ตอนที่ 11 คนน่ารำคาญคนหนึ่ง
“พี่เว่ยหยางเพคะ! เห็นแก่ที่เถาจินเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายข้ามานาน นางเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากพี่ใหญ่สิ้นไป หากตอนนี้นางตาย ข้างกายข้าก็คงไม่เหลือผู้ใดแล้ว ได้โปรดละเว้นนางสักครั้งเถิดเพคะ”
ท่านอ๋องนิ่งไป เมื่อเห็นว่าอวี้ชิงเซียนร้องขอความเมตตา เขาลอบสังเกตคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ที่เอื้อมมือมากระตุกแขนเสื้อของเขาเบา ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ แม้แต่สบตาเขาตรง ๆ ฝานปิงเยว่ก็ยังไม่เคยทำ แต่วันนี้นางกลับใจกล้า ดึงแขนเสื้อนอกของเขา นี่ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ท่านอ๋องอดสนใจไม่ได้
“ท่านอ๋องเพคะ แค่ลงโทษให้พวกนางหลาบจำก็พอ ไม่จำเป็นจะต้องลงโทษถึงตายก็ได้เพคะ”
“อ้อ… เช่นนั้นหรือ ข้าก็คิดว่าเจ้าอยากจะให้นางตายเสียอีก”
ท่านอ๋องหมายถึงหน้าผากของสาวใช้ ที่ถูกปิงเยว่จับไปทุบกับต้นเสาจนเลือดอาบ ปิงเยว่เผลอยิ้มออกมา เขาพึ่งสังเกตเห็นรอยบุ๋มข้างแก้มของนางชัด ๆ ทำเอาหัวใจที่กระตุกอยู่เนือง ๆ เริ่มสั่นถี่ขึ้น เพียงเห็นรอยยิ้มนางใกล้ ๆ
“ตอนนั้นข้าทำไปเพราะโมโหหิวเพคะ แต่ตอนนี้หากยังสั่งลงโทษคนอีก ข้าเกรงว่าพวกนางไม่ตาย แต่ข้าคงตายเพราะทนหิวต่อไปไม่ไหวแล้วเป็นแน่เพคะ”
“หึ!”
เพียงแค่เสียงลอบขำในลำคอ กลับทำให้ปิงเยว่ที่เผลอหันไปมอง หัวใจเต้นแรงรัว ราวกับมีคนตีกลองอยู่ในช่องท้องของนาง ไม่คิดเลยว่าพยัคฆ์ที่ดุดันและเด็ดขาดอย่างเฉินเว่ยหยาง ยามที่เขายิ้มเพียงเล็กน้อย จะหล่อเหลาเอาการเช่นนี้
“เช่นนั้นครั้งนี้ ข้าจะไว้ชีวิตบ่าวของเจ้า จากนี้ไปหากนางยังกล้าเอ่ยวาจาสามหาวกับผู้อื่นอีกละก็ อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าเจ้านะอวี้ชิงเซียน”
ชิงเซียนและสาวใช้ของนางรีบคำนับขอบคุณ
“ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่กล้าแล้วเพคะ”
“เช่นนั้นก็ดี เอาตัวนางไปโบยสิบไม้ พวกเจ้าออกไปเถอะ”
“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”
ชิงเซียนแม้ว่าอยากจะอยู่ แต่นางก็รู้เวลาดีว่าเวลาใดควรรุก และเวลาใดควรถอย แม้ว่าวันนี้นางจะแพ้ แต่นางก็ยังไม่ถือว่าหมดโอกาส ขอเพียงได้อยู่ในจวนอ๋อง นางก็หาวิธีกำจัดฝานปิงเยว่ได้เสมอ
“เจ้ามองอะไร”
ท่านอ๋องเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าปิงเยว่มิได้นึกใส่ใจสองนายบ่าว ที่พากันเดินออกไปจากห้องเสวย แต่กลับจ้องไปที่ขาหมูน้ำแดงบนโต๊ะ
“ท่านอ๋องเพคะ คือว่าข้าไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่ช่วงบ่าย บัดนี้ท่าน… จะเมตตา”
“กินเถอะ”
“ขอบพระทัยเพคะ!”
หลังจากนั้นปิงเยว่ก็ตั้งใจกินอาหารบนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ทันได้สังเกตสายตาของท่านอ๋อง ที่เฝ้ามองนางกินอย่างเพลิดเพลิน จนกระทั่งนางกินใกล้จะอิ่ม เขาจึงหันมาเช็ดปากให้
“เลอะแล้ว ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้น เจ้าหิวมากหรืออย่างไร”
“หิวสิเพคะ ไม่ได้กินอาหารดี ๆ มาตั้งหลายเดือน โชคดีที่ยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร”
รอยยิ้มบนสีพักตร์เริ่มหุบลงเล็กน้อย จึงหันไปมององครักษ์ข้างกาย ไป่หลิงทราบถึงพระประสงค์ของท่านอ๋องทันที เขาจึงรีบเดินออกไปเพื่อจะไปสืบเรื่องในจวน นับจากวันที่ท่านอ๋องออกไปราชการหัวเมือง
“อิ่มแล้ว เฮ้อ… ไม่ได้กินอาหารดี ๆ เช่นนี้มานาน ให้ตายเถิดขาหมูนี่มันอร่อยจริง ๆ เอ่อ….”
เมื่อท้องอิ่มแล้ว ปิงเยว่ถึงเริ่มได้สติ นางลืมคิดเลยว่าที่นี่เป็นถ้ำของพยัคฆ์อย่างเฉินเว่ยหยาง เขาเป็นตงอ๋องแห่งฉีโจวผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนบูรพา ชื่อเสียงของเขา แม้นว่าเมื่อชาติก่อนตอนอยู่ที่เป่ยซิน นางก็ยังเคยได้ยินนามพยัคฆ์แห่งทะเลบูรพาผู้นี้บ่อย ๆ
“หม่อมฉันอิ่มแล้วเพคะ คือว่า… ขอทูลลา”
“เดี๋ยวก่อนฝานปิงเยว่ ข้ามีบางอย่างอยากจะถามเจ้า”