ตอนที่5
หลังจากฮูหยินกู้เห็นทั้งสองร่วมห้องกันนางก็โกรธมากให้กู้เฉิงเยี่ยนรับนางเป็นอนุภรรยาของเขา แต่กู้เฉิงเยี่ยนกลับไม่ยอม จะรับนางเป็นภรรยาเอกของเขาให้ได้ ทำให้ฮูหยินกู้โกรธจนหมดสติไป
ในตอนนั้น นางรู้สึกหวานชื่นมากเพราะ เขาที่มักจะยินยอมผู้เป็นมารดาเสมอ กลับยอมโต้แย้งเรื่องนี้ นางกลับหลงคิดไปว่าเขานั้นใส่ใจนางมากถึงเพียงนี้
แต่หลังแต่งงานเขากลับไม่อ่อนโยนกับนางเลย ในทุก ๆ คืนเขาจะดื่มจนเมาก่อนจะมาหานางแล้วร่วมหอกับนางอย่างรุนแรง ราวสัตว์ป่าที่แทบจะกลืนกินนาง คำพูดเย็นชาที่ทำร้ายจิตใจนาง
หลังจากเขาไปชายแดน นางต้องอยู่ในจวนอย่างลำบาก ฮูหยินกู้นั้นกลับตัดค่าใช้จ่ายของนางออกไปจนเกือบหมด ทั้งแม่นมหยางและมู่อันต้องขายสิ่งของมีค่าเพื่อซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นมาให้นาง
และยิ่งนานวัน ฮูหยินกู้ก็ยิ่งกดดันนางในทุกทิศทางขับไล่นางออกไปจากเรือนใหญ่ ให้กลับมายังเรือนเล็กของนางที่เย็นเฉียบและกักขังนางไม่ให้ออกไปไหน นางต้องทนอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีแม้แต่อาหาร
กู้เฉิงเยี่ยนเขาไปชายแดนนานเป็นเดือน ไม่ส่งข่าวใด ๆ กลับมา นางเฝ้ารอคอยคิดถึงเขาในทุกวัน ยิ่งนานวันความสิ้นหวังกลับค่อย ๆ ชัดขึ้นในใจนาง จากสตรีที่เคยสดใสค่อย ๆ หม่นหมองลงเรื่อย ๆ ไม่มีข่าวใด ๆ ส่งมาอีก
…
จวนตระกูลกู้
แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในจวนใหญ่ ในจวนคึกคักไปด้วยบ่าวไพร่ที่กำลังเตรียมของขึ้นรถม้า
กู้เฉิงเยี่ยนในชุดเกาะก้าวเดินมาตามทางเดินอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบ ท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม เขาก้าวไปตามทางในลานเรือน
ฮูหยินกู้ที่ยืนรออยู่หน้าจวนเมื่อเห็นเขาก็เผยรอยยิ้มบางออกมา แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องไปยังค่ายทหาร
“เฉิงเอ๋อร์… ”
นางเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
กู้เฉิงเยี่ยนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ามารดาด้วยใบหน้าสงบนิ่ง
ฮูหยินกู้ยื่นมือมากุ่มมือบุตรชายด้วยความเป็นห่วงแม้ไม่ได้เอื้อนเอ่ยแต่สีหน้านางแสดงออกมาชัดกว่าสิ่งใด
“ท่านอยู่ที่นี่ดูแลตัวเองด้วย”
กู้เฉิงเยี่ยนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตามุ่งมั่น เอ่ยจบเขาก็หมุนกายก้าวตรงไปยังม้าของตนเอง สายตาคมอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองไปยังหน้าจวน เขามองผู้เป็นมารดาครู่หนึ่งก่อนจะมองทะลุออกไปด้านในลึกสุด
เหตุใดยามนี้แล้วแต่กลับไร้วี่แววของ ซูเหมยหลัน ปกติทุกครั้งนางจะออกมายืนรอก่อนมารดาตนเองด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะไปเช้ามืด หรือ มืดค่ำ นางก็ไม่เคยพลาดในการมาส่งเขา
“ท่านแม่ทัพ”
เสียงขององครักษ์ประจำกายที่ก้าวออกมาจากจวนดังขึ้น ทำให้กู้เฉิงเยี่ยนสลัดความคิดของตนเองออกก่อนจะก้าวขึ้นม้าศึกของตนเองอย่างคล่องแคล่ว
เสียงม้าเคลื่อนตัวดังก้องในเมืองหลวง กู้เฉิงเยี่ยนควบม้าออกไปจากเมืองหลวงโดยไม่ได้หันกลับมาอีก
….
จวนตระกูลกู้ ภายในเรือนตะวันตก ห้องเล็กด้านในถูกเปิดหน้าต่างรับลมบางเบา แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องผ่านซี่ไม้เป็นลำทอดลงบนโต๊ะเตี้ยกลางห้อง บนโต๊ะนั้นวางครกหินโถดินเผา กล่องไม้ใส่สมุนไพร และสมุดจดบันทึก กลิ่นหอมของไม้จันทร์และมวนดอกไม้คลออยู่ในอากาศ
ซูเหมยหลันนั่งคุกเข่าตรงหน้าโต๊ะ ปลายแขนเสื้อถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย เส้นผมดำขลับรวบไว้หลวม ๆ นางใช้ช้อนเงินเล็กตักผงกฤษณาบดละเอียดลงในครก ก่อนเติมผงเปลือกส้มแห้งลงไปเพียงนิดหน่อย
“กฤษณาสองส่วน เปลือกส้มหนึ่งส่วน… ”
นางพึมพำเบา ๆ พร้อมจรดพู่กันลงบนกระดาษ จดตัวอักษรอย่างเป็นระเรียบ
แม่นมหยางนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยยื่นโถสมุนไพรให้ตามที่คุณหนูของนางร้องขอ มือเหยี่ยวย่นของนางเคลื่อนไหวช้าแต่มั่นคง ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
มู่อันก้าวเข้ามาด้านในห้องสองมือเล็กประคองถาดกลีบดอกไม้แห้งและสมุนไพรแห้ง นางก้าวตรงมาวางถาดลงบนโต๊ะริมหน้าต่างอย่างรู้ความ ก่อนจะก้าวไปยังกาน้ำชาอุ่นที่ตังอยู่ไม่ไกล ก่อนจะก้าวตรงไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของคุณหนูของตน
“คุณหนู สำเร็จหรือไม่เจ้าคะ”
นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะยื่นถ้วยชาให้อย่างใส่ใจ
ซูเหมยหลันส่ายหน้าช้า ๆ พลางยกมือขึ้นมารับถ้วยชานั้นแล้วดืมรวดเดียว ก่อนจะยื่นคืนให้มู่อันโดยไม่ได้เงยนางเอ่ยขึ้นขณะที่มือยังคงตวัดพู่กันลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ
“ยังไม่ได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์พอ เหมือนยังขาดอะไรบางอย่าง”
มู่อันมองคุณหนูของตนเองที่กำลังมุ่งมั่นด้วยแววตายินดี ในที่สุดคุณหนูของนางก็คิดได้ เริ่มทำเพื่อตนเองจริง ๆ เสียที เมื่อก่อนวัน ๆ นางเอาแต่แต่งหน้าและคอยจะส่งให้ตนเองไปสืบเรื่องของแม่ทัพกู้เฉิงเยี่ยน
เขาชอบอะไร เขากำลังจะไปไหน หรือ กลับมาจวนเมื่อไหร่ นางที่คอยไปแอบสืบเรื่องราวของแม่ทัพกู้เฉิงเยี่ยนนั้นก็ได้ยินคำนินทาต่าง ๆ นา ๆ จากเหล่าบ่าวไพร่ แต่กลับ ทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ทนต่อคำเหล่านั้น บัดนี้คุณหนูเลิกสนใจผู้ชายที่ไม่ใส่ใจนางแล้ว ชีวิตของคุณหนูในภายหน้าต้องราบรื่นเป็นแน่
คุณหนูของนางงดงามเพียงนี้ มีแต่แม่ทัพกู้เฉิงเยี่ยนที่มองไม่เห็นความดีของนาง แต่หากคุณหนูออกจากที่นี่ นางเชื่อว่าต้องมีบุรุษมากมายที่มองเห็นคุณค่าในตัวของคุณหนูของตนอย่างแน่นอน
มู่อันยิ้มบางก่อนจะหมุนกายก้าวกลับไปยังโต๊ะยาวเพื่อแยกสมุนไพรต่อ
