ตอนที่6 จัดเตรียมงานเลี้ยง
ตอนที่ 6เตรียมงานเลี้ยง
จวนตระกูลกู้
จวนใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
“เร็วเข้า ๆ ยกกระถางดอกไม้นี้ไปวางตรงโน้น!”
“ขอรับ”
เสียงสั่งการของแม่บ้านเจียงดังก้อง นางอยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมนุ่มสีอ่อน แม้จะเป็นเพียงแม่บ้านแต่ก็ติดตามรับใช้มานาน นางจึงได้รับความไว้วางใจจากฮูหยินกู้ และเสื้อผ้าอาภรณ์รวมไปถึงสิ่งของต่าง ๆ นั้นนางก็ได้รับแต่สิ่งดี ๆ ทั้งนั้น
นางกวาดสายตามองไปในสวนที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม ตามทางเดินก็สะอาดตา ทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ นางเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหมุนกายก้าวเดินไปตามทางเดินในจวนตรงไปยังเรือนใหญ่
นางก้าวเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าฮูหยินกู้ที่กำลังเย็บรองเท้าผ้าสีขาวอยู่ด้านใน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฮูหยิน ด้านนอกเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินกู้ที่กำลังตั้งใจเย็บรองเท้าผ้าสีขาวพลันหยุดชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่บ้านเจียงแล้วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบาง
แม่บ้านเจียงทอดสายตามองฮูหยินกู้ที่กำลังตั้งใจเย็บรองเท้าผ้าอยู่นางก็เข้าใจทันที อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เจ้านายของนางคงตั้งใจทำสิ่งนี้ให้คุณชาย
แม่บ้านเจียงก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“อีกไม่กี่ชั่วยามคุณชายใหญ่ก็กลับมาแล้ว เดี๋ยวบ่าวจะไปเตรียมอาหารที่คุณชายชื่นชอบรอนะเจ้าค่ะ”
ฮูหยินกู้หยุดมือก่อนจะหันไปเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อืม ดี เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถิด เดี๋ยวเฉิงเอ๋อร์กลับมาจะได้ตั้งรอเขาเลย”
“เจ้าค่ะ”
แม่บ้านเจียงตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนจะหมุนกายก้าวออกไปจากห้องอย่างนอบน้อม
…..
ยามเย็นแสงอัสดงสาดส่องอย่างอ่อนโยน ตลาดในเมืองหลวงเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนต่างเดินชมสินค้า และเลือกซื้อสินค้าที่ถูกจัดวางเรียงรายอยู่ข้างข้างทาง
เสียงพ่อค้าแม่ค้าเรียกลูกค้าดังสลับกับเสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ซูเหมยหลันก้าวเดินไปตามทางที่คึกคักไปด้วยผู้คนโดยมีมู่อันคอยเดินตามอยู่อย่างใกล้ชิด นางเดินไปพลางกวาดสายตามองหาสิ่งที่ต้องการเพียงครู่เดียวร่างบางกลับชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคนผู้หนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ
มือใหญ่ของเขารีบคว้าร่างบางของนางที่เซถลาด้วยแรงชนของเขา ซูเหมยหลันถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพอดี ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ
“คุณหนู! เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ”
เสียงของมู่อันดังขึ้นทำให้นางรีบขยับกายถอยออกจากบุรุษผู้นั้นทันที
“ขอโทษเจ้าค่ะ”
“ข้าเองต้องขอโทษแม่นางด้วยที่ไม่ระวัง”
เสียงของเขาอ่อนโยนยิ่งนัก ทำให้ซูเหมยหลันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองดูบุรุษตรงหน้า ใบหน้าเขานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ต่างจากกู้เฉิงเยี่ยนที่เต็มไปด้วยความเย็นชาราวฟ้ากับเหว
ซูเหมยหลันยิ้มบางก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน”
เอ่ยจบนางก็ก้าวออกจากเขาไปทันที
มู่อันชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะรีบก้าวเดินตามคุณหนูของนางไปอย่างรีบเร่ง นางก้าวไปใกล้คุณหนูของตนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“คุณหนู ท่านเห็นหรือไม่เจ้าคะ”
“เห็นอะไร”
ซูเหมยหลันที่กำลังก้าวเดินเอ่ยขึ้นพลันสายตายังคงทอดมองแผงขายของที่วางอยู่ข้างทางอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
“เมื่อกี้ไงเจ้าค่ะ คุณชายเว่ยเขามองท่านราวต้องมนต์”
มู่อันเอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มเขินอายแล้วมองไปยังคุณหนูของตนที่ยังคงไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา นางจึงเอ่ยเสริม
“คุณชายเว่ย บุตรชายกั๋วกงเจ้าค่ะ ปีนี้เขาสอบได้จอหงวนอันดับหนึ่งเลยเจ้าค่ะ อานาคตไกลแน่นอน”
ซูเหมยหลันไม่ได้เอ่ยตอบเพียงหยุดยืนอยู่หน้าแผงขายส้มแล้วทอดสายตามองผลส้มที่วางเรียงอยู่นั้น มือเรียวยื่นไปแตะผิวส้มนั้นเบา ๆ ก่อนจะหยิบขึ้นมามองอย่างพิจารณา
แต่มู่อันยังคงเอ่ยขึ้นต่ออย่างสนใจ
“ก่อนหน้านี้เขามีข่าวลือว่าเป็นบุรุษเสเพล แต่ต่อมาได้ยินว่าพี่สาวที่สติไม่ดีของเขากลับหายเป็นปกติ แถมยังฉลาดหลักแหลมอีกด้วยนะเจ้าค่ะ ข้ายังเคยได้ยินมาว่าคนที่ช่วยสั่งสอนเขาก็คือพี่สาวของเจ้าเจ้าค่ะ”
มู่อันหยุดพูดก่อนจะหันซ้ายขวาเล็กน้อยแล้วก้าวไปใกล้คุณหนูของนางก่อนจะเอ่ยต่อ
“ท่านว่าน่าเหลือเชื่อหรือไม่ คนสติไม่ดีตอนแรกที่ว่าไม่มีทางรักษาได้ แต่ต่อมากลับหายเป็นปกติแถมยังฉลาดเกินมนุษย์อีก ได้ข่าวว่านางเขียนเข้าเฝ้าฝ่าบาทและฮ่องเฮาเล่นผีผาด้วยบทเพลงแปลก ๆ ที่ไพเราะมาก ฝ่าบาทเลยประทานรางวัลให้ตั้งมากมาย”
“พอแล้ว”
เสียงของซูเหมยหลันดังขึ้นขัดจังหวะอย่างเรียบ ๆ จึงทำให้มู่อันหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปรับตระกร้าส้มจากมือของคุณหนูอย่างนอบน้อม
ซูเหมยหลันถอนหายใจแผ่ว เล่นดนตรีแปลก ๆ หรือ ชาติที่แล้วนางนั้นไปยังค่ายทหารชายแดน นางก็เพราะได้ยินเสียงเพลงแปลกหูแต่กลับไพเราะนัก
นางก้าวตามไปด้วยความไม่เข้าใจ จึงได้เห็นภาพ กู้เฉิงเยี่ยนผู้เป็นสามีของนางนั้นนั่งอยู่เคียงข้างสตรีผู้หนึ่ง สตรีผู้นั้นนั่งเล่นผีผาอยู่ แต่การเล่นของนางกลับแปลกมาก เพลงที่เล่นก็แปลกยิ่งนัก
เว่ยเทียนอันยังคงยืนมองแผ่นหลังของซูเหมยหลันด้วยแววตาเป็นประกายบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่เคียงข้างเมื่อเห็นสายตาของคุณชายของตนเขาก็พอจะเข้าใจเอ่ยขึ้น
“คุณชายท่านสนใจ แม่คุณหนูซูหรือขอรับ”
“คุณหนูซู?”
เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแล้วเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ สายตายังคงทอดมองร่างบางที่กำลังก้าวเดินอย่างสง่างามอยู่ท่ามกลางฝูงชน
“เสี่ยวอัน”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เว่ยเทียนอันหันไปหาเมื่อเขาเห็นพี่สาวของตนเองก็ยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น
“พี่หญิง”
เว่ยฮวาเหยายิ้มบางอย่างรู้ทัน ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“หน้าแดงเชียว เจอสตรีที่ถูกใจหรือ”
เว่ยเทียนอันยิ้มเขินช่างสมกับเป็นพี่สาวของเขาจริง ๆ รู้ทันเขาไปหมด
“สตรีตระกูลใดเล่า”
“คุณหนูซู จวนตระกูลกู้ขอรับคุณหนู”
เสียงของบ่รับใชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน
เว่ยฮวาเหยาพลันหยุดคิดครู่หนึ่ง
“คุณหนูซู หรือว่าซูเหมยหลันหรือ”
เว่ยเทียนอันพยักหน้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มบางแววตาเป็นประกายมองพี่สาวของตน
เว่ยฮวาเหยายกยิ้มก่อนจะพลันหันไปมองผ่านผู้คนที่กำลังเดินสวนกันอย่างคึกคัก ซูเหมยหลันนางเอกของเรื่องสินะ ใช่สิหากจำไม่ผิดวันนี้ก็คือวันที่กู้เฉิงเยี่ยนแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหลี่กลับมาเมืองหลวงแล้วสินะ
