บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ถ้วยยาไม่แตะริมฝีปาก 1

บทที่ 3 ถ้วยยาไม่แตะริมฝีปาก 1

หลังฝนผ่าน เมืองหลินโจวถูกหมอกขาวปกคลุมอยู่สามวัน แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านได้เพียงรำไร กระเบื้องบนหลังคาจวนสกุลไป๋ชื้นเย็น ต้นไห่ถังในสวนเหลือใบติดกิ่งไม่กี่ใบ ลมทุกระลอกพัดให้หยดน้ำค้างร่วงกระทบพื้นหินดังแผ่วเบา

ภายในเรือนชิงอวี้กลับอุ่นกว่าทุกวัน

เตาถ่านสองใบถูกย้ายออกไปเหลือเพียงใบเดียว หน้าต่างด้านใต้เปิดเป็นช่องแคบให้ลมถ่ายเท เครื่องหอมทั้งหมดถูกเก็บออกตามคำสั่งของซีเยวี่ย ข้างเตียงมีเปลไม้หลังเล็กตั้งอยู่ หญิงสาวเพิ่งตื่นจากการหลับเพียงครึ่งชั่วยามก็เอื้อมมือแตะผ้าห่มของลูกเป็นอย่างแรก

อาหวานยังหลับ ใบหน้าเล็กหันเข้าหาหมอนผ้านุ่ม ลมหายใจสม่ำเสมอ

ซีเยวี่ยจึงผ่อนแรงที่ขึงอยู่ในหัวไหล่ แล้วรับชามโจ๊กข้าวฟ่างจากชิงหลัวมากินทีละคำ

สามวันนับจากลืมตากลับมา นางแทบไม่ได้หลับยาวเกินหนึ่งชั่วยาม ร่างกายหลังคลอดยังปวดหน่วง เลือดลมอ่อนจนเพียงลุกนั่งนานก็หน้ามืด ทว่าทุกครั้งที่คิดจะปิดตา ภาพสายน้ำมืดใต้ศาลาก็ผุดขึ้นมา หากไม่ได้ยินเสียงหายใจของลูกอยู่ใกล้ ๆ นางจะสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกว่าตนยังจมอยู่ในสระ

“ฮูหยินน้อยกินอีกสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ชิงหลัวคีบไข่นึ่งใส่ชาม “เมื่อวานท่านกินได้น้อย หมอเหยาบอกว่า”

สาวใช้หยุดคำทันทีเมื่อเห็นสายตาของนายหญิง

ซีเยวี่ยไม่ได้ตำหนิ เพียงวางช้อน “สามวันนี้หมอเหยามากี่ครั้ง”

“เช้าเย็นทุกวันเจ้าค่ะ นางจับชีพจรแล้วก็เขียนตำรับใหม่ให้สองครั้ง แต่ฮูหยินน้อยไม่ยอมดื่ม...”

“นางพูดสิ่งใดกับเจ้าอีก”

ชิงหลัวคิดครู่หนึ่ง “นางถามว่าฮูหยินน้อยนอนหลับหรือไม่ เคยได้ยินเสียงแปลก ๆ หรือฝันร้ายหรือเปล่า ทั้งยังถามว่าท่านจำคืนคลอดได้มากน้อยเพียงใด บ่าวตอบเพียงว่าท่านอ่อนเพลีย ไม่ได้บอกเรื่องที่ท่านให้เก็บเศษถ้วยเจ้าค่ะ”

ปลายนิ้วของซีเยวี่ยหยุดอยู่บนขอบชาม

คำถามเหล่านั้นฟังดูเหมือนแพทย์กำลังตรวจอาการคนไข้ ทว่าคำว่า จำได้มากน้อยเพียงใด กลับทำให้นางรู้สึกเย็นวาบ

“ต่อไปหากนางถามเรื่องข้า ให้ตอบว่าอาการเหมือนเดิมทุกอย่าง”

“เหมือนเดิมหมายถึง...”

“นอนไม่พอ หงุดหงิดง่าย และยังคงถามถึงคุณชายใหญ่”

ชิงหลัวเบิกตา “แต่ฮูหยินน้อยไม่ได้ถามถึงคุณชายใหญ่มาสามวันแล้วนะเจ้าคะ”

“เพราะฉะนั้นจึงห้ามพูดความจริง”

สาวใช้มองนายหญิงอย่างไม่เข้าใจ ซีเยวี่ยไม่อธิบาย นางยังไม่รู้ว่าหมอเหยามีส่วนกับความตายหรือไม่ การเผยว่าตนจำอดีตได้ย่อมเท่ากับยื่นคอให้คนซึ่งอาจถือมีดอยู่ในมือ

เสียงบ่าวหน้าประตูขานขึ้นพอดี

“หมอเหยามาตรวจชีพจรฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ”

เหยาซูเหลียนเดินเข้ามาพร้อมหีบยาเช่นทุกวัน ครานี้นางไม่ได้ให้คนถือถ้วยยาตามหลัง มีเพียงสาวใช้ประคองโถกระเบื้องขาวใบเล็ก กลิ่นหอมของพุทราแดงกับเนื้อลำไยลอยออกมาจากใต้ฝา

“วันนี้ฮูหยินน้อยมีสีหน้าดีขึ้นมาก” หมอเหยายิ้ม พลางยอบกาย “บ่าวทราบว่าท่านได้กลิ่นยาแล้วคลื่นไส้ จึงให้ครัวเคี่ยวน้ำแกงบำรุงแทน ไม่มีกลิ่นสมุนไพรแม้แต่น้อยเจ้าค่ะ”

ชิงหลัวรับโถมาวางบนโต๊ะ เปิดฝาแล้วเห็นน้ำแกงสีอำพัน เนื้อพุทราแดงลอยอยู่ด้านบน หากมองเพียงตา ย่อมไม่มีสิ่งใดน่าสงสัย

ซีเยวี่ยกลับไม่ได้แตะ

“ลำบากหมอเหยาแล้ว” นางกล่าว “วางไว้ก่อนเถิด ข้าเพิ่งกินโจ๊ก”

“น้ำแกงนี้ต้องดื่มขณะอุ่นจึงจะดีเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นชิงหลัวเก็บไว้ให้ข้าดื่มหลังให้นมลูก”

หมอเหยาหันมองเปลเด็ก “ฮูหยินน้อยให้นมคุณหนูด้วยตนเองทุกมื้อหรือเจ้าคะ”

“หากมีกำลังก็ให้เอง กลางคืนจึงให้แม่นมช่วย”

“ร่างกายท่านยังพร่องมาก เกรงว่าจะฝืนเกินไป” หมอเหยาเปิดหีบ หยิบหมอนจับชีพจรออกมา “สตรีหลังคลอดควรนอนพักให้มาก มิหนำซ้ำคุณหนูน้อยมีแม่นมถึงสองคน ฮูหยินน้อยไม่จำเป็นต้องลำบากด้วยตนเองทุกเรื่อง”

“ข้าไม่ได้มองว่าการอุ้มลูกเป็นความลำบาก”

คำตอบทำให้หมอเหยาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนนางจะหัวเราะเบา “บ่าวย่อมดีใจที่ฮูหยินน้อยรักใคร่คุณหนู เพียงแต่เมื่อก่อนท่านเคยบอกว่าเสียงเด็กรบกวนการพักผ่อน จึงเกรงว่าท่านจะฝืนใจเพราะน้อยใจคุณชายใหญ่”

คำว่า น้อยใจคุณชายใหญ่ ถูกเอ่ยขึ้นอย่างแนบเนียน ราวกับโยนก้อนกรวดลงบนผิวน้ำเพื่อรอดูวงคลื่น

ชาติเดิม เพียงได้ยินชื่อเหิงจื้อ ซีเยวี่ยก็จะถามทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด เหตุใดไม่กลับมาเยี่ยม และไปหาอิงเหนียงหรือไม่

ครานี้นางกลับยื่นข้อมือไปวางบนหมอน “จับชีพจรเถิด”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel