ตอนที่6
ตอนที่ 6เทียบเชิญ
จวนตระกูลเหอ
ยามอรุณเพิ่งแย้ม แสงตะวันอ่อนค่อย ๆ ลูบไล้หลังคากระเบื้องของจวนเหอ
ภายในห้องอันเงียบสงบของเหอหว่านซิน กลิ่นหอมจางจากเครื่องหอมลอยอ้อยอิ่ง นางนั่งสง่างามอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าผุดผ่องดุจหยก ลู่อันสาวใช้ประจำกายยืนอยู่ด้านหลัง มือเรียวจัดแต่งมวยผมอย่างพิถีพิถัน
ยังไม่ทันมวยผมจะเข้าที่ เสียงเอะอะโกลาหลก็ลอยแว่วมาจากเรือนเล็กฝั่งทิศตะวันออก เสียงฝีเท้าปะปนกับเสียงพูดจาแตกตื่น ทำลายความสงบของยามเช้า
ลู่อันชะงักมือ คิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัย
“คุณหนู ด้านนอกคงเกิดเรื่องใดขึ้นเป็นแน่ ถึงได้เอะอะเช่นนี้เจ้าค่ะ”
เหอหว่านซินมองเงาตนในกระจก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ดวงตากลับนิ่งสงบ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“เช่นนั้น เราก็ไปดูเสียหน่อยเถิด”
“เจ้าค่ะ”
ลู่อันรับคำ ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างนอบน้อม
เหอหว่านซินลุกขึ้นยืน อาภรณ์พลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว นางก้าวออกจากห้องอย่างไม่เร่งรีบ ลู่อันก้าวตามอยู่เบื้องหลัง เงาทั้งสองทอดยาวไปตามระเบียงเรือน
….
เรือนเล็กฝั่งทิศตะวันออกของจวนเหอ คลาดคล่ำไปด้วยเหล่าบ่าวไพร่ที่พากันมายืนออแน่น เสียงซุบซิบต่ำ ๆ แผ่วแทรกอยู่ใต้บรรยากาศตึงเครียด
เบื้องหน้าประตูห้อง เหอเยี่ยนเฟิงยืนตระหง่าน สีหน้าเคร่งเครียด แววตาฉายความโกรธเกรี้ยว เขายกมือทุบประตูไม้เสียงดังสนั่น แรงกระแทกสะท้อนก้องไปทั่วเรือน
“เปิดประตู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เปิดสิ!”
เสียงตะโกนกร้าวดังกังวาน แฝงความเร่งร้อนปนแข็งกร้าว ราวกับผู้ยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั้นมิอาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมได้
เหอหว่านซินก้าวมาหยุดอยู่ตรงมุมหนึ่งอย่างเงียบงัน นางมองตรงไปยังพี่ชายของตน ผู้กำลังแสดงสีหน้าโกรธเคืองดุจห่วงใยยิ่งนัก สายตานางกลับนิ่งเฉย เย็นเยียบ ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา พลันคิดในใจ พี่ชายที่นางเคยคิดว่าแสนดีและจริงใจต่อนางเพียงเพื่อต้องการแย่งสตรีของเพื่อนถึงกับยอมทำลายนางถึงเพียงนี้เลยหรือ ในใจนางอดหัวเราะเยาะตนเองไม่ได้จริง ๆ
ลู่อันที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เจือความสงสัย
“คุณหนู จะไม่เข้าไปดูใกล้ ๆ หรือเจ้าคะ”
เหอหว่านซินส่ายหน้าน้อย ๆ ดวงตายังคงจับจ้องไปยังร่างของพี่ชายไม่วาง ก่อนจะยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ปล่อยให้การแสดงอันชวนขบขันนั้นดำเนินต่อไปภายใต้สายตาเย็นชาของนาง
ไม่นานนัก บานประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออก ร่างบางของอิงรั่วปรากฏกายอยู่หน้าประตู ดวงหน้านางซีดขาว แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและงุนงง ราวผู้ยังไม่ทันตั้งสติจากเหตุอันไม่คาดฝัน นางเปล่งเสียงเรียกออกมาแผ่วเบา
“คุณชาย…”
เหอเยี่ยนเฟิงชะงักฝีเท้าเพียงเสี้ยวลมหายใจ ก่อนสีหน้าจะเย็นเยียบลง เขายื่นมือผลักร่างบางของอิงรั่วให้หลบพ้นทางโดยไม่ไยดี อิงรั่วเสียหลักเซถลาล้มลงกับพื้นห้อง เสียงผ้าไหมเสียดสีกระทบพื้นดังแผ่ว นางกัดริมฝีปาก ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นด้วยท่าทางสับสน
เหอเยี่ยนเฟิงก้าวเข้าไปภายในห้อง สายตาคมกริบกวาดมองทั่วห้องดุจเหยี่ยวสอดส่องเหยื่อ ทว่าภายในกลับว่างเปล่า ไร้ร่องรอยสิ่งใดดังที่คาดไว้ ความขุ่นเคืองฉายชัดบนใบหน้า คิ้วเข้มขมวดแน่น อารมณ์พลันอึมครึมดั่งเมฆดำบดบังจันทร์
แต่แล้ว เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านนอกเรือน น้ำเสียงนั้นสงบ เยือกเย็น
“เยี่ยนเฟิง”
เหอเยี่ยนเฟิงหยุดฝีเท้าทันควัน หมุนกายหันกลับไปตามเสียงนั้น
ไป๋หรูเฉิงยืนตระหง่านอยู่หน้าเรือน ชายเสื้อสะบัดตามแรงลม สายตาคมกริบทอดมองมาอย่างนิ่งสงบ หากแฝงแรงกดดันโดยไม่เอื้อนเอ่ย เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”
เหอเยี่ยนเฟิงนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาไหววูบ ราวกำลังชั่งใจหาคำแก้ต่าง ก่อนจะคลี่รอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าอย่างฝืนใจ แล้วก้าวออกจากห้อง เดินตรงไปหา ไป๋หรูเฉิง
“ไม่มีสิ่งใด เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยเท่านั้น”
กล่าวจบ เขาก็หันไปกวาดสายตามองเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนมุงดูอยู่โดยรอบ ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง น้ำเสียงแฝงคำสั่งชัดเจน
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายไปทำงานของตน อย่ามัวยืนจ้องอยู่ตรงนี้”
สิ้นคำ เหล่าบ่าวไพร่ต่างสะดุ้ง รีบก้มศีรษะรับคำ ก่อนจะพากันสลายตัวออกจากเรือนเล็กนั้นในพริบตา
เหอหว่านซินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เหตุใดจึงไม่เหมือนกับชาติที่แล้ว ชัดเจนว่าเมื่อวานนางโดนวางยาปลุกกำหนัดอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะนางได้ย้อนเวลากลับมา จึงหลีกหนีชะตากรรมในครั้งนี้ได้
หรือว่า…
ไป๋หรูเฉิง เขาก็ได้ย้อนกลับมาเช่นกัน
ความคิดนั้นทำให้นางหัวใจสะดุดวูบ ยังไม่ทันที่นางจะเรียบเรียงความคิดให้ตกผลึกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำลายห้วงความเงียบในใจ
“คุณหนู ฮูหยินผู้เฒ่าเชิญท่านไปพบเจ้าค่ะ”
เหอหว่านซินหันกลับไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพยักหน้ารับ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
“ท่านย่าอยู่ที่ใด”
“เรือนหนิงฝู่เจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบ ดวงตานางก็หลี่ลงเล็กน้อย จากนั้นก็หมุนกายก้าวออกไป อาภรณ์พลิ้วไหวตามการก้าว แล้วมุ่งตรงไปยังเรือนหนิงฝู่โดยมีลู่อันสาวใช้ประจำกายก้าวติดตามอย่างใกล้ชิด
…..
