ตอนที่ 7 หุบปากให้หมด!
เฮือก!
"คะ คุณหนูฝานเจ้าคะ นะ นี่มันกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว"
“กลั่นแกล้งงั้นหรือ เจ้าเป็นคนจัดอาหารถาดนี้มาให้ข้า เช่นนั้นเจ้าก็กลั่นแกล้งข้าด้วยใช่หรือไม่”
"ข้าน้อยเปล่านะเจ้าคะ!"
“ท่านอ๋องข้าขอถามท่านสักคำ ตอนที่ท่านพ่อข้าช่วยเหลือท่านเอาไว้ มีสักมื้อหรือไม่ที่เขาปล่อยให้ท่านอดอยาก ทุกวันท่านพ่อข้าต้มยาและดูแลท่านด้วยตัวเอง เป็นเช่นนั้นมาตลอดสองปี รักษาจนท่านหายดี มีสักมือหรือไม่ที่อาหารในจานของท่านมิได้ทำสดใหม่ และมีแต่เศษผักกับของใกล้เน่า ท่านบอกว่าท่านพ่อเป็นผู้มีพระคุณ แต่ท่านกลับให้ข้ากินอาหารเช่นนี้งั้นหรือ”
ปึง!
เฉินเว่ยหยางตบโต๊ะอย่างแรง และลุกขึ้นมาทันที ชิงเซียนรีบลุกขึ้นมา และเดินเข้ามาจับชายแขนเสื้อของท่านอ๋องทันที
“พี่เว่ยหยาง ท่านอย่าได้โมโหไปเลยเพคะ พี่หญิงปิงเยว่ ท่านอ๋องไม่เคยลืมพระคุณของบิดาท่าน แต่ไม่เห็นว่าควรจะนำเรื่องนี้มาพูดในตอนนี้ นี่เจ้ากำลังจะทวงบุญคุณงั้นหรือ”
อวี้ชิงเซียนได้ทีจึงรีบเติมเชื้อไฟ นางรู้ดีว่าท่านอ๋องไม่ชอบให้ผู้ใดมาหักหน้าเขาเช่นนี้ โดยเฉพาะคนที่ไร้ความสามารถอย่างฝานปิงเยว่ ที่ทำตัวน่ารำคาญอยู่ตลอดเวลา
“แล้วข้าไม่ควรทวงบุญคุณหรอกหรือ เท่าที่ข้ารู้ เจ้าก็เป็นแค่น้องสาวของสหายที่ตายในสนามรบ ตัวเจ้าเองนับตั้งแต่อยู่ในจวนอ๋อง ก็มิได้ทำประโยชน์อันใด เกาะแขนขาของเขาไปวัน ๆ นอกจากอยากจะแต่งให้เขาจนตัวสั่น อย่างอื่นเจ้ารู้อะไรบ้าง”
“ฝานปิงเยว่ นี่เจ้า!”
“หุบปากให้หมด!”
ปิงเยว่โมโหหิวจนระเบิดอารมณ์ออกไป ท่านอ๋องตะเบ็งเสียงออกมาสุดกำลัง แม้แต่ไป่หลิงเองก็ยังตกใจ แต่ชิงเซียนกลับลอบยิ้ม และเกาะแขนของท่านอ๋องแน่น
“พี่เว่ยหยาง โอ๊ย!"
ท่านอ๋องสลัดแขนอย่างแรง จนนางต้องถอยออกไป ท่านอ๋องไม่เคยผลักไสนางเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้เขาหันไปมองฝานปิงเยว่ ที่ยืนเผชิญหาและจ้องตาเขาอย่างไม่นึกกลัว
“ฝานปิงเยว่…. เจ้าพูดถูกต้องแล้ว”
""อะไรนะ!""
ทุกคนถึงกับตกใจ เมื่อท่านอ๋องหันไปเห็นด้วยกับคำพูดของปิงเยว่ แต่ผู้พูดกลับเชิดหน้าเบี่ยงหนีไปอีกทาง
“พี่เว่ยหยาง…”
“อวี้ชิงเซียน! ข้าไปราชการที่หัวเมืองเพียงสองเดือน ฝากให้เจ้าดูแลในจวน เจ้าดูแลเช่นนี้งั้นหรือ”
“ข้า! ไม่ใช่นะเพคะพี่เว่ย…”
“พอที! แค่อาหารและความเป็นอยู่ของคนในจวน เจ้าก็ยังละเลยได้ถึงขนาดนี้ ผู้ดูแลจาง”
“พะ เพคะท่านอ๋อง”
“เจ้าออกมานี่ แล้วก็… กินอาหารในถาดนั้นให้หมด”
“ท่านอ๋องเพคะ! แต่ว่าอาหารนั่น”
“ทำไม! เจ้ากล้าจัดอาหารเช่นนี้ไปให้ฝานปิงเยว่กิน แต่ตัวเองกลับไม่กล้ากินงั้นหรือ ไป่หลิง!”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ให้นางกินอาหารในถาดนั่นให้หมด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านอ๋องโปรดทรงอภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่กล้าอีกแล้ว”
“ไม่กล้าอีกแล้วงั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าจงพูดมา ตลอดเวลาที่ข้าไม่อยู่ เจ้าทำเช่นนี้มากี่ครั้งแล้ว พูด!"
“ระ เรื่องนี้…คือว่า”
“หากเจ้าไม่กล้าพูด เช่นนั้นข้าจะสั่งโบยเจ้า จนกว่าจะพูดออกมา”
“พระอาญาไม่พ้นเกล้า หม่อมฉันพูดแล้วเพคะ หม่อมฉันบอกแล้ว ทะ ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณหนูอวี้เพคะ นับจากที่พระองค์ออกว่าราชการหัวเมือง นางก็บอกว่าท่านอ๋องเป็นคนมอบอำนาจให้นางเป็นผู้ดูแลจวน หม่อมฉันจึงไม่กล้าขัดคำสั่ง นางสั่งเช่นไร หม่อมฉันก็ทำเช่นนั้นเพคะ”
“จะ เจ้า เจ้า! เหตุใดถึงได้มาโยนความผิดให้ข้า พวกเจ้าเห็นว่าข้าเป็นคนไร้ญาติ ไม่มีผู้ใดหนุนหลัง บิดาสิ้นตั้งแต่เด็ก พี่ชายคนเดียวของข้า ก็มาตายในสนามรบ พวกเจ้าคงรอโอกาสที่จะโยนความผิดให้ข้ามานานแล้วสินะ"
