บท
ตั้งค่า

ตอนที่7

จวนเหอ

เรือนหนิงฝู่ในยามสายเงียบสงบเป็นพิเศษ ภายในห้องโถงกว้าง สายลมอ่อนพัดผ่านม่านผ้าบางเบาจนพลิ้วไหวช้า ๆ แสงแดดอุ่นส่องลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงดูอบอุ่นและสงบยิ่งนัก

ฮูหยินผู้เฒ่าเหอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ด้านหน้ามีโต๊ะไม้ที่วางถ้วยชาและกาน้ำชาอุ่น ๆ ไว้ นางทอดสายตามองสระน้ำใสด้านนอก ปลาหลากสีว่ายวนไปมา มือที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลายกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ สีหน้าเรียบสงบ

“ท่านย่า”

เสียงนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านนอกเรือน ฮูหยินผู้เฒ่าเหอหันไปตามเสียงนั้น เมื่อเห็นเหอหว่านซินยืนอยู่หน้าประตูเรือน ดวงตานางก็อ่อนลงทันที รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า นางวางถ้วยชาลงแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งนุม

“มาแล้วหรือ เข้ามาสิ”

“เจ้าค่ะ”

เหอหว่านซินก้าวเข้าไปอย่างสำรวม ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามท่านย่าของตน นางเงยหน้ามองดวงหน้าที่แม้จะเหยี่ยวย่น แต่กลับเต็มไปด้วยความเมตตาและอบอุ่น หัวใจของนางสั่นไหว น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ชาติที่แล้ว หลังจากนางแต่งออกไปยังตระกูลไป๋ นางไม่เคยได้กลับมาเยี่ยมท่านอีกเลย

“ซินเอ๋อร์”

เสียงเรียบนุ่มของฮูหยินผู้เฒ่าเหอดังขึ้น แฝงด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มบางปรากฏบนดวงหน้าที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ไม่เคยจางหาย

เหอหว่านซินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะดึงสติกลับมาจากความคิดเรื่องชาติก่อน นางยิ้มรับอย่างนอบน้อม แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ท่านย่า มีอะไรหรือเจ้าคะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าเหอไม่รีบร้อนตอบ นางค่อย ๆ เลื่อนใบเทียบเชิญที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตรงหน้าออกมา จนไปหยุดอยู่เบื้องหน้า เหอหว่านซิน จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“อีกสามวัน วังหลวงจะจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา ปีนี้ร่างกายข้าไม่อำนวย ไปเองไม่ไหวแล้ว เจ้าจงไปแทนข้าหน่อยเถิด ข้าได้แจ้งไทเฮาไว้แล้ว”

คำพูดนั้นทำให้ เหอหว่านซิน เบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจนางกระตุกวูบ ความลังเลฉายชัดในแววตา นางไม่อยากเหยียบย่างเข้าไปในวังหลวง ไม่อยากพบเจอ คนผู้นั้น อีกครั้ง นางจึงเอ่ยขึ้นอย่างอึกอักหวังหาทางปฏิเสธ

“ข้า… ท่านย่า ท่านก็ทราบ หลานไม่ถนัดงานเช่นนั้นเจ้าค่ะ หลานเกรงว่าจะทำตัวไม่ถูก”

ฮูหยินผู้เฒ่าเหอยิ้มอ่อน สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน นางเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นและมั่นคง

“ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้พี่ชายเจ้าไปด้วย มีเขาอยู่ เจ้าจะไม่ลำบาก”

“แต่—”

เหอหว่านซินกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่ายังไม่ทันพูดจบ ฮูหยินผู้เฒ่าเหอก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงห้าม ก่อนจะเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่เด็ดขาด

“พอเถิด เจ้าไปเตรียมชุดเสีย ข้าเหนื่อยแล้วจะไปพักผ่อน”

สิ้นคำ สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ก้าวเข้ามาทันที ประคองร่างของหญิงชราลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาออกจากห้องโถงไปอย่างเงียบ ๆ ทิ้งให้เหอหว่านซินนั่งนิ่งอยู่กับใบเทียบเชิญตรงหน้า หัวใจหนักอึ้ง

เหอหว่านซินมองตามร่างของท่านย่าที่ค่อย ๆ จากไป ความหนักอึ้งกดทับอยู่ในอก นางอยากจะเอ่ยปฏิเสธ อยากเรียกท่านย่าให้หันกลับมา ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับติดค้างอยู่ในลำคอ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้ สุดท้ายนางได้เพียงถอนหายใจหนัก ๆ อย่างจนใจ

มือเรียวยื่นออกไปหยิบใบเทียบเชิญบนโต๊ะขึ้นมา เปิดดูช้า ๆ แววตานางฉายชัดถึงความกังวลใจ

ลู่อันสาวใช้ประจำกายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้าของคุณหนู ก็รีบก้าวเข้ามาอย่างรู้ใจ นางรินน้ำชาอุ่นลงในถ้วย แล้วยื่นไปให้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและห่วงใย

“คุณหนู… ท่านไม่อยากไปหรือเจ้าคะ”

เหอหว่านซินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ อย่างยอมจำนน นางรับถ้วยน้ำชามาจิบเพียงเล็กน้อย แล้ววางลง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยความหนักหน่วง

“งานนี้… ไม่ไปก็ต้องตาย ไปก็ต้องตาย…”

นางถอนหายใจยาว คล้ายจะระบายความอัดอั้นในใจ ก่อนจะกล่าวต่อเบา ๆ

“แล้วข้าจะทำเช่นไรดี”

พูดจบนางก็หันหลังเดินออกจากเรือนอย่างเชื่องช้า แผ่นหลังดูอ่อนแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจที่ปิดไม่มิด

ลู่อันยืนมองตามด้วยความงุนงง นางขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจคำพูดของคุณหนูนัก สำหรับนางแล้วก็เป็นเพียงงานเลี้ยงในวังหลวง เหตุใดคุณหนูจึงดูเคร่งเครียดและหวาดหวั่น ราวกับกำลังเผชิญชะตากรรมอันใหญ่หลวงเช่นนี้

เหอหว่านซินก้าวเข้ามาถึงในห้อง ในห้องของนางกลับมีสาวใช้ผู้หนึ่งกำลังค้นกล่องเครื่องประดับอยู่อย่างถือวิสาสะ

“อิงรั่ว เจ้าทำอะไร”

เหอหว่านซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ในแววตาของนางที่มีต่อบ่าวผู้มีแต่ความเย็นชา

อิงรั่วสะดุ้งด้วยความตกใจ รีบเอ่ยขึ้นอย่างลนลาน

“คุณหนู… คือว่า คือ บ่าวเห็นว่ากล่องเครื่องประดับนี้ถูกจัดเรียงไม่เรียบร้อยบ่าวก็เลย เรียงใหม่ให้เจ้าค่ะ”

เหอหว่านซินยิ้มเยาะ ดวงตาคมกริบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ใครอยู่ด้านนอกมาค้นตัวนาง!”

สิ้นคำ บ่าวไพร่ด้านนอกก็วิ่งเข้ามาจับตัวของอิงรั่วเอาไว้แน่น แล้วค้นตัวนาง ไม่นานก็ค้นพบปิ่นทองที่ถูกซ่อนไว้ในแขนเสื้อนาง

ชาติที่แล้ว ลู่อันก็คอยเตือนนางบ่อย ๆ ว่าเห็น อิงรั่วขโมยของของนาง แต่เหอหว่านซินกลับคิดว่าเป็นเพียงของเล็กน้อย อิงรั่วนั้นน่าสงสาร นางถูกพี่ชายช่วยชื่อตัวมาจากผู้ค้ามนุษย์ ด้วยความสงสารนางเลยไม่ได้ถือสาอะไร

แต่ชาตินี้เห็นที บ่าวทรยศผู้นี้นางคงเก็บไว้ไม่ได้เสียแล้ว

“คุณหนู บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ยกโทษให้บ่าวด้วย”

อิงรั่วคุกเข่าร้องให้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลนองหน้า ดูน่าสงสารยิ่งนัก

“ลู่อัน ขายนางออกไปซะ จวนตระกูลเหอไม่เลี้ยงคนที่มีนิสัยลักขโมยของเช่นนี้”

น้ำเสียงของเหอหว่านซินเยียบเย็น

อิงรั่วแข็งค้างไม่คิดว่าคุณหนูที่เดิมที ใจอ่อนผู้นี้จะทำกับนางเช่นนี้ บ่าวไพร่จับร่างนางแน่นจนทำให้นางได้สติและตะโกนขอร้องอย่างบ้าคลั่ง

“คุณหนู! บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ! ยกโทษให้บ่าวด้วย!!”

เมื่อร่างของนางถูกลากออกไปจากห้อง จากเสียงขอร้องก็กลายเป็นด่ากราดอย่างไม่เกรงกลัว

เหอหว่านซินก้าวตรงไปนั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองใบหน้าที่ยังดูสดใสเปล่งปลั่งของตัวเอง ในชาตินี้นางจะไม่ใสซื่อบริสุทธิ์ให้ใครได้ใช้เป็นเครื่องมืออีกแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel