ตอนที่3หาคู่
ตอนที่ 3 หาคู่
ภายในห้องโถงที่กว้างใหญ่ ฮูหยินกู้นั่งอยู่บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร ด้านหลังมีแม่บ้านเจียงยืนอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฮูหยินไปเชิญคุณชายใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินกู้ไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมใน บุตรชายของตนเอง เขานั้นเก่งกาจมาตั้งแต่ยังเด็ก เสียดายที่ผู้เป็นบิดาไม่ได้มองเห็นในความสำเร็จในวันนี้ของเขา
นางถอนหายใจแผ่วพลันคิดว่าคงถึงเวลาเลือกคู่ครองที่เหมาะสมให้บุตรชายเพียงคนเดียวแล้ว เขาอยากมีหลาน ๆ วิ่งเล่นเต็มเรือนแล้ว ฮูหยินกู้เผยรอยยิ้มแห่งความสุขเมื่อนึกถึงภาพของหลาน ๆ ตัวน้อยวิ่งเล่นเต็มบ้าน
“ท่านแม่”
เสียงของกู้เฉิงเยี่ยนดังขึ้นหน้าประตู
ฮูหยินกู้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยทอดมองไปยังร่างสูงสง่าของบุตรชายพลันเผยรอยยิ้มรับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“มาแล้วหรือ นั่งลงสิ”
“ขอรับ”
กู้เฉิงเยี่ยนก้าวตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ เขามองอาหารบนโต๊ะอย่างสงบนิ่ง
ฮูหยินกู้ยิ้มก่อนจะยกตะเกียบคีบเนื้อย่างให้เขาด้วยความใส่ใจ
“กินเนื้อหน่อยจะได้มีแรง พรุ่งนี้เจ้าจะไปยามใดเล่า”
“ยามเฉินขอรับ”
กู้เฉิงเยี่ยนเอ่ยขึ้นตอบก่อนจะคีบข้าวกับเนื้อใส่ปาก
ฮูหยินกู้พยักหน้ารับช้า ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา ทุกครั้งที่บุตรชายไปค่ายทหารนางก็อดห่วงไม่ได้ แม้ในยามนี้เขาจะเติบโตแล้วแต่นางก็ยังคงมีความเป็นห่วงตามประสาแม่
“เจ้าเอาแต่ไปค่ายทหาร หากเจ้าแต่งงานอย่างน้อยข้ายังมีเพื่อนคอยอยู่พูดคุย จะได้คลายเหงาได้บ้าง เจ้าว่าดีหรือไม่”
กู้เฉิงเยี่ยนชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาไหววูบก่อนจะรีบปรับให้เรียบเฉยดังเดิม ภรรยาหรือ ภาพใบหน้าของซูเหมยหลันผุดขึ้นมาในสมองของเขา ภาพที่เขากับนางอยู่กันตามลำพังในห้องพลันผุดขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เขาสูดดมนั้นยังคงติดอยู่ปลายจมูก ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นยังคงค้างอยู่ในสมองเขาอย่างไม่อาจลบได้ นางกับเขามีความสัมพันธ์เกินเลยกันหรือไม่ หรือเป็นเขาที่คิดมากไป
“เฉิงเยี่ยน… ”
เสียงเรียกของมารดาทำให้เขาหยุดคิดถึงเรื่องพวกนั้น เขายกสายตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช้าๆ อย่างไม่ใส่ใจ ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยออกไปโดยไม่ได้คำนึง
“ตามใจท่านแม่ขอรับ”
ในใจได้แต่คิดว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปยังค่ายทหารแล้วกว่าจะได้กลับมาก็สามสี่วัน แต่สองวันนี้กลับไม่เห็น ซูเหมยหลันมาคอยกวนเขาเลย
ปกติยามที่เขากลับจวนนางมักจะเอาขนมถั่วกวนที่เขาชอบมาให้เขา แล้วบอกว่านางลงมือทำเองทุกขั้นตอน นำผ้าเช็ดหน้าที่ปักลายขี้เหร่ ๆ มาให้ แล้วยื่นมือเล็กที่เต็มไปด้วยรอยเข็มว่าเพื่อทำให้เขานางทนได้ คอยแต่จะวิ่งมาหาเขาแล้วพูดไปเรื่อย ๆ จนเขาเองถึงกับรำคาญ บางครั้งยังต้องหลบหน้านางเพื่อจะได้สบายหู
เพียงแค่คิดว่าพรุ่งนี้ ซูเหมยหลันคงรีบวิ่งมาส่งเขาแล้วยื่นส่งของที่นางทำมาให้พร้อมเสียงพูดเจื้อย ๆ อยู่ข้างหู ริมฝีปากเขายกยิ้มเพียงเสี้ยวนาทีแต่ก็รีบปรับให้ดูเรียบเฉยดังเดิม มือใหญ่วางตะเกียบลงก่อนจะยกสายตาขึ้นแล้วเอ่ยด้วยร้ำเสียงเรียบ
“ท่านแม่ข้าขอตัว ก่อนขอรับ”
ฮูหยินกู้มองบุตรชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไปเถิด รีบพักผ่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”
“ขอรับ”
กู้เฉิงเยี่ยนเอ่ยตอบก่อนจะยกมือประสานอย่างนอบน้อม แล้วหมุนกายก้าวออกไปจากห้องอย่างมั่นคง
ฮูหยินกู้มองตามแผ่นหลังของบุตรชายด้วยแววตาภาคภูมิใจในตัวเขา รอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏบนใบหน้า มือเรียวของนางหยิบผ้าเช็ดปากมาเช็ดเบา ๆ ก่อนจะหันไปเอ่ยขึ้นกับแม่บ้านเจียงด้วยน้ำเสียงสดใส
“เจ้าไปจัดการเรื่องดูตัวให้ข้าที”
แม่บ้านเจียงพยักช้า ๆ รับอย่างยินดี ใบหน้าเต็มไปด้วยความปิติ เขาอยู่กับฮูหยินกู้มาตั้งแต่นางเพิ่งแต่งเข้าจวนใหม่ ทั้งยังคอยช่วยเลี้ยงดู กู้เฉิงเยี่ยนมาตั้งแต่เพิ่งคลอดในสายตานางนั้น เห็นพวกเขาสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน”
แม่บ้านเจียงก้าวเข้ามาประคอง ร่างของฮูหยินกู้ให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างระมัดระวัง ทั้งสองนายบ่าวก้าวออกไปนอกห้องโถงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
สายลมยามเย็นพัดโชยมาแผ่วเบา อาภรณ์หรูหราของฮูหยินกู้นั้นพลิ้วไหวไปตามแรงลม นางก้าวเดินชมสวนอย่างสบายอารมณ์ ในสวนนี้เต็มไปด้วยดอกเหมยที่กำลังผลิดอก
รอวันที่กู้เฉิงเยี่ยน บุตรชายนางกลับมา นางจะจัดงานเล็ก ๆ ในสวนนี้เพื่อให้เขาได้ดูตัวเหล่าสตรีสูงศักดิ์ หากเขาชื่นชอบผู้ใดนางจะไปสู่ขอให้อย่างสมเกียรติ
ทว่าทันใดนั้น สายตาของฮูหยินกู้พลันเหลือบไปเห็นแม่นมหยางที่กำลังถือถาดอาหารตรงไปยังเรือนของซูเหมยหลัน
สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่กลับสงบลงเป็นเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เหมยหลันเองนางก็อายุสิบเก้าปีแล้ว คงต้องหาผู้ชายสักคนให้นางแต่งออกไป”
“ใช่เจ้าค่ะ หากอยู่นานกว่านี้เกรงว่าข่าวลือจะเป็นจริง”
ฮูหยินกู้พยักหน้าอย่างเข้าใจ เรื่องของซูเหมยหลันที่ชื่นชมกู้เฉิงเยี่ยน จนออกนอกหน้านั้นถูกบ่าวรับใช้ในจวนล่ำลือกันจนหนาหู ในยามที่นางต้องไปออกงานเลี้ยงด้านนอก เหล่าบรรดาฮูหยินต่างชักถามถึงเรื่องนี้ นางได้แต่ปฏิเสธไป เพราะนางนั้นมองว่า ซูเหมยหลันนั้นไม่คู่ควรกับบุตรชายของตน
ในยามนี้บุตรชายนางนั้นเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหลี่ ภรรยาเอกของเขาจะต้องเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่คอยช่วยเขาได้ ไม่ใช่สตรีลูกสาวพ่อค้า แถมยังเป็นเด็กกำพร้าอย่างนาง แม้แต่ตำแหน่งอนุภรรยา นางก็ยังไม่เหมาะเลย
…..
ภายในห้องของกู้เฉิงเยี่ยน นั้นเงียบสงบสายลมยามราตรีพัดเข้ามาทางหน้าต่างเบา ๆ ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง แสงตะเกียงส่องสลัว สายตาคมจ้องไปยังที่นอนของตนอยู่เนิ่นนานราวกับกำลังมองหาใครบางคน
เขาหยิบต่างหูรูปดอกเหมยออกมาจากอกเสื้อ มองมันด้วยสายตาครุ่นคิด ใช่ของนางหรือไม่ ภาพที่เขาคลอเคลียกับนางบนเตียงยังคงติดอยู่ในใจเขา
เขาถอนหายใจแผ่วก่อนจะก้าวตรงไปยังเตียงนอน หยิบกล่องไม้เล็ก ๆ อันหนึ่งออกมาจากใต้หมอนแล้วใส่ต่างหูข้างนั้นลงไปอย่างแผ่วเบา
พรุ่งนี้เขาจะไปแล้ว อาจไม่ได้พบหน้านางอีกสามสี่วัน คิ้วเข้มขมวดทันที ทำไมเขาถึงเอาแต่คิดถึงเรื่องของนาง เวลานี้เขาควรต้องไปเตรียมตัวเพื่อไปค่ายทหารพรุ่งนี้ นางนั่นหรือปกติแล้วเวลาไปส่งเขาก็ยืนอยู่จนเขาลับตานางไป เรื่องนี้บ่าวไพร่ต่างพูดกันจนหนาหนู ช่างเป็นสตรีที่ไร้ยางอายเสียจริง
….
