บทที่ 4-1 บ่าวชั่ว
จินซินกลับมาถึงเรือนนอนก็หลับเป็นตาย ตื่นมาอีกทีก็รู้สึกดีขึ้นมาก แม้จะเวียนหัวนิดหน่อยแต่อาการสั่นหายไปแล้ว แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนางก็อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ลู่จื่อเซวียนเห็นด้านมืดของนางเพิ่มอีกแล้ว
หญิงสาวเม้มริมปีปากแน่น พร้อมกับท่องเอาไว้ในใจว่านับแต่นี้นางจะต้องเลิกดื่มสุราให้จงได้
เมื่อคิดตกแล้วนางก็สบายใจขึ้นมาก นั่งพักต่ออีกครู่หนึ่งจึงสั่งให้อาซีและอาหลิงไปทำน้ำแกงสร่างเมามาให้นางดื่มสักถ้วย
หลังจากที่พูดคุยเรื่องถอนหมั้นกับลู่จื่อเซวียนเรียบร้อยแล้ว จินซินก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก วันเวลานับแต่นี้ของนางย่อมดีขึ้นมาก อีกทั้งนางยังใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการศึกษาสมุนไพรต่างๆ
ตระกูลจินเป็นตระกูลคหบดีก็จริง แต่บิดาของนางก็มีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่ไม่น้อย เขาจับมือสอนนางทุกอย่างแต่ยามนั้นนางฟังหูซ้ายทะลุหูขวา โชคดีที่ยังพอจะจำในสิ่งที่ท่านพ่อเคยสอนได้อยู่บ้าง นางจึงเริ่มเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยตนเองใหม่อีกครั้ง
หมดเวลาไปครึ่งค่อนวันในที่สุดนางก็ทำถุงหอมจินกู่ออกมาได้สองถุง และนำไปมอบให้ลู่โหวและโหวฮูหยิน อีกทั้งยังบอกว่าถุงหอมนี้ช่วยทำให้บรรเทาอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะในผู้สูงอายุได้ดีและยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้อีกด้วย โหวฮูหยินค่อนข้างประหลาดใจอยู่ในที แต่ถึงกระนั้นก็ยังเอ่ยชมจินซินไม่หยุด ลู่โหวก็ชื่นชมนางเช่นกัน จะมีก็แต่ลู่จื่อเซวียนที่ยังไม่เชื่อว่านางจะเป็นคนดีได้
วันเวลาก็ผ่านไปเช่นนี้ ในที่สุดหยางซานและพ่อบ้านอวี๋ก็เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงเสียที
ก่อหน้านี้นางวานให้หยางซานไปจัดการเรื่องขายร้านค้าให้เจ้าของคนใหม่ เพราะนางย้ายมาอยู่เมืองหลวงแล้ว จะให้เดินทางไปกลับก็คงไม่สะดวกเท่าใดนัก นางจึงคิดจะขายร้านค้าทิ้งเสีย ยามนั้นนางคิดเพียงว่าขายทิ้งไปเสียและเอาเงินมาใช้ และยังจะทยอยขายร้านต่างๆ ในเมืองหลวงทิ้งด้วย ด้วยคิดว่าอีกไม่นานนางก็จะแต่งกับลู่จื่อเซวียนแล้ว จะออกไปค้าขายให้ลำบากทำไมกัน มิสู้นั่งเป็นฮูหยินท่านโหวให้สบายใจไม่ดีกว่าหรือ
ทว่าเวลานี้นางเปลี่ยนความคิดแล้ว ร้านที่บ้านเดิมขายแล้วก็แล้วไป แต่ว่าร้านในเมืองหลวงนางไม่มีทางขายทิ้งเด็ดขาด
จินซินหยุดความคิดไว้ก่อนจะหันมามองดูหยางซานที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแล้วละสายตาหันไปมองพ่อบ้านอวี๋ พ่อบ้านอวี๋ที่เห็นว่านางมองมาก็ยิ้มประจบประแจง ก่อนจะยกเท้าเตะที่ไหล่ของหยางซานอย่างไม่พอใจ
"คุณหนูคงยังไม่รู้ ว่าบ่าวชั่วนี่สร้างเรื่องลำบากให้พวกเรามากเพียงใด เขาป่วยทำให้การเจรจาค้าขายไม่คืบหน้าไม่พอ ยังทำให้คุณหนูต้องจ่ายเงินถึงสองร้อยตำลึงเพื่อมารักษาเขาอีก ช่างสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่คุณหนูไม่ต้องกังวลบ่าวได้สั่งสอนเขาไปแล้ว"
“สั่งสอนเช่นไร”
จินซินที่นั่งจิบชาอยู่เอ่ยถามพ่อบ้านอวี๋ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พ่อบ้านอวี๋ยิ้มเต็มใบหน้าพลางตอบด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอ
“บ่าวตบหน้าเขาไปสองฉาด และยังให้เขาอดข้าวด้วยขอรับ”
จินซินที่ได้ฟังก็ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พ่อบ้านอวี๋ยิ่งได้ใจคิดจะร้องขอรางวัล แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก จินซินก็เขวี้ยงจอกสุราเข้าใส่กลางหน้าผากของเขาเข้าเต็มแรงจนโลหิตไหลอาบหน้า เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนที่ได้เห็นดังนั้นจึงรีบก้มหน้างุดไม่กล้าส่งเสียงอุทานออกมา
พ่อบ้านอวี๋ที่ไม่รู้ว่าตนเองทำสิ่งใดผิดจึงกล่าววาจาตัดพ้อทันที
"คุณหนู บ่าวทำผิดเรื่องใดกันท่านจึงทำร้ายบ่าวเช่นนี้ บ่าวรับใช้คุณหนูมาตั้งนาน อีกทั้งยังเป็นคนเก่าแก่ของบิดาท่าน!"
เหอะ ยกบุญคุณมาอ้างอีกหรือ
จินซินยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับจ้องพ่อบ้านอวี๋เขม็ง ตาแก่ชั่วนี่ชาติก่อนลักเล็กขโมยน้อยเอาของๆ นางไปขายนางเองก็คร้านจะถือสาเขา แต่ไม่คิดเลยว่าสันดานของเขาจะแก้ไม่หาย
"เจ้าทวงบุญคุณข้าหรือ หืม"
"บ่าวไม่กล้า!"
พ่อบ้านอวี๋รีบปฎิเสธเป็นพัลวัน อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบเข้ามา จินซินละสายตาจากพ่อบ้านอวี๋ก่อนจะหันมาเอ่ยกับหยางซานว่า
"อาซาน รู้เห็นสิ่งใดก็พูดมาเถอะ"
พ่อบ้านอวี๋หันขวับมามองหยางซานทันที หยางซานฉีกยิ้มให้พ่อบ้านอวี๋ แล้วจึงหันมาตอบคำถามของจินซิน
"เรียนคุณหนู พ่อบ้านอวี๋มีใจละโมบชั่วช้า เขาแอบโกงเงินขายร้านค้าของคุณหนูไปขอรับ รายได้แต่ละเดือนที่ผ่านมาก็ล้วนมีพิรุธ นี่คือสมุดบัญชีที่บ่าวลักลอบนำออกมาได้ ขอคุณหนูโปรดตรวจสอบ"
หยางซานล้วงหยิบสมุดบัญชีส่งมาตรงหน้าจินซิน นางรับมาเปิดอ่านทีละหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ พ่อบ้านอวี๋ตัวสั่นสะท้านแข้งขาอ่อนไปหมด หลังจากคุณหนูมาอยู่เมืองหลวง เขาที่เป็นพ่อบ้านก็ได้รับหน้าที่ให้ดูแลจวนตระกูลจินและร้านค้าที่บ้านเดิม แต่ไหนแต่ไรคุณหนูไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย เขาจึงสามารถยักยอกเงินเข้าพกเข้าห่อได้อย่างสำราญใจ แต่ใครจะรู้เล่าว่าวันนี้จะถูกจับได้เสียแล้ว
เขาตวัดสายตามองหยางซานอย่างโกรธเคือง แต่หยางซานกลับมีสีหน้าเรียบเฉยไม่คิดจะมองเขาด้วยซ้ำ
จินซินตรวจสอบบัญชีเสร็จก็เหยียดยิ้ม ก่อนหน้านี้ในจดหมายที่พ่อบ้านอวี๋เขียนตอบกลับมาก็มีจดหมายลับของหยางซานแนบมาด้วย เนื้อหาในจดหมายบอกให้นางระวังพ่อบ้านอวี๋
จินซินครุ่นคิดชาติก่อนไม่เป็นเช่นนี้กว่านางจะรู้ตัวสมบัติก็หายไปไม่ใช่น้อยแล้ว แต่ครั้งนี้หยางซานกลับช่วยนางจับคนชั่ว
นางถอนหายใจยาวๆ ออกมาก่อนจะสั่งการลงไป
"ลากพ่อบ้านตู้ออกไป โบยให้หนัก แล้วส่งไปขายยังโรงค้าทาส”
