ตอนที่5
ตอนที่ 5บุคคลที่ไม่ควรยุ่ง
แสงจันทร์อ่อนคล้อยสาดส่องลงมา ร่างบางของเหอหว่านซินวิ่งฝ่าตรอกแคบด้วยลมหายใจร้อนผ่าว ก่อนจะหยุดยืนข้างกำแพงจวนเหอ ใบหน้านางขาวซีด ริมฝีปากเม้มแน่น หายใจหอบถี่ นางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ครั้นแน่ใจว่าไร้ผู้คน จึงเร่งก้าวไปยังกระถางต้นไม้ข้างกำแพงจวน มือบางยืดเกาะ ปีนป่ายอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะกระโดดข้ามกำแพงสู่จวนใหญ่ด้านใน
“โอ้ย!”
เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปาก เมื่อก้นกระแทกพื้นดินอย่างจัง ความเจ็บแล่นวาบขึ้นทั่วกาย ทว่านางกลับไม่อ้อยอิ่ง เพียงชั่วอึดใจก็ยันร่างลุกขึ้น มือเล็กปัดฝุ่นตามอาภรณ์อย่างลวก ๆ ถอนหายใจเบา ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปตามทางเดิน มุ่งตรงสู่เรือนของตน
ราตรีเงียบสงัด เงาจันทร์ทอดยาวตามพื้น นางก้าวเดินอย่างแผ่วเบา ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ทว่ามิทันได้ไปไกล เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากไม่ไกลนัก
“คุณหนู! คุณหนูเจ้าค่ะ!”
เหอหว่านซินหันไปตามเสียงเรียกนั้น พลันเห็นร่างของสาวใช้ผู้ภักดี ลู่อัน ที่กำลังยืนอยู่ด้วยท่าทางร้อนรนและดีใจนางรีบวิ่งเข้ามาหาคุณหนูของตนเองทันที
“ลู่อัน”
เหอหว่านซินอุทานออกมาแผ่วเบา รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้านางอย่างชัดเจน ลู่อันสาวใช้ที่ภักดีของนางชาติที่แล้วติดตามนางไปยังจวนตระกูลไป๋ และเพื่อปกป้องนางจากการใส่ร้ายของมู่ชิงอวี่ จึงโดนโบยจนตาย ไม่มีการสอบสวนใด ๆ เกิดขึ้นเพียงคำพูดเดียวของ มู่ชิงอวี่ ว่านางถูกข้าวางยา ไป๋หรูเฉิงไม่สอบถามใด ๆ ลงโทษข้าโดยให้โบยสามสิบไม้แล้วย้ายไปเรือนเย็นหลังจวน ด้วยความภักดี ลู่อันจึงต้องออกหน้ารับแล้วถูกโบยจนตาย
“คุณหนู ท่านไปที่ใดมาทั้งคืนเจ้าคะ… แล้วเหตุใดต่างหูของท่านจึงหายไปข้างหนึ่ง”
เสียงของลู่อันอ่อนโยน ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใย ดังขึ้นใต้เงาโคม เหอหว่านซินชะงักฝีเท้าเพียงเล็กน้อย มิได้เอื้อนเอ่ยตอบ นางเพียงยกมือขึ้นแตะใบหูที่ว่างเปล่า ปลายนิ้วเย็นเฉียบ คิ้วเรียวขมวดแน่น ความกังวลแล่นวาบขึ้นในใจ ต่างหูหล่นหายตั้งแต่เมื่อใดกันหรือจะเป็น… นางไม่กล้าคิดต่อเมื่อนึกถึงแผ่นป้ายทองคำนั้นความหวาดหวั่นในใจก็พุ่งขึ้นทันที
“คุณหนู”
เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับสายลมปลุกสติ
เหอหว่านซินจึงเงยหน้าขึ้น สบตาสาวใช้คนสนิท สีหน้าค่อย ๆ สงบนิ่ง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราบเรียบ
“ในจวนยังมีผู้ใดรู้อีกหรือไม่ว่าเมื่อคืนข้าไม่อยู่?”
ลู่อันส่ายหน้าอย่างลนลานเอ่ยเสียงด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“บ่าวไม่กล้าแพร่งพรายเจ้าค่ะ จึงได้แต่ตามหาท่านอยู่เพียงลำพังเจ้าค่ะ”
เหอหว่านซินพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไปเตรียมน้ำให้ข้าที”
“เจ้าค่ะ”
ลู่อันเอ่ยจบ ก่อนจะหมุนกายจากไปอย่างเร่งรีบ ชายอาภรณ์พลิ้วไหวตามจังหวะก้าว
เหอหว่านซินมองตามแผ่นหลังนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะสูดลมหายใจลึก เก็บซ่อนความปั่นป่วนไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉย แล้วจึงก้าวเดินต่อไปยังเรือนของตนเองอย่างระมัดระวัง
…..
แสงจันทร์สาดส่องมาต้องร่างของบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปตามตรอกแคบของบ้านเรือนในเมืองหลวงก่อนจะหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูศาลเจ้าเก่า
เขาไม่รีรอรีบผลักประตูก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านในทันที
“องค์ชาย”
เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าของ เซียวเหยียนเฉิงก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย คิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นอาภรณ์ของเจ้านายตนนั้นไม่เรียบร้อย เสื้อที่ถูกเปิดออกเผยแผงอกกว้างอันเปือยเปล่า แถมยังมีรอยแดงเล็ก ๆ อยู่บนแผงอกนั้นและต้นคอของเขา ริมฝีปากนั้นก็ยกยิ้มเล็กน้อย เอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง
“องค์ชายนี่ท่าน…”
คำพูดยังไม่ทันจบ เสียงถอนหายใจหนักอึ้งของเซียวเหยียนเฉิงก็ดังขึ้น ราวกับคลื่นลึกกระแทกฝั่ง เขาจึงชะงักคำพูดในทันที รีบล้วงขวดยาจากอกเสื้อ เปิดฝา เทยาเม็ดหนึ่งออกมา แล้วแนบริมฝีปากของเซียวเหยียนเฉิงอย่างเร่งร้อน ก่อนจะลงมือคลายจุดชีพจรที่ถูกผนึกไว้อย่างชำนาญ
เมื่อจุดถูกคลาย เซียวเหยียนเฉิงก็สะดุ้ง ไอออกมาเบา ๆ กระอักเลือดสีคล้ำเพียงเล็กน้อย เพราะความปั่นป่วนภายในกายที่สตรีผู้นั้นได้สร้างขึ้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยกมือจัดอาภรณ์ที่หลุดรุ่ยให้กลับเข้าที่ สีหน้าเย็นนิ่งดังเดิม
ขณะกำลังเอื้อมมือไปหยิบป้ายทองประจำพระองค์ สายตากลับสะดุดเข้ากับของสิ่งหนึ่งที่วางอยู่เคียงข้างป้ายทองนั้น ต่างหูสีแดงสดข้างหนึ่ง เปล่งประกายใต้แสงจันทร์ราง ๆ
เซียวเหยียนเฉิงชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะก้มลงหยิบมันขึ้นมา ปลายนิ้วลูบผ่านผิวหยกของต่างหูข้างนั้นอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นจัด น้ำเสียงเรียบสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยโทสะ
“หาตัวคนนี้แล้วฆ่านางซะ!”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์เฟิงหยางรีบประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม
เซียวเหยียนเฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวตรงไปยังประตูศาลเจ้า องครักษ์ประจำกายรีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานสองเงาร่างนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายไปในตรอกแคบของเมืองหลวงอย่างเงียบงัน
…..
