บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 นิยายที่กลายเป็นเรื่องจริง

ภายในห้องเงียบลง ขณะที่ เฟิ่งเปาเปาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นมารดา แววตาของกู้เตี้ยนเถียนยังคงอ่อนโยน ไม่มีการบังคับหรือการกดดันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ตอนเด็กๆ หากนางแอบทำแจกันแตก ท่านแม่ก็ใช้สายตาเช่นนี้ ตอนนางแอบปีนกำแพงหนีออกจากจวน ท่านแม่ก็ใช้สายตาเช่นนี้ เป็นสายตาที่บอกว่า ‘แม่รู้’ และ ‘แม่รอฟังจากเจ้าอยู่’

เฟิ่งเปาเปาก้มหน้าลงอีกครั้ง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะตลอดทางกลับเมืองหลวง นางคิดมาตลอดว่าจะเริ่มพูดหรือถามอย่างไร แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน

กู้เตี้ยนเถียนไม่ได้เร่ง เพียงนั่งรอเงียบๆ ปล่อยให้ลูกสาวรวบรวมความกล้า

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เฟิ่งเปาเปาจึงค่อยๆ วางถ้วยชาลง มือเล็กกำเข้าหากันแน่น

“ท่านแม่” เสียงของนางเบากว่าปกติ จนแทบเป็นเสียงกระซิบ

เฟิ่งเปาเปาสูดลมหายใจเข้าลึก พลางเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาแดงระเรื่อเล็กน้อย

“หากวันหนึ่ง มีคนมาบอกท่านว่า โลกที่เราอยู่ เป็นเพียงนิยายเรื่องหนึ่ง แล้วหากคนคนนั้นยังรู้อนาคตทั้งหมดอีก รู้ว่าผู้ใดจะตาย รู้ว่าผู้ใดจะมีชีวิต รู้ว่าอีกสิบปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น”

มือของกู้เตี้ยนเถียนชะงักเพียงเสี้ยววินาที แต่เฟิ่งเปาเปาเห็นชัดเจน หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น

กู้เตี้ยนเถียนค่อยๆ วางถ้วยชาลง โดยไม่ละสายตาจากลูกสาว บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน ดวงตาของกู้เตี้ยนเถียนนิ่งสนิท ส่วนเปาเปาก็รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะกระโดดออกจากอก

ในที่สุด นางก็ถามคำถามที่เก็บเอาไว้มาตลอดทาง

“ท่านแม่ ท่านคือหลี่ซินใช่หรือไม่” สิ้นเสียงนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่เสียงลมด้านนอก ก็เหมือนจะหยุดลงพร้อมกัน และเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ชื่อซึ่งไม่ควรมีใครรู้ ถูกเอ่ยขึ้นภายในเรือนบุปผาแห่งนี้

ทั้งห้องเงียบสนิท จนเฟิ่งเปาเปาได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตนเองเต้นดังอย่างหนักหน่วง และรวดเร็ว

นางมองกู้เตี้ยนเถียนไม่กะพริบตา รอคอยคำตอบ คำยืนยัน หรือกระทั่งคำปฏิเสธอะไรก็ได้ ขอเพียงไม่ใช่ความเงียบเช่นนี้

กู้เตี้ยนเถียนไม่ได้ตอบในทันที นางเพียงมองลูกสาวตรงหน้าเงียบๆ

ภายในห้องเงียบสนิท เฟิ่งเปาเปารู้สึกว่าลมหายใจของตนเองเริ่มติดขัด

“ท่านแม่”

กู้เตี้ยนเถียนหลุบตาลง ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบขอบถ้วยชาไปมา ตลอดสิบปีที่ผ่านมา นางไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ชื่อ ‘หลี่ซิน’ ถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เพราะกู้เตี้ยนเถียนคือภรรยาของเฟิ่งเหมา เป็นมารดาของเฟิ่งเปาเปา เป็นสะใภ้ของเหลียงเม่ยเซียน

จนบางครั้งแม้แต่ตัวนางเองก็เกือบลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งเคยมีหญิงสาวอีกคนชื่อหลี่ซินอยู่จริงๆ

“เปาเปา” กู้เตี้ยนเถียนเงยหน้าขึ้นมองลูกสาว “หากแม่ตอบว่าใช่ เจ้าจะกลัวแม่หรือไม่”

“ไม่เจ้าค่ะ เพราะท่านแม่คือท่านแม่ของข้า ท่านเลี้ยงดูข้ามาด้วยความรัก” เฟิ่งเปาเปาขยับไปกอดแม่ กู้เตี้ยนเถียนยกมือขึ้นกอดตอบลูกอย่างไม่ลังเล

“ในที่สุดก็มาถึงวันนี้จนได้” นางหัวเราะเบาๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความอ่อนล้า

เฟิ่งเปาเปารู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ เพราะคำพูดนั้นไม่ใช่คำปฏิเสธ กู้เตี้ยนเถียนมองลูกสาวที่กำลังน้ำตาคลอ ก่อนจะเลื่อนมือไปกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้เหมือนตอนเด็กๆ เวลาที่เปาเปากลัวฝนฟ้าคะนอง หรือกลัวฝันร้าย

“เล่าให้แม่ฟังสิ ว่าเจ้ารู้ได้อย่างไร” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน

ครึ่งชั่วยามต่อมา กู้เตี้ยนเถียนนั่งฟังเงียบๆ โดยไม่ขัดแม้แต่ครั้งเดียว ฟังตั้งแต่ตอนที่เฟิ่งเปาเปาตกน้ำ เรื่องหนังสือปริศนา เรื่องเฟิ่งเหมาถูกประหาร เรื่องเหลียงเม่ยเซียนตรอมใจ และเรื่องที่เปาเปาในนิยายที่ต้องต่อสู้เพียงลำพังจนกระทั่งได้เป็นไท่จื่อเฟย

เมื่อเล่าจบ เฟิ่งเปาเปาก็รู้ตัวอีกทีว่าน้ำตาไหลเต็มหน้าแล้ว

“ข้าเห็นทุกอย่าง ข้าเห็นท่านพ่อตาย เห็นท่านย่าจากไป เห็นจวนสกุลเฟิ่งของเราพังทลาย ข้าเห็นตัวเองเหลืออยู่คนเดียว” เสียงของนางสั่น ยิ่งพูด น้ำเสียงก็ยิ่งเบาลง

“ท่านแม่ ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่” เฟิ่งเปาเปาก้มหน้า แต่ละคำที่ถามออกมาล้วนเป็นไปอย่างยากลำบาก

กู้เตี้ยนเถียนเงียบไปพักใหญ่ สายตาของนางทอดออกไปนอกหน้าต่าง มองแสงจันทร์ที่กำลังส่องลงบนสวนด้านนอก ราวกับกำลังมองผ่านคืนวันนี้ กลับไปยังคืนหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน คืนที่หลี่ซินลืมตาขึ้นมาในร่างของสตรีที่ไม่รู้จัก

“ใช่ ทั้งหมดนั้น คือเนื้อเรื่องเดิม”

คำตอบนั้นดังขึ้นอย่างหนักแน่น จนเฟิ่งเปาเปาหลับตาลงอีกหน

“ในนิยายที่แม่เคยอ่าน กู้เตี้ยนเถียนเป็นเพียงตัวประกอบ บทของนางมีอยู่ไม่กี่หน้า นางรักสามีอยู่ฝ่ายเดียว คิดว่าท่านพ่อของเจ้าไม่รักนางจึงเอาแต่ดื่มสุรา และสุดท้ายก็ตกบ่อน้ำป่วยอยู่หลายวัน ก่อนจะเสียชีวิต” กู้เตี้ยนเถียนหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงความขมขื่นอยู่เล็กน้อย

เฟิ่งเปาเปากำมือแน่น เพราะนั่นคือเรื่องที่นางเพิ่งเห็นมา ทุกอย่างตรงกันหมด

“หลังจากนั้น เฟิ่งเหมาไท่ฝูต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ส่วนเปาเปาก็เติบโตขึ้นมาอย่างเดียวดาย” กู้เตี้ยนเถียนกล่าวต่อ นางทอดสายตามองบุตรสาว พร้อมยิ้มเศร้าๆ

ภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง กู้เตี้ยนเถียนค่อยๆ ลูบหลังมือของลูกสาว แล้วกล่าวต่อ

“ตอนที่แม่ลืมตาขึ้นมา แม่คิดเพียงอย่างเดียวคือเอาชีวิตรอด แต่ไปๆ มาๆกลับมีสามี มีท่านย่า มีเจ้า มีครอบครัว พอมีสิ่งเหล่านี้แล้ว แม่ก็ไม่อยากเสียมันไปอีก”

ดวงตาของกู้เตี้ยนเถียนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เฟิ่งเปาเปาก้มหน้าลง น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะเข้าใจ เข้าใจแล้วว่าทำไมตลอดสิบปีที่ผ่านมา ท่านแม่ถึงพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เข้าใจแล้วว่าทำไมท่านแม่ถึงรักครอบครัวนี้นัก และเข้าใจแล้วว่าสาเหตุที่นางยังมีพ่อ ยังมีแม่ ยังมีท่านย่า เป็นเพราะสตรีตรงหน้าของนางที่พยายามต่อสู้กับโชคชะตามาตลอดสิบปี

“ท่านแม่” เฟิ่งเปาเปากัดริมฝีปาก “ท่านคิดว่าโกวเฉิงหยางเป็นคนไม่ดีหรือไม่”

กู้เตี้ยนเถียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่” คำตอบนั้นรวดเร็วเกินคาด “ในนิยายเดิม เขาเป็นไท่จื่อที่ดี เป็นสามีที่ดี”

“เช่นนั้นเหตุใด ข้าจึงต้องสูญเสียทุกคนเพียงเพื่อได้ยืนข้างเขา” เฟิ่งเปาเปาก้มหน้าลง

กู้เตี้ยนเถียนมองลูกสาวนิ่งๆ “เพราะบางครั้ง คนที่ดี ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางที่เดินร่วมกันจะมีความสุข แม่ไม่อยากให้เจ้าต้องเลือก ระหว่างคนที่รักกับครอบครัวอีกครั้ง”

กู้เตี้ยนเถียนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน ยิ่งเห็นเช่นนี้ เฟิ่งเปาเปายิ่งรู้สึกว่า นางจะไม่มีวันยอมเสียครอบครัวไปเด็ดขาด

“ท่านแม่ ข้าตัดสินใจแล้ว”

กู้เตี้ยนเถียนมองลูกสาว รอฟังอย่างเงียบๆ เฟิ่งเปาเปาสูดลมหายใจลึก ก่อนพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ

“ข้าจะไม่เป็นไท่จื่อเฟย ข้าจะไม่ยอมแลก

กู้เตี้ยนเถียนกะพริบตาหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้แปลกใจมากนัก เพราะนางพอจะเดาได้อยู่แล้ว

เฟิ่งเปาเปากัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

“ในนิยาย ข้าได้เป็นไท่จื่อเฟยก็จริง แต่สิ่งที่ต้องเสียไปคือท่านพ่อ ท่านย่าและครอบครัวของข้า” แววตาของนางมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ เฟิ่งเปาเปาส่ายหน้า น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นทีละน้อย

“ต่อให้ตำแหน่งนั้นสูงส่งเพียงใด ต่อให้ได้เป็นฮองเฮา ข้าก็ไม่เอา ข้าขออยู่กับครอบครัวดีกว่า”

กู้เตี้ยนเถียนมองลูกสาวนิ่งๆ ก่อนรอยยิ้มอ่อนโยนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า เพราะคำตอบนี้ ไม่ต่างจากคำตอบที่นางคิดเอาไว้เลย

“เช่นนั้นก็ดี”

“ท่านแม่ไม่คัดค้านหรือเจ้าคะ” เฟิ่งเปาเปาชะงัก เอียงคอมองผู้เป็นแม่ด้วยความแปลกใจ

“เหตุใดแม่ต้องคัดค้าน สำหรับแม่ ตำแหน่งไท่จื่อเฟยไม่ได้สำคัญเท่าความสุขของเจ้า” กู้เตี้ยนเถียนหัวเราะ ใช้นิ้วแตะปลายจมูกลูกสาวเบาๆเหมือนที่ชอบทำมาตั้งแต่เด็ก

เฟิ่งเปาเปารู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความโล่งใจ นางยกมือขึ้นสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น กู้เตี้ยนเถียนเองก็กอดตอบลูกเช่นกัน หัวอกคนเป็นแม่ อย่างไรนางก็ต้องเลือกความสุขของเปาเปามากกว่าตำแหน่งไท่จื่อเฟยอยู่แล้ว

แต่ถึงแม้จะบอกผู้เป็นแม่อย่างหนักแน่นเช่นนั้น ทว่าเฟิ่งเปาเปาอดคิดถึงสายตาที่มองนาง คิดถึงตอนที่เขาเรียกนางว่า ‘คุณหนูหลี่’ ทั้งที่เห็นชัดๆ ว่าไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว หัวใจกลับเต้นเร็วกว่าปกติอย่างควบคุมไม่ได้ และนอกจวนสกุลเฟิ่งในค่ำคืนเดียวกันนั้นเอง ไม่มีผู้ใดรู้ว่า รถม้าคันหนึ่งเพิ่งเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงอย่างเงียบเชียบพร้อมบุรุษหนุ่มผู้พกปิ่นหยกรูปหงส์ติดตัวมานานสิบปี

เช้าวันถัดมา

แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในเรือนบุปผา นกน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่บนกิ่งไม้ด้านนอก ทุกอย่างดูเป็นเช้าที่สงบงดงาม หากแต่สำหรับเฟิ่งเปาเปาแล้ว นางแทบไม่ได้นอน

หลังจากคุยกับท่านแม่กู้เตี้ยนเถียนเมื่อคืน สมองของนางก็เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งเรื่องราวในนิยาย เรื่องอนาคต และเรื่องของโกวเฉิงหยาง

“บ้าไปแล้ว” เฟิ่งเปาเปาพึมพำพลางใช้พู่กันจิ้มหมึก พร้อมส่ายหน้าแรงๆ ราวกับพยายามสะบัดความคิดบางอย่างออกไป จากนั้นจึงก้มลงเขียนต่อ

บนโต๊ะไม้กลมกลางห้องมีกระดาษแผ่นใหญ่ถูกคลี่ออก ตรงกลางเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่เอาไว้ว่า

‘แผนเปลี่ยนโชคชะตาสกุลเฟิ่ง’

เฟิ่งเปาเปามองผลงานของตนอย่างพึงพอใจ ก่อนยกพู่กันขึ้นเขียนต่อ ข้อหนึ่ง ปกป้องท่านพ่อ นางวงเอาไว้หนึ่งรอบ ก่อนพึมพำกับตัวเอง

“อันนี้สำคัญที่สุด”

ข้อสอง หาคนที่ใส่ร้ายสกุลเฟิ่ง วงเอาไว้อีกหนึ่งรอบ

“หากรู้ตัวคนร้ายก่อน ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น”

ข้อสาม ปกป้องท่านย่า

ข้อสี่ ปกป้องท่านแม่

พอเขียนถึงตรงนี้ เฟิ่งเปาเปาก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืน แม้ตอนแรกจะตกใจ แต่ตอนนี้นางกลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด อย่างน้อย คราวนี้นางไม่ได้ต่อสู้อยู่คนเดียว เพราะยังมีท่านแม่อยู่ สตรีผู้เคยเอาชนะโชคชะตามาแล้วครั้งหนึ่ง

เฟิ่งเปาเปาหยิบพู่กันขึ้นอีกครั้ง ก่อนเขียนข้อสุดท้ายตัวโตมาก จนกินพื้นที่ไปเกือบครึ่งแผ่น

‘ห้ามเข้าใกล้โกวเฉิงหยางเด็ดขาด’

เขียนเสร็จ นางวงหนึ่งรอบ แต่คิดดูแล้วยังไม่พอ จึงวงเพิ่มอีกหนึ่งรอบ แล้ววงซ้ำเป็นรอบที่สาม จากนั้นจึงวางพู่กันลงอย่างพึงพอใจ

“สมบูรณ์แบบ ตราบใดที่อยู่ห่างจากเขา อนาคตก็น่าจะเปลี่ยนได้” เฟิ่งเปาเปาพยักหน้ากับตัวเอง แต่เพียงแค่นางเพิ่งพูดจบ เสียงหัวเราะกลั้นขำก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel