บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 อ้อมแขนที่เคยว่างเปล่า 2

บทที่ 2 อ้อมแขนที่เคยว่างเปล่า 2

“เพราะไม่เคย ข้าจึงต้องเรียนรู้”

น้ำเสียงของนางไม่ได้แข็งกร้าว หากไม่มีช่องให้โต้แย้ง แม่นมยอบกายแล้วพาบ่าวคนอื่นออกไป ชิงหลัวปิดประตู ก่อนกลับมานั่งข้างเตียง

“ฮูหยินน้อย บ่าวจะช่วยคลายเสื้อให้เจ้าค่ะ”

ซีเยวี่ยพยักหน้า ใบหน้าร้อนขึ้นเล็กน้อย นางเคยเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว เรียนการดูแลเรือนและอ่านบัญชีกองสูง แต่ไม่มีผู้ใดสอนว่าต้องอุ้มลูกอย่างไร ต้องประคองศีรษะน้อยเพียงใด หรือต้องทำอย่างไรเมื่อเด็กดิ้นร้องอยู่ตรงอก

ชิงหลัวจัดหมอนรองแขน ช่วยคลายอาภรณ์ แล้วค่อย ๆ วางอาหวานในท่าที่เหมาะสม เด็กน้อยไล่หาครู่หนึ่งก่อนงับได้ ความเจ็บแปลบแล่นผ่านยอดอกจนซีเยวี่ยสะดุ้ง

“เจ็บ...”

“ครั้งแรกย่อมเจ็บบ้างเจ้าค่ะ” ชิงหลัวตอบ พลางขยับผ้ารอง “หากคุณหนูอมไม่ถูก ฮูหยินน้อยจะยิ่งเจ็บ ต้องให้นางอมลึกกว่านี้สักหน่อย”

ซีเยวี่ยกัดริมฝีปาก รอให้ความเจ็บแรกผ่านไป เสียงร้องของอาหวานค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงกลืนน้ำนมเล็ก ๆ เป็นจังหวะ

เสียงนั้นธรรมดาเหลือเกิน

ทว่าซีเยวี่ยกลับรู้สึกราวกับได้ยินสิ่งล้ำค่าที่สุดในสองชาติ

นางก้มมองใบหน้าของลูก ขนตาเส้นเล็กยังเปียกชื้นจากน้ำตา มือซึ่งเคยกำแน่นค่อย ๆ คลายออก นิ้วก้อยเกี่ยวชายเสื้อของมารดาไว้โดยไม่รู้ตัว ความไว้ใจอันไร้เงื่อนไขนั้นทำให้ลำคอซีเยวี่ยตีบตัน

เด็กคนนี้ไม่รู้ว่านางเคยทอดทิ้ง

ไม่รู้ว่ามารดาเคยรำคาญเสียงร้อง

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในอีกสามเดือนข้างหน้า ตนเกือบถูกพรากไปให้หญิงอื่นเลี้ยงดู

อาหวานเพียงหิว และเชื่อว่าอ้อมแขนซึ่งกอดอยู่จะมอบอาหารให้

น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนผ้าห่อตัว ซีเยวี่ยรีบเช็ดออก เกรงความเย็นจะถูกผิวลูก ชิงหลัวนั่งอยู่ข้าง ๆ เม้มปากแน่น ดวงตาแดงขึ้นโดยไม่กล้าถามสิ่งใด

“ชิงหลัว”

“เจ้าคะ”

“สามวันที่ผ่านมา ข้าทำสิ่งใดบ้าง”

สาวใช้หลุบตา “ฮูหยินน้อยเสียเลือดมาก หลังคลอดฟื้นเป็นระยะ วันแรกท่านถามหาคุณชายใหญ่ วันที่สอง...ท่านทราบว่าคุณหนูชวี่ส่งรังนกมาให้ฮูหยินใหญ่ จึงไม่ยอมกินสิ่งใด แล้วสั่งย้ายคุณหนูน้อยไปห้องข้างเพราะเสียงร้องดังเจ้าค่ะ”

“ข้าเคยอุ้มนางหรือไม่”

ชิงหลัวส่ายหน้าเบา ๆ

คำตอบนั้นแทงเข้ากลางอก ซีเยวี่ยหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อ “เหิงจื้อกลับมาหรือยัง”

“คุณชายใหญ่กลับมาในคืนคลอด ยืนอยู่หน้าห้องจนหมอเหยาบอกว่าท่านกับคุณหนูปลอดภัย จากนั้นคลังตะวันออกมีปัญหา เขาจึงออกไปตรวจตั้งแต่เมื่อวานเจ้าค่ะ พ่อบ้านส่งข่าวว่าจะกลับคืนนี้”

หากเป็นนางในชาติเดิม คงถามต่อว่าเขาไปกับผู้ใด ชวี่อิงเหนียงอยู่ที่คลังหรือไม่ เหตุใดคลังจึงสำคัญกว่าภรรยาซึ่งเพิ่งผ่านประตูผีมา

เวลานี้ซีเยวี่ยเพียงลูบหลังลูกด้วยปลายนิ้ว “เข้าใจแล้ว”

ชิงหลัวเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ รออยู่ครู่หนึ่งเมื่อไม่เห็นนายหญิงถามต่อ จึงเป็นฝ่ายกล่าว “ฮูหยินน้อยไม่อยากให้คนไปเร่งคุณชายใหญ่หรือเจ้าคะ”

“เขามีงานของเขา”

“แต่ท่านเพิ่งคลอด...”

“เขากลับมาหรือไม่ อาหวานก็ยังต้องกินนม”

ถ้อยคำเรียบง่ายทำให้ชิงหลัวนิ่งงัน ซีเยวี่ยเองก็เพิ่งรู้ว่าความจริงข้อนี้ชัดเจนเพียงใด ชาติเดิมนางผูกทุกสิ่งไว้กับการมาของเหิงจื้อ หากเขาไม่มา นางไม่กินข้าว หากเขากลับดึก นางไม่ยอมนอน หากเขาพูดกับอิงเหนียง นางก็พาลโกรธกระทั่งเสียงลูก

แต่เด็กคนหนึ่งไม่ควรถูกทิ้งให้หิวเพราะบิดากลับเรือนช้า

อาหวานดูดนมได้ไม่นานก็ผล็อยหลับ ริมฝีปากเล็กยังขยับเป็นครั้งคราว ซีเยวี่ยไม่กล้าขยับ เกรงลูกจะตื่น แม้แขนเริ่มชาและบาดแผลหลังคลอดปวดหน่วง นางก็ยังคงประคองอยู่เช่นนั้น

“เอาเปลจากห้องข้างมาไว้ข้างเตียง” นางสั่ง

“คืนนี้เลยหรือเจ้าคะ”

“เดี๋ยวนี้”

ชิงหลัวรับคำ แล้วเรียกบ่าวเข้ามาย้ายเปล ซีเยวี่ยตรวจผ้ารองทุกผืน ถามว่าเปลี่ยนเมื่อใด ถ่านในห้องแรงเกินไปหรือไม่ หน้าต่างปิดสนิทจนอบอ้าวหรือเปล่า นางให้เอาเครื่องหอมออก เพราะกลัวกลิ่นแรงรบกวนเด็ก และสั่งให้แม่นมพักอยู่ห้องติดกัน เผื่อยามที่ตนอ่อนแรงเกินจะลุก

บ่าวในเรือนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าชักช้า

ครั้นทุกอย่างเรียบร้อย ซีเยวี่ยจึงวางอาหวานลงในเปลด้วยตนเอง เด็กน้อยขยับศีรษะเล็กน้อยแล้วหลับต่อ มือข้างหนึ่งยังยื่นออกจากผ้าห่อ ซีเยวี่ยสอดนิ้วให้จับ กำปั้นเล็กก็กำไว้ทันที

นางนั่งมองอยู่นาน จนแสงอาทิตย์พ้นกรอบหน้าต่างและเสียงคนส่งอาหารเช้าดังหน้าประตู

“ฮูหยินน้อยควรกินโจ๊กสักหน่อยเจ้าค่ะ” ชิงหลัวเตือน “หมอเหยาบอกให้”

“ต่อไปเรื่องอาหารกับยาของข้า ไม่ต้องรายงานหมอเหยาทุกอย่าง”

ชิงหลัวชะงัก “เจ้าคะ?”

ซีเยวี่ยหันไปมองคราบยาบนพื้นซึ่งยังเช็ดไม่หมด ตรงก้นคราบมีผงสีดำจับตัวเป็นเม็ดเล็ก กลิ่นหวานไหม้ยังคงลอยอยู่

“เก็บเศษถ้วยกับผ้าที่ใช้ซับยาใส่กล่อง ปิดให้สนิท แล้วซ่อนไว้ในหีบสินเดิมของข้า”

“เหตุใดต้องเก็บของสกปรกเหล่านี้ด้วยเจ้าคะ”

“อย่าเพิ่งถาม” นางก้มมองอาหวาน “และอย่าให้ผู้ใดรู้ แม้แต่คนของเรือนนี้”

ชิงหลัวมองนายหญิงอยู่ครู่หนึ่ง แม้ไม่เข้าใจ แต่ยังยอบกายรับคำ “บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”

นอกหน้าต่าง แสงเช้าส่องผ่านหยดน้ำบนกิ่งไห่ถัง แตกเป็นประกายเล็กนับร้อย ซีเยวี่ยลูบหลังมือลูกเบา ๆ ความอบอุ่นใต้ปลายนิ้วยืนยันว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความฝัน

นางยังไม่รู้ว่าผู้ใดทำให้นางตาย

ยังไม่รู้ว่ายาถ้วยนั้นซ่อนสิ่งใด

ทว่าครั้งนี้ อ้อมแขนของนางไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel