ตอนที่2
ตอนที่ 2 เกิดใหม่
จวนตระกูลซู
สายลมเย็นพัดลอดเข้าผ่านทางช่องหน้าต่างที่แง้มเอาไว้เล็กน้อย สายลมเย็นนั้นพัดต้องใบหน้าของลู่เยียนหรันที่นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ปลุกให้นางสะดุ้งเล็กน้อย
“คุณหนูเร็วเข้าเจ้าค่ะ เดี๋ยวไม่ทันไปรับคุณชายนะเจ้าคะ”
เสียงของสาวใช้ดังขึ้นข้างหลังของนาง ดวงตาคู่สวยของลู่เยียนหรันเบิกขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความงุนงงและตกใจ
เมื่อครู่นางยังเจ็บท้องคลอดอยู่ในเรือนใหญ่อยู่มิใช่หรือ หัวใจราวกับหล่นวูบ มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบหน้าท้องของตนทันที ทว่าหน้าท้องที่ควรใหญ่โตกลับแบนราบ
ลู่เยียนหรันชะงักเล็กน้อย คิ้วเรียวงามขมวดแน่นก่อนจะก้มลงมองหน้าท้องของนางด้วยสายตาที่สับสน หน้าท้องของนางแบนราบ และเล็กบอบบางไร้ร่องรอยของคนตั้งครรภ์
ดวงตาคู่สวยพลันร้อนผ่าว หยดน้ำตาอุ่น ๆ หยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมืออย่างไม่อาจห้าม
หรือว่านางย้อนกลับมาแล้ว ลู่เยียนหรันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยทอดมองเงาสะท้อนในกระจกอย่างช้า ๆ ดวงตายังคงร้อนผ่าว
“คุณหนู ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ”
เสียงของรั่วเจียงสาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอียงหน้าเล็กน้อยทอดมองใบหน้างดงามของคุณหนูของตนในยามนี้กลับราวกับคนร้องให้ เมื่อครู่ยังเห็นได้ชัดเจนว่านางตื่นเต้นดีใจที่คุณชายจะกลับมาจากชายแดน
นางถึงกับตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำและเลือกอาภรณ์อยู่หลายชั่วยามทว่าบัดนี้ใบหน้ากลับดูเศร้า ๆ และไม่ได้สดใสตื่นเต้นแล้ว
ลู่เยียนหรันยกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรั่วเจียงแล้วเอ่ยขึ้น
“เปล่า ข้า ข้ารู้สึกเจ็บตานิดหน่อย”
กล่าวจบนางก็ก้มลงมองเครื่องประดับที่วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ดวงตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
นางช่างโง่นักนึกว่าเขารักนางด้วยใจจริง นางจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขา แม้แต่เครื่องประดับที่เป็นของดูต่างหน้าจากมารดานางเหล่านี้ นางกลับยอมขายทิ้งไปทั้งหมดเพื่อเอาเงินมาช่วยจวนตระกูลซูและส่งเสริมเขาในหน้าที่การงาน
มือเรียวเล็กขึ้นแล้ววางลงบนเครื่องประดับทองคำเหล่านั้นอย่างทะนุถนอม
“รั่วเจียง เอาเครื่องประดับเหล่านี้ไปเก็บเถิด”
ลู่เยียนหรันเอ่ยขึ้นพร้อมกับเก็บเครื่องประดับทองคำเหล่านั้นเก็บใส่กล่องไม้ดังเดิม
“เจ้าค่ะ”
รั่วเจียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงงุนงงเล็กน้อย เมื่อครู่ยังเห็นได้ชัดเจนอยู่ว่าคุณหนูของนางนั้นเลือกเครื่องประดับอย่างตื่นเต้น วันนี้เป็นวันที่นางรอคอยมาตลอดสามปีแน่นอนว่านางต้องใส่ใจในการแต่งตัวเป็นพิเศษ
ทว่ารั่วเจียงเองก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป เพียงหยิบกล่องเครื่องประดับที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับทองคำ แล้วนำไปเก็บตามคำสั่งของเจ้านายเพียงเท่านั้น
ลู่เยียนหรันจ้องมองเงาสะท้อนใบหน้าของตนเองอยู่นิ่ง ๆ ในหัวใจเจ็บปวดร้าว วันนี้เป็นวันที่เขากลับมาพร้อมกับสตรีนางนั้น
มือเรียวเล็กของนางกำแน่น แววตาของนางฉายชัดถึงความเจ็บปวด ชาตินี้ข้าจะไม่แต่งงานกับท่านอีก…
หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม ในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทรมาน นางไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้วไม่อยากต้องพบเจอกับคนทั้งสองอีก
“คุณหนูลู่ ฮูหยินผู้เฒ่าให้มาตามท่านไปที่ลานหน้าจวนเจ้าค่ะ”
เสียงสาวใช้ดังขึ้นอยู่หน้าห้อง
ลู่เยียนหรันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออก แล้วพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ
“ข้าทราบแล้ว”
กล่าวจบ นางก็ลุกขึ้นยืนขณะเดี๋ยวกันนั้นรั่วเจียงสาวใช้คนสนิทก็ถือเสื้อคลุมหนาตรงเข้ามาแล้วคลุมให้ลู่เยียนหรันผู้เป็นนายอย่างระมัดระวัง
“คุณหนูสีหน้าท่านไม่ค่อยสู้ดี ด้านนอกหนาวนักสวมเสื้อคลุมหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
ลู่เยียนหรันไม่ได้ตอบเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วยกมือขึ้นจัดอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวออกไปอย่างสงบนิ่งโดยมีรั่วเจียงคอยตามอย่างใกล้ชิด
ลู่เยียนหรันเงยหน้าเล็กน้อยมองดูฮูหยินผู้เฒ่าและเหล่าบรรดาลูกหลานในตระกูลซูที่ต่างมารวมตัวกันยืนรอการกลับมาของซูอี้หานกันอย่างคึกคัก แต่ละคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะการกลับมาของหลานชายคนนี้นั้น จะกลับมาพร้อมกับการเลื่อนยศและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจวนตระกูลซู
“อาหรัน มานี่”
น้ำเสียงอ่อนโยนของฮูหยินผู้เฒ่าซูดังขึ้น
ลู่เยียนหรันชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซูแล้วประสานมือย่อกายคารวะอย่างนอบน้อมพร้อมเผยรอยยิ้มบางเล็กน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความเมตตาทอดมองใบหน้างดงามเบื้องหน้าทว่านางกลับสังเกตเห็นได้ทันทีถึงรอยยิ้มที่ดูเศร้าหมอง สีหน้าที่ซีดเซียวของลู่เยียนหรัน
ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อาหรัน เจ้าไม่สบายหรือเหตุใดสีหน้าถึงได้ดูซีดเซียวนัก”
ลู่เยียนหรันชะงักเล็กน้อย คิ้วงามขมวดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวนางกำลังครุ่นคิดคำตอบทว่าในวินาทีนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนที่กำลังสนใจนางนั้นต่างก็หันไปสนใจเสียงนั้นแทนทันที
“คุณชายกลับมาแล้วขอรับ!”
….
