ตอนที่8
ตอนที่ 8งานเลี้ยง
วังหลวง
ภายในตำหนักของวังหลัง จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาอย่างยิ่งใหญ่
เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างมาร่วมงานกันอย่างคึกครื้น เสียงดนตรีแผ่วเบาประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนในงาน
เหอหว่านซินและเหอเยี่ยนเฟิงเองก็นั่งประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้
เหอหว่านซินในอาภรณ์สีชมพูอ่อน นางใช้ผ้าสีชมพูอ่อนปิดหน้าไว้ครึ่งโดยอ้างว่าแพ้เครื่องประทินโฉม ใบหน้ามีผื่นแดงขึ้นเล็กน้อยเลยต้องสวมผ้าปิดหน้าเพาะเกรงจะทำให้คนอื่นตกใจ
ขณะนั้นเสียงที่กำลังดังแผ่วหยุดลงชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงซุบซิบดังขึ้นใหม่พร้อมกับบรรดาผู้มาร่วมงานหันไปมองในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
ท่ามกลางฝูงชน สตรีนางหนึ่งปรากฏกาย นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกต้องแสง ท่วงท่าก้าวเดินอ่อนช้อยดุจบุปผาไหวตามสายลม เพียงนางย่างเท้าเข้าสู่งานเลี้ยง สายตาของเหล่าบุรุษทั่วตำหนักก็หันไปจับจ้อง ราวต้องมนต์สะกดโดยไม่รู้ตัว
“ชิงอวี่…”
เหอเยี่ยนเฟิงอุทานออกมาแผ่วเบา สีหน้าที่เคยสุขุมพลันเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างชัดเจน เขาก้าวตรงไปยังสตรีผู้นั้นโดยไม่ลังเล
เหอหว่านซินยกสายตาขึ้นเล็กน้อยมองดูใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์นั้น ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย
มู่ชิงอวี่นั้นภายนอกดูงดงามอ่อนหวาน แต่แท้จริงแล้วนางเจ้าเล่ห์และชอบปั่นหัวบุรุษที่สุด ชาติก่อนแม้จะตกลงหมั้นหมายกับพี่ชายนาง แต่ก็ยังมาลักลอบพบกับ ไป๋หรูเฉิงที่จวนอยู่บ่อยครั้งจนตั้งครรภ์
บุตรในท้องนางก็ไม่รู้ว่าเป็นของพี่ชายนางหรือไป๋หรูเฉิงกันแน่ แต่ทั้งสองก็ถึงกับต่อสู้กันจนบาดเจ็บเพราะจะแย่งชิงตัวนาง
เหอหว่านซินยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวออกไปจากลานพิธีการ เพื่อไปเดินชมทิวทัศน์รอบนอกแก้เบื่อ
วันนี้นางเตรียมตัวมาอย่างดี คนคนนั้นคงมิอาจจำนางได้เป็นแน่
“เหอหว่านซิน”
เสียงเย็นชาที่คุ้นเคยดังขึ้น
เหอหว่านซินหันไปมอง ไป๋หรูเฉิงยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยท่าทีเย็นชา สีหน้าดูแคลนนางอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าตั้งใจมาร่วมงานนี้เพื่อ วางแผนร้ายอะไรอีก ข้าขอเตือนเจ้าชาตินี้ข้าไม่มีวันใจอ่อนแต่งกับเจ้าอีก”
เหอหว่านซินเงยหน้ามองเขา คนสารเลวนี้ก็กลับมาเกิดใหม่เหมือนกันสินะ ในชาติที่แล้วนางใสซื่อคิดเพียงว่าพอแต่งงานกับเขาแล้วก็จะค่อย ๆ รักกันและใช้ชีวิตคู่อย่างสงบสุข
แต่คนสารเลวนี้กลับโทษว่านางแย่งชิงสิ่งที่ควรจะเป็นของมู่ชิงอวี่ไป แล้วแอบไปมีสัมพันธ์กับมู่ชิงอวี่ จนนางกลายเป็นตัวตลกของจวนไป๋
