกลับไปนั่งบนเตียง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

“แต่คราวนี้คุณหนูทำให้ชุ่ยฮวาเสียหน้า ซูฮูหยินต้องไม่ยอมแน่เจ้าค่ะ หากนางไปฟ้องนายท่านอีก พวกเราจะทำอย่างไร”

เมื่อได้ยินคำว่า นายท่าน ความทรงจำเกี่ยวกับไป๋เฉิงฮั่นก็ผุดขึ้นมา

แม้ไป๋เฉิงฮั่นจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือวางยาบุตรสาวด้วยตนเอง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขากลับเพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของนาง ปล่อยให้ภรรยาคนใหม่และคนของตระกูลซูข่มเหงรังแกโดยไม่คิดยื่นมือช่วยเหลือ

สำหรับลี่หลินแล้ว ความเพิกเฉยเช่นนั้นก็ไม่ได้ดีไปกว่าการช่วยเหลือคนทำผิดสักเท่าใด

“เถาเถา”

“เจ้าคะ”

“เจ้าจำเรื่องร้านค้าของมารดาข้าได้มากเพียงใด”

เถาเถานิ่งคิด “บ่าวรู้เพียงว่าก่อนฮูหยินใหญ่จะเสีย ท่านมีร้านค้าอยู่หลายแห่งเจ้าค่ะ แต่หลายปีมานี้ซูฮูหยินส่งคนของตนเข้าไปดูแลเกือบหมดแล้ว”

“แล้วคนเก่าของมารดาข้าล่ะ”

“คนเก่า...” เถาเถาพึมพำ ก่อนดวงตาจะเบิกขึ้น

“มีเจ้าค่ะ”

ลี่หลินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “ใคร”

“ผู้ดูแลเต๋อเจ้าค่ะ” ชื่อนั้นกระตุ้นความทรงจำบางอย่างของเจ้าของร่างเดิมขึ้นมาทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel