ตอนที่ 18 เหตุใดต้องรู้สึกผิด
ท่านอ๋องชำเลืองมองปิงเยว่ ที่เดินมานั่งโต๊ะอ่านตำราของนาง โดยไม่หันมามองเขาอีก เมื่อถูกอวี้ชิงเซียนดึงออกไปจากห้องของปิงเยว่ เขาได้แต่ลอบถอนหายใจเบา ๆ
‘เหตุใดข้าจึงต้องรู้สึกผิดกันเล่า ก็เห็นอยู่ว่านางเป็นคนผลักไสข้าเองมิใช่หรือ เปลี่ยนแปลงไปก็นับเป็นเรื่องที่ดี แต่จะมาถือดีกับข้าเช่นนี้ เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ฝานปิงเยว่’
วันถัดมา
สาวใช้จากเรือนใหญ่ของท่านอ๋อง นำเงินมามอบให้กับปิงเยว่ตั้งแต่เช้าตรู่ นางพึ่งจะเตรียมตัวเสร็จ ออกมาก็พบกับถุงเงินก้อนโต ซึ่งมันมากมายจนนางคิดไม่ถึง
“ให้ตายเถิดเจินลี่ เหตุใดมีเงินมากมายถึงเพียงนี้ได้เล่า”
“ข้าเองก็ตกใจเจ้าค่ะคุณหนู แต่สาวใช้ของท่านอ๋องแจ้งว่า นี่เป็นเงินที่ท่านอ๋องมอบให้ท่านเอาไว้ใช้จ่าย ทั้งหมดสามพันตำลึง"
“สามพันตำลึง! มากขนาดนั้นเชียว”
“ท่านอ๋องคงรู้ว่าก่อนหน้านี้ ท่านแทบจะไม่ได้รับเบี้ยหวัดรายเดือน เพราะถูกคุณหนูอวี้กลั่นแกล้ง แต่กลับไม่พูดอะไร สาวใช้ยังบอกอีกว่า หากเกิดเรื่องเช่นนี้อีก ให้ท่านรีบแจ้งเจ้าค่ะ”
"อ้อ… ที่แท้เขาก็แค่รู้สึกผิด ที่อวี้ชิงเซียนเคยยักยอกเงินของฝานปิงเยว่ไปนี่เอง แล้วนั่นเล่าตั๋วเงินอะไรอีก"
"คือว่า… นี่คือเงินที่ให้ท่านเอาไว้ซื้อของที่จำเป็น ในการรักษาคุณหนูอวี้เจ้าค่ะ”
ปิงเยว่ก้มหน้าและยิ้มออกมา ที่แท้เขาก็อยากให้นางซื้อของที่จำเป็นสำหรับรักษาอวี้ชิงเซียนนี่เอง ถึงได้ให้เงินนางมากถึงขนาดนี้
“เขาทำทุกอย่างได้เพื่ออวี้ชิงเซียนจริง ๆ ดูท่าว่านางคงจะมีบุญคุณกับเขามากเลยสินะ เจินลี่เจ้ารู้หรือไม่ว่า อวี้ชิงเซียนถูกพิษได้อย่างไร”
“เห็นว่าเมื่อสี่ปีก่อน นางรับฝ่ามือจากศัตรูแทนท่านอ๋องจนได้รับบาดเจ็บ ฝ่ามือนั้นมีปราณพิษไอเย็นอยู่ แต่ทว่าผู้ที่ทำร้ายท่านอ๋อง ถูกสังหารไปแล้วโดยพี่ชายของนาง หลังจากนั้นไม่นาน พี่ชายของคุณหนูอวี้ เสียสละตัวเองในสนามรบ คุณหนูอวี้ไร้ญาติขาดมิตร เพื่อตอบแทนบุญคุณสหายร่วมศึก ท่านอ๋องจึงรับนางเข้าจวนเจ้าค่ะ แต่เรื่องนี้ท่านเองก็ทราบนี่เจ้าคะ หรือว่าคุณหนูลืมไปอีกแล้ว”
“ก็คงใช่ ข้าคงลืมไปหมดแล้วจริง ๆ ที่แท้เขากับนางก็มีความสัมพันธ์กันเช่นนี้ ช่างเถอะ ทำให้ดีที่สุดก็พอ เราออกไปใช้เงินกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
ตลาดเมืองฉีโจว
ปิงเยว่พึ่งเคยออกมาจากจวนอ๋อง หลังจากที่นางมาอยู่ในร่างนี้ เมื่อเห็นตลาดที่คึกคักไปด้วยผู้คน อาหารและขนมที่หน้าตาแปลกตา เครื่องประดับและอัญมณีที่วางขายตามท้องถนน ก็ทำให้ปิงเยว่รู้สึกเพลิดเพลิน จนหลงลืมไปชั่วขณะว่า นางจะต้องซื้อสิ่งใดบ้าง
“นี่เจินลี่เจ้าดูสิ งามหรือไม่”
“งามมากเจ้าค่ะคุณหนู”
“กำไลหยกนี่...เอ๊ะ!”
“ขออภัยแม่นาง ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว”
บุรุษหนุ่มในชุดสีขาวสะอาด หมายตากำไลหยกชิ้นเดียวกันกับนาง เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกิน จึงถอยออกมาและคำนับขอโทษนาง เมื่อเงยหน้าขึ้น ปิงเยว่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาดี และสุภาพมากคนหนึ่ง ราวกับปราชญ์ผู้รู้
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าตื่นเต้นมากไปหน่อย ล่วงเกินคุณชายแล้ว”
“เจ้าก็คือ… คุณหนูสกุลฝาน ที่พักอยู่ที่จวนตงอ๋องใช่หรือไม่”
ปิงเยว่ไม่รู้จักเขา แต่รอยยิ้มที่เป็นมิตรของคนตรงหน้า แม้จะทำให้นางรู้สึกว่าเขามิใช่คนร้าย แต่ก็ไม่อยากไว้ใจอยู่ดี
“คุณชายท่านคงจำคนผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้ายังมีธุระต่อ ขอตัวลาก่อน”
“เอ่อ เดี๋ยวก่อนสิ… ไปเสียแล้ว ใช่นางจริง ๆ ด้วย ไม่คิดเลยว่าคุณหนูที่เอาแต่ก้มหน้าเมื่องานเลี้ยงจิบชาชมดอกท้อเมื่อหลายเดือนก่อน จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก”