เหล่าบรรดาบ่าวไพร่ต่างกันพากันแกล้งนางเพื่อเอาใจมู่ชิงอวี่ ยามที่นางถูกมู่ชิงอวี่ใส่ร้ายก็ไม่มีบ่าวคนใดยอมเป็นพยานให้นางเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ทุกคนนั้นเห็นว่านางไม่ได้ทำ รวมถึงบุรุษผู้นี้ด้วย
เหอหว่านซินยกยิ้มบางแล้วมองเขาด้วยดวงตาคมกล้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แล้วทำไมข้าต้องอยากแต่งงานกับท่านด้วย ชีวิตที่น่าสมเพชเช่นนั้นข้าเองก็ไม่อยากได้”
ไม่อยากได้หรือ! ดวงตาเขามืดมนขึ้นมาทันที ดูจากวันงานเลี้ยงนั่นนางเองก็คงกลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกันกับเขา ไป๋หรูเฉิงก้าวเขาไปหานางอีกสองก้าวยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลง
“หว่านซินเจ้าคงโกรธที่ข้าฆ่าเจ้าหรือ ที่ข้าทำเช่นนั้นเพราะเจ้าวางแผนทำร้ายชิงอวี่ก่อน ข้าเองก็โกรธมากจึงได้ทำเช่นนั้นลงไป”
เหอหว่านซินอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ไป๋หรูเฉิงก็ก้าวเข้ามาจับมือนางไว้แน่นแล้วลูบไล้เบา ๆ เอ่ยขึ้นอย่างหลงตัวเอง
“ชาตินี้ขอเพียงแค่เจ้าเชื่อฟังข้า หลังจากข้าแต่งชิงอวี่เป็นภรรยารองแล้วให้นางมีบุตรชายสักคนไว้เป็นที่พึ่ง ข้าจะรีบมาสู่ขอเจ้าเป็นภรรยาเอกทันที เราจะได้มาเริ่มต้นกันใหม่ดีหรือไม่”
เหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วดึงมือออกจากบุรุษผู้น่า ขยะแขยงนี้ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองขึ้นมาแล้วเช็ดลงบนมือเรียวที่ไป๋หรูเฉิงสัมผัสเมื่อครู่อย่างรังเกียจ
ภรรยาเอก! ใช่สิ ท่านหญิงตงหยางแม่ของเขากับท่านโหวคงจะไม่มีวันรับสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นมู่ชิงอวี่เป็นสะใภ้ตระกูลไป๋แน่ อย่างมากนางก็เป็นได้เพียงอนุภรรยาชั้นไพร่
ชาติที่แล้วถึงแม้นางจะเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่ก็เป็นถึงบุตรสาวสายตรงของเสนาบดีเหอจึงได้แต่งงานเป็นภรรยาเอก
ส่วนมู่ชิงอวี่เป็นเพียงหมอที่อยู่ประจำค่ายทหารที่สามารถมาร่วมงานเลี้ยงนี้ได้เพราะนางเคยช่วยรักษาอาการป่วยของไทเฮา ไทเฮาจึงอนุญาตให้นางมาได้
เหอหว่านซินหันไปมองยังมู่ชิงอวี่ที่อยู่เคียงข้างเหอเยี่ยนเฟิงแล้วยกยิ้มบางพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ทว่าบาดลึกถึงกระดูก
“เชิญท่านไปดูแลสตรีผู้อ่อนหวานของท่านเถิด เดี๋ยวนางล้มไปอยู่ในอ้อมกอดคนอื่น แล้วจะเดาอยากว่าบุตรในครรภ์นั้นเป็นของผู้ใดกัน?”
เหอหว่านซินกล่าวจบก็ก้าวจากไปด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ใต้แขนเสื้อนั้นนางกำมือแน่น ชาติที่แล้วที่ไป๋หรูเฉิงและมู่งชิงอวี่ร่วมมือกันทำร้ายนางจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้นจะบอกว่าไม่โกรธแค้นก็คงโกหก
….
