ตอนที่ 8 อย่างท่าน ก็คงทำได้แค่นี้แหละ
“คุณหนูอวี้ คือว่า…”
“พี่เว่ยหยาง หากว่าท่านเห็นว่าข้าไร้ความสามารถ ช่วยเหลือท่านไม่ได้เช่นนั้นก็ให้ข้าออกจากจวนอ๋อง ไปเผชิญชะตากรรมข้างนอกเถิดเพคะ ข้าคงทนอยู่ในจวน ที่เอาแต่โยนความผิดเช่นนี้ให้ข้าตลอดไปไม่ได้หรอกเพคะ”
“ชิงเซียนเจ้าเงียบก่อน ไม่ต้องร้องไห้”
ชิงเซียนเริ่มบีบน้ำตาออกมา เมื่อท่านอ๋องเห็นก็เริ่มใจอ่อน ปิงเยว่ได้แต่ยืนมอง ที่แท้ทุกครั้งก็มักจะเป็นเช่นนี้ อวี้ชิงเซียนเพียงแค่บีบน้ำตาไม่กี่หยด พูดถึงพี่ชายของนางไม่กี่คำ ท่านอ๋องก็ใจอ่อนไม่อยากสืบถามเอาความต่อ ส่วนฝานปิงเยว่ที่เอาแต่ก้มหน้า ยืนห่อไหล่ราวคนไร้วิญญาณ พูดจาก็แทบจะฟังไม่รู้เรื่อง จึงถูกท่านอ๋องเมินมาโดยตลอด
“ฮึก! วันนี้สาวใช้ของข้าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ ส่วนพี่หญิงก็เอาแต่โยนความผิดให้ข้า หาว่าข้าเกลียดนางจนลอบวางยาพิษ และยังวางแผนเอาอาหารเหล่านี้วางทิ้งไว้ในห้อง ใครจะไปรู้ว่านางเอาไปวางไว้ตั้งแต่เมื่อใด ฮึก! ข้ามันทำบุญคนไม่ขึ้น สมควรตายตามพี่ใหญ่ไปจริง ๆ”
“ชิงเซียนอย่าพูดเช่นนั้น ข้ารับปากพี่ชายเจ้าแล้วว่า จะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี”
“แต่ท่านก็สงสัยข้า”
“ข้า…”
ท่านอ๋องหันมามองปิงเยว่อีกครั้ง สีหน้าของนางเบื่อระอาเกินกว่าจะพูด เมื่อเห็นว่าท่านอ๋องเริ่มใจอ่อนกับคำโกหกของอวี้ชิงเซียน
“ฝานปิงเยว่ เรื่องอาหารของเจ้า ข้าจะต้องสอบสวนและคืนความเป็นธรรมให้เจ้าแน่ เรื่องนี้…”
“ช่างเถอะ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านก็ได้คงทำได้แค่นี้แหละ ไม่แปลกใจหรอกเพคะ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”
“หึ! ท่านอ๋องน่าจะทราบดีอยู่แก่ใจ ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้น ไม่ว่าอวี้ชิงเซียนจะทำผิดอย่างไร นางก็มักจะลากบิดาและพี่ชายที่ตายจนไปเกิดใหม่ไปสามรอบ ขึ้นมาพูดให้ท่านรู้สึกผิด แล้วก็ได้ผลทุกครั้งเสียด้วยสิ เอาล่ะในเมื่อท่านไม่จัดการอะไรก็ช่างเถอะ ข้าจะถือเสียว่าท่านพ่อข้า เคยหลงช่วยเหลือเสือโง่ตาบอดไร้สมองไปตัวหนึ่งก็แล้วกัน”
“บังอาจ! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณหนูฝาน”
“แล้วข้าพูดผิดงั้นหรือ นี่หรือผู้ที่จะเป็นใหญ่ในวันข้างหน้า ข้าคิดว่าท่านเป็นจอมแม่ทัพ สุขุมและเด็ดขาด น่าเกรงขามและยุติธรรม ไม่คิดเลยว่าแค่ลมปากเน่า ๆ กับคำตัดพ้อทวงบุญคุณไม่กี่คำ ก็ทำให้ใจอ่อนเห็นผิดเป็นชอบ เช่นนี้ก็ปล่อยให้ข้าตาย ด้วยอาหารเน่า ๆ เหล่านี้ไปก็คงจะดีกว่า เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าช้าหรือเร็ว ก็มีคนพยายามทำให้ข้าตายอยู่ดี”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรฝานปิงเยว่!”
“ท่านถามนางสิ ท่านฝากจวนเอาไว้กับนางมิใช่หรือ หากไม่โง่เกินไป ก็คงคิดออก”
"เจ้า! ฝานปิงเยว่ เหตุใดต้อง ใส่ร้าย… ข้า ฮึก! ข้า…หะ ฮึก!”
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูของบ่าว ท่านอ๋องช่วยด้วยเจ้าค่ะ”
“ชิงเซียน!”
อวี้ชิงเซียนล้มพับไปทันที ท่านอ๋องตกใจและรีบลุกขึ้น แต่เสียงถอนหายใจที่ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้พระองค์ชะงัก
“เฮ้อ… สุดท้ายก็เป็นลม ใช้วิธีชั้นต่ำแบบนี้นี้อีกแล้ว เมื่อใดนางจะเปลี่ยนวิธีหนีความผิดเช่นนี้เสียทีนะ น่าเบื่อจริง”
“เร็วเข้ารีบหายาดมมาให้คุณหนูข้าสิ”
สาวใช้วิ่งกันให้วุ่น ท่านอ๋องได้แต่ยืนมอง เมื่อปิงเยว่รินน้ำชาร้อนลงในถ้วย ท่านอ๋องจับมือนางเอาไว้ และส่ายศีรษะ
“นี่เจ้าจะทำอะไร”
“ท่านอ๋อง ข้ามีวิธีรักษาของข้า หากท่านไม่มั่นใจในฝีมือการรักษาของบุตรสาวหมอเทวดา ก็คงไม่พาข้ามาที่นี่ใช่หรือไม่”
ท่านอ๋องมองสายตาที่แน่วแน่ของนาง ทำเอาหัวใจของเขาสั่นไม่หยุด เดิมทีก่อนหน้านี้ เขารำคาญนางนักหนา แต่วันนี้กลับทำให้หัวใจพยัคฆ์ที่เยือกเย็น และไม่เคยพึงใจสตรีคนใดในใต้หล้านี้มาก่อน กลับกระตุกราวกับถูกเชือกดึงรั้งกลางเหวลึกถึงสองสามครั้งติดต่อกันเช่นนี้
“หลีกไปสิ”
“เจ้าจะทำอะไร”
“ถามโง่ ๆ ข้าก็จะรักษานางน่ะสิ”
"แต่คุณหนูของข้าเป็นลมหมดสติอยู่…."
ซ่าส์!!
“กรี๊ด…..ร้อน ๆ ๆ กรี๊ดดด นางสารเลว เจ้าทำอะไร กล้าเอาน้ำร้อนมาสาดใส่ข้างั้นหรือ!”
