บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 อ้อมแขนที่เคยว่างเปล่า 1

บทที่ 2 อ้อมแขนที่เคยว่างเปล่า 1

แสงอรุณค่อย ๆ ไล่ความมืดเหนือเมืองหลินโจว หมอกซึ่งคลุมลำน้ำมาตลอดคืนจางลงทีละน้อย ทว่าในเรือนชิงอวี้ อากาศกลับตึงจนแม้แต่เสียงถ่านแตกในเตาก็ดังชัด

เศษถ้วยยากระจายอยู่ข้างเตียง น้ำสีคล้ำซึมลึกเข้าไปในร่องอิฐ กลิ่นหวานไหม้ลอยอวลไม่ยอมจาง

เหยาซูเหลียนยืนอยู่กลางคราบยา ชายกระโปรงเปียกเป็นดวง ใบหน้าของนางมีความประหลาดใจเพียงชั่วอึดใจ ก่อนรอยยิ้มอ่อนโยนจะกลับมาเช่นเดิม

“ฮูหยินน้อยตกใจสิ่งใดหรือเจ้าคะ”

ซีเยวี่ยกอดอาหวานไว้แน่น นางอยากถามว่าเมื่อคืนฝนตกหมอเหยาทำสิ่งใดอยู่ที่ศาลาริมน้ำ อยากกระชากหีบยาออกมาเทดูทุกห่อ อยากให้คนจับหญิงตรงหน้าไปสอบสวนเดี๋ยวนี้

ทว่าความทรงจำซึ่งนางมียังพร่าเลือนเกินไป

ในชาติเดิมเหยาซูเหลียนดูแลนางมานานกว่าหนึ่งปี เป็นผู้จับชีพจรก่อนแต่ง เป็นผู้ปรุงยาบำรุงครรภ์ และเป็นผู้เฝ้าข้างเตียงในคืนคลอด แม้ซีเยวี่ยจะบอกว่าเห็นหมอเหยาก่อนตาย ผู้ใดจะเชื่อถ้อยคำจากความฝันซึ่งไม่มีหลักฐานเล่า

มิหนำซ้ำ นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุใด

ซีเยวี่ยจึงบังคับปลายนิ้วให้คลายจากผ้าห่อตัวลูก แล้วหลุบตาลง “กลิ่นยาทำให้ข้าคลื่นไส้”

หมอเหยามองนางอยู่ครู่หนึ่ง “ก่อนคลอดฮูหยินน้อยดื่มตำรับนี้มาหลายครั้ง ไม่เคยมีอาการเช่นนี้นะเจ้าคะ”

“ก่อนคลอดข้าไม่ได้เสียเลือดจนแทบสิ้นใจ”

คำตอบของซีเยวี่ยแหบพร่า แต่มั่นคงพอจะทำให้คนฟังโต้แย้งยาก ชิงหลัวได้สติ รีบคุกเข่าเก็บเศษกระเบื้อง พลางกล่าวรับผิดแทนนายหญิง

“หมอเหยาโปรดอย่าถือสา ฮูหยินน้อยเพิ่งฟื้นจึงตกใจง่าย บ่าวจะให้ครัวต้มยาใหม่ภายหลังเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้อง” ซีเยวี่ยกล่าว

มือที่กำลังเก็บเศษถ้วยหยุดพร้อมกัน

นางเงยหน้ามองหมอเหยา “ระยะนี้ข้าไม่ต้องการดื่มยาใดทั้งสิ้น หากร่างกายอ่อนแรงก็ให้บำรุงด้วยอาหารก่อน”

เหยาซูเหลียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “เลือดลมของสตรีหลังคลอดแปรปรวนง่าย หากไม่ใช้ยาช่วยเกรงว่าจะทิ้งโรคไว้ภายหลัง ฮูหยินน้อยยังมีไข้ ไม่ควรเอาแต่ใจนะเจ้าคะ”

น้ำเสียงยังคงนอบน้อม ถ้อยคำทุกคำฟังดูมีเหตุผล ราวกับหยาดฝนซึ่งตกลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล ไม่มีผู้ใดเห็นโคลนดำซึ่งค่อย ๆ ก่อตัวอยู่เบื้องล่าง

ซีเยวี่ยมองหญิงตรงหน้า แล้วพลันเข้าใจว่าเหตุใดชาติก่อนตนจึงไม่เคยสงสัย

เหยาซูเหลียนไม่เคยบังคับอย่างหยาบคาย นางเพียงเตือนว่าหากไม่ดื่มจะเสียสุขภาพ เพียงทอดถอนใจเมื่อผู้ป่วยขัดขืน เพียงทำให้ทุกคนรู้สึกว่าการปฏิเสธความหวังดีของนางเป็นเรื่องไร้เหตุผล

“ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่รักษา” ซีเยวี่ยเอ่ย “ข้าบอกเพียงว่าระยะนี้ได้กลิ่นยาแล้วคลื่นไส้ รอให้กินอาหารได้มากขึ้นค่อยว่ากัน หากหมอเหยาเห็นว่าข้าดื้อดึงจนรักษาไม่ได้ ก็พักอยู่เรือนตะวันตกสักสองสามวันเถิด”

นัยน์ตาของหมอเหยาสั่นไหวบางเบา ก่อนนางจะก้มศีรษะ “บ่าวไม่กล้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยไม่สบาย บ่าวย่อมต้องใส่ใจ เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไร”

“คุณหนูน้อยยังต้องกินนมจากมารดา หากร่างกายท่านไม่ฟื้น น้ำนมย่อมไม่พอ”

อาหวานส่งเสียงครางพอดี ริมฝีปากเล็กขยับไล่หาน้ำนมอีกครั้ง ซีเยวี่ยก้มมองลูก ความลังเลเพียงน้อยนิดพลันถูกกดลง

“เช่นนั้นหมอเหยาตรวจชีพจรเถิด แล้วเขียนรายการอาหารที่ข้ากินได้ ส่วนยานั้นยังไม่ต้องต้ม”

นางยื่นข้อมือออกไป มืออีกข้างไม่ยอมปล่อยลูก

หมอเหยาวางผ้าแพรบางบนข้อมือก่อนแตะปลายนิ้วลง ชั่วขณะหนึ่งซีเยวี่ยรู้สึกว่าปลายนิ้วคู่นั้นเย็นกว่าปกติ นางมองใบหน้าของอีกฝ่ายทุกกิริยา แต่พบเพียงความตั้งใจของแพทย์ผู้กำลังจับชีพจร

“ชีพจรยังอ่อนและพร่า มีลมเย็นค้างอยู่ เลือดลมเดินไม่สะดวก” หมอเหยากล่าวหลังผ่านไปครู่หนึ่ง “บ่าวจะเขียนอาหารบำรุงให้ ทว่าหากมีไข้สูงหรือใจสั่น ฮูหยินน้อยต้องยอมดื่มยา ห้ามปิดบังอาการเด็ดขาดนะเจ้าคะ”

ซีเยวี่ยพยักหน้า “ชิงหลัว ส่งหมอเหยากลับเรือนตะวันตก”

หมอเหยาเหมือนต้องการพูดอีก แต่สุดท้ายเพียงเก็บหีบยาและยอบกายลา ครั้นเดินถึงธรณีประตู นางหันกลับมามองทารกในอ้อมแขนซีเยวี่ยครู่หนึ่ง สายตานั้นรวดเร็วจนแทบจับไม่ได้ แล้วม่านก็ทิ้งตัวลงบดบังร่างของนาง

เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป

ซีเยวี่ยเพิ่งรู้ว่าตนกลั้นหายใจมาตลอด นางผ่อนลมหายใจยาว ร่างอ่อนแรงพิงหมอน ทว่าอาหวานกลับเริ่มร้องดังขึ้น เด็กน้อยบิดตัวอยู่ในผ้าห่อ กำปั้นแตะแก้มมารดาอย่างไร้เรี่ยวแรง

“นางหิวมากแล้ว” แม่นมซึ่งยืนรออยู่มุมห้องกล่าว “ให้บ่าวอุ้มไปป้อนน้ำข้าวก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่ต้อง”

ซีเยวี่ยมองคนในห้อง “พวกเจ้าออกไปก่อน ชิงหลัวอยู่ช่วยข้า”

แม่นมยังลังเล “แต่ฮูหยินน้อยไม่เคย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel