บทที่ 1 บัณฑิตยากจนแห่งจวนโหว
บทที่ 1
บัณฑิตยากจนแห่งจวนโหว
หวนคืนมาครานี้...
เสิ่นเหิงเยว่ควรจะทำให้ตระกูลฟู่โหวล่มจมไม่เหลือชิ้นดี ทว่าหญิงสาวไม่อาจเพิกเฉยต่อความใฝ่ฝันของบิดาได้
คหบดีเสิ่นป๋อเหวินใฝ่ฝันอยากเกี่ยวดองกับขุนนางชั้นสูง อาจเพราะตลอดชีวิตของการเป็นพ่อค้าเขาถูกกดทับถูกดูหมิ่นดูแคลนเสมอมา ดังนั้นเมื่อจวนฟู่โหวส่งแม่สื่อมาทาบทามบุตรสาว คหบดีเสิ่นจึงดีใจเป็นอย่างมาก กระนั้นก็ยังคิดถึงความรู้สึกของบุตรสาวก่อนเสมอ จึงได้ถามความสมัครใจจากนางก่อน
เสิ่นเหิงเยว่ในยามนั้นถูกท่านโหวน้อยฟู่ต้าเหว่ยเกี้ยวพาราสีอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มทั้งอ่อนโยน สุภาพ ปากหวาน คุณหนูเสิ่นผู้ไม่ประสาจึงคิดว่านี่คือรักแท้ โดยไม่รู้ว่าตนเองได้กระโดดลงไปในกับดักของพรานโฉด สังเวยชีวิตให้กับความโลภและความเห็นแก่ตัวเสียแล้ว
‘ขอเพียงข้ามีบุตรชายที่สามารถสืบทอดตำแหน่งโหวได้ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ บัณฑิตหนุ่มเหล่านี้ล้วนเป็นเครือญาติที่ใช้แซ่ฟู่ทั้งนั้น เลือกมาสักคนเพื่อเป็นบิดาของเด็กในครรภ์ก็พอ มารดาสามีจะคัดค้านอะไรได้เพราะถึงเวลานั้นบุตรชายที่แกล้งตายจะได้ตายจริงๆ สมใจ จนทำให้จวนฟู่โหวสิ้นไร้ทายาทสืบทอดสกุล! และด้วยสินเดิมที่มากมายมหาศาลของข้ามารดาสามีย่อมต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งข้าเอาไว้...’
เรียวปากอวบอิ่มหยักยิ้มร้ายก่อนจะเบือนสายตาไปยังต้นหลิวอีกฝั่งที่กำลังไหวลู่ระใบยาวเรียวไปกับสายน้ำอย่างอ่อนช้อยมิได้สนใจเหล่าบัณฑิตอีก นางจึงไม่เห็นว่ามีบัณฑิตผู้มีดวงตาคมคร้ามรับกับเรือนผมหยักศกกำลังมองมายังนางอย่างพินิจพิจารณา
‘นี่นะหรือนายหญิงน้อยแห่งจวนฟู่โหวที่เพิ่งแต่งเข้ามา... ช่างเป็นสตรีที่งดงามยิ่งนัก”
ราวกับหัวใจตกสู่ห้วงแห่งภวังค์หวาม ความงามของนางสะกดหัวใจของบัณฑิตหนุ่มให้เต้นผิดจังหวะ ที่ผ่านมาแม้เคยพบเจอหญิงงามมากมาย แต่ไม่มีสตรีนางใดที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้มาก่อนเลย ราวกับว่านางครอบครองความงามล้ำค่าเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
‘ข้านึกว่านางจะร้องไห้จนล้มป่วยที่ถูกเจ้าบ่าวทิ้งให้นอนเฝ้าห้องหอเพียงลำพังเสียอีก ทว่าเหตุใดท่าทางของนางจึงดูผ่อนคลายนักเล่า...”
ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสนใจ ยิ่งพิศมองใบหน้าหวานที่มีท่าทางเกียจคร้านก็ยิ่งรู้สึกว่านางช่างน่าสนใจยิ่งนัก
‘หึ! ท่านโหวนี่ก็ช่างกระไรทำตัวดั่งไก่ได้พลอย อ้างว่ามีงานราชการด่วนเพื่อหนีออกจากห้องหอในคืนวิวาห์ ทิ้งเจ้าสาวผู้งดงามแล้วไปอิงแอบแนบชิดหญิงหม้ายไร้สกุล ช่างมีลูกตาเอาไว้ประดับใบหน้าจริงๆ’
มุมปากยกขึ้นอย่างดูแคลนฟู่โหวต้าเหว่ย ก่อนที่เขาจะละสายตาจากสาวงามแล้วหันกลับมาสนใจการร่ายบทกวีเพื่อทำตัวกลมกลืนไปกับเหล่าบัณฑิตคนอื่นๆ อย่างแนบเนียน
บัณฑิตหนุ่มผู้มีแววตาโศกรับกับเรือนผมหยักศกเดินแผ่นหลังตั้งตรง ไหล่กว้างแม้ผึ่งผายแต่มิได้ทะนงตนดั่งบัณฑิตที่เชี่ยวชาญแตกฉานปรัชญาชีวิต ในมือถือตำราราวกับเป็นสมบัติล้ำค่ายิ่งขับให้บัณฑิตหนุ่มดูภูมิฐานเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา
เขากลับมายังเรือนพักของเหล่าบัณฑิตซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของจวนฟู่โหว ภายในจวนโหวที่มีพื้นที่กว่าสิบสองหมู่นี้มีเรือนหลักและเรือนรองอีกหลายสิบหลัง ไกลออกไปก็คือเรือนรับรองเหล่าบัณฑิต ถัดไปด้านหลังจึงจะเป็นเรือนนอนของเหล่าสาวใช้บ่าวไพร่ในจวน อีกทั้งยังมีสวนกว้างร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ ใจกลางสวนมีสระบัวขนาดใหญ่เสริมฮวงจุ้ยในการรับทรัพย์เรียกโชคลาภ
ในเมืองหลวงที่ผืนดินมีค่าดั่งทองนี้ จวนฟู่โหวนับว่าโดดเด่นงดงามกว่าจวนขุนนางคนอื่นๆ
มือหนากอปรไปด้วยนิ้วมือเรียวยาวผลักบานประตูห้องพักก่อนจะก้าวเข้าไป ทันทีที่บานประตูปิดลงเงาดำสายหนึ่งก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
“ยังไม่พบเลยขอรับท่านแม่ทัพ”
บัณฑิตหนุ่มท่าทางสง่างามคงแก่เรียนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เปลี่ยนแม้กระทั่งท่าเดินและอิริยาบถต่างๆ เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้คล้ายหงุดหงิดก่อนจะยกขาขึ้นพาดขาอีกข้างแล้วเหวี่ยงตำราที่เคยถืออย่างทะนุถนอมลงบนโต๊ะอย่างไม่ยี่หระ
ดวงตาโศกดั่งบัณฑิตถ่อมตนแปรเปลี่ยนเป็นดวงตากร้าวกระด้างที่เคยเห็นเลือดหลั่งลงบนผืนแผ่นดินมานับไม่ถ้วน
“หาต่อไป!”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
บุรุษในชุดดำโค้งกายลงเล็กน้อย ก่อนจะเคลื่อนกายรวดเร็วจนคล้ายเงาดำจางหายไปอย่างรวดเร็ว
แม่ทัพเซี่ยฮ่าวหนานถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อภารกิจของเขาไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จโดยง่าย เขายกมือขึ้นบีบสันจมูกโด่งก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักสายตา เขาปลอมตัวเป็นบัณฑิตยากจนเข้ามาในจวนฟู่โหวโดยสวมชื่อของ ‘ฟู่ฮ่าวหนาน’ ผู้วายชนม์ระหว่างเดินทางจากชนบทมาเข้าพักที่จวนฟู่โหวเพื่อสอบจอหงวน บัณฑิตผู้มีชื่อเหมือนเขาต่างกันเพียงแซ่เท่านั้น
เขาเคยส่งสายลับเข้ามาหา ‘แผนที่เหมืองทองคำ’ ที่ซุกซ่อนในจวนฟู่โหวหลายต่อหลายครั้งแต่กลับคว้าน้ำเหลวทุกครั้ง ดังนั้นครานี้เขาจึงแฝงกายเข้ามาหาด้วยตนเอง โดยเลือกแฝงกายเป็นบัณฑิตยากจน เพราะบัณฑิตสามารถเข้านอกออกในภายในหอตำราเจ็ดชั้นได้อย่างอิสระ
จังหวะที่ปิดเปลือกตาลงนั้น จู่ๆ ภาพโฉมสะคราญที่กำลังเหยียดกายอย่างเกียจคร้านก็ปรากฏขึ้นในห้วงแห่งการคำนึง เขาเปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังคิดถึงภรรยาของผู้อื่น
น่าเสียดายที่นางเป็นของผู้อื่นไปเสียแล้ว หากนางยังมิได้แต่งงานเขาคงไม่รั้งรอที่จะให้แม่สื่อทาบทามนางแต่งเข้าจวนแม่ทัพ...
