ตอนที่3
ตอนที่3ศาลเจ้าเก่า
ครั้นเหอหว่านซินปีนข้ามกำแพงจวนตระกูลเหอออกมาได้ ร่างบางก็ก้าวลงสู่ตรอกแคบมืดสลัว นางค่อย ๆ เดินไปตามทางหินเก่า หวังมุ่งหน้าไปยังร้านยาทางทิศตะวันตก ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทว่าในยามราตรีเช่นนี้ ระยะทางเพียงเล็กน้อยกลับยาวไกลดุจพันลี้
สายลมหนาวเย็นพัดพาไอค่ำคืนมากระทบอาภรณ์บางเบาของนาง ทำให้ปลายแขนปลายขาสั่นสะท้าน หากกลับไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่ภายในกายได้ ฤทธิ์ยาที่ยังตกค้างเร่งเร้าลมปราณให้ปั่นป่วน หัวใจเต้นแรงลมหายใจหนักหน่วง ราวไฟใต้เถ้าถ่านที่ยังไม่มอด
นางฝืนก้าวเดินต่อไป มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เรี่ยวแรงค่อย ๆ ร่อยหรอ ในที่สุดจึงหยุดพักลงหน้าศาลเจ้าเก่า
ทว่าในห้วงที่นางกำลังรวบรวมสติ พลันมีเสียงสนทนาแผ่วต่ำดังใกล้เข้ามา หัวใจของเหอหว่านซินกระตุกวูบ ความตกใจแล่นขึ้นมาทันที นางกวาดสายตามองหาที่หลบภัย ก่อนจะตัดสินใจในพริบตา รีบก้าวเข้าไปด้านในศาลเจ้าอย่างเร่งรีบแล้วหลบไปยังด้านหลังมุมหนึ่งของศาลเก่านั้น ยังไม่ทันได้ตั้งหลัก
ปลายเท้ากลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่ง ร่างบางเถลา เกือบเปล่งเสียงร้องออกมา นางยกมือขึ้นปิดปากตนเองเพื่อปิดปากเสียงที่เล็ดลอดออกมาเพียงนิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างเบื้องหน้า
แสงจันทร์สีหม่นสาดลอดผ่านรอยร้าวของผนังอิฐ รินไหลต้องใบหน้าบุรุษผู้นั้นพอดิบพอดี คิ้วเข้มขมวดแน่นด้วยความอดกลั้น ริมฝีปากหยักได้รูปที่มีคราบของโลหิตเปื้อนอยู่ ลมหายใจหนักหน่วงขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสื้อผ้าอาภรณ์แม้จะมีคราบเลือดติดอยู่บ้างแต่ไม่อาจปิดปังเนื้อผ้าไหมชั้นดีนั้นได้
เขานั่งหลังตรงพิงผนังเย็นเฉียบ ร่างกายแข็งทื่อดั่งถูกตรึงไว้ด้วยพิษและความเจ็บปวด ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ดั่งใจ ทำได้เพียงปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวไหลเวียนอยู่ในอก และ แววตาคมที่แสนจะน่ากลัว
เบื้องหน้าเขา เหอหว่านซินที่เพิ่งล้มลงคุกเข่าเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตามองบุรุษผู้นั้นเนิ่นนาน ใบหน้าคมคายที่แม้จะซีดเซียวกลับยังคงความสง่างาม ราวหยกต้องแสงจันทร์ ยิ่งมองยิ่งทำให้หัวใจนางสั่นระริก ฤทธิ์ยาที่คุกรุ่นในกายแผดเผาสติให้เลือนราง ความร้อนวาบแล่นผ่านเรือนกายจนยากจะข่มกลั้น
นางยกมือเรียวขึ้น ลูบไล้ใบหน้าคมคายนั้นอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ เมื่อสัมผัสกับผิวเย็นทว่าลมหายใจของเขากลับกระสับกระส่ายยิ่งกว่าเดิม ดูท่าบุรุษผู้นี้คงถูกพิษไม่อาจขยับกายได้ ดูจากอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ราคาแพงไม่น้อย คงเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่สินะ อย่างไร้ฟ้าก็ลิขิตให้นางมาพบเขาแล้วเช่นนั้นก็…
เสียงนางเอ่ยขึ้นแผ่วเบา สั่นพร่าราวสายลมยามราตรี
“คุณชาย… ข้าคงต้องใช้ท่าน… ถอนพิษเสียแล้ว…”
สิ้นถ้อยคำ มือเล็กปลดสายรัดเอวออกอย่างช้า ๆ เสียงผ้าเสียดสีกันดังแผ่วในความเงียบ ก่อนจะยกขึ้นผูกรอบดวงตาของเขา แม้เขาจะดูงดงามยิ่งนักแต่แววตาของเขากลับดูน่ากลัว นางเพียงแค่อยากให้เขาช่วยถอนพิษออกให้เท่านั้นและจากนี้ก็คงไม่รู้จักกันอีก
บุรุษผู้นั้นยังคงนั่งนิ่ง ทว่าลมหายใจเริ่มหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับไม่อาจขัดขืนชะตาที่อยู่ตรงหน้า เหอหว่านซินขยับเข้าใกล้ทีละน้อย มือเล็กยื่นไปปลดสายรัดเอวเขาอย่างเร่งรีบ ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ ด้วยความตื่นเต้น
นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงจันทร์สลัวทำให้นางยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
พลันคิดในใจ เกิดใหม่ชาตินี้ถือว่าไม่เลว บุรุษที่สง่างามเช่นนี้ต้องตกเป็นของนางในคืนที่แสงจันทร์ไม่ค่อยสว่างนัก เมื่อผ่านพ้นไปแล้วเขาอาจจำนางไม่ได้ แต่นางจดจำเขาแน่นอน
เหอหว่านซินขยับกายขึ้นนั่งบนตักเขาอย่างถือวิสาสะ ร่างบางแนบชิด เอวอ่อนอิงเข้าหา ก่อนจะบดเบา ๆ ด้วยความต้องการที่ไม่คิดปิดบัง ความแข็งแกร่งของเขาทำให้ความร้อนรุ่มในกายนางยิ่งแล่นซ่านขึ้นมา ทำให้ลมหายใจนางขาดห้วงชั่วขณะ
สองมือนางจับไหล่กว้างไว้มั่น ก่อนจะลูบไล้ลงมายังเนินอกแกร่ง เปิดสาบเสื้อตัวนอกออกอย่างช้า ๆ ทีละชั้น จนเสื้อผ้าของเขาถูกปลดออก เผยแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าใต้แสงจันทร์ นางวางฝ่ามือลง ลูบคลำอย่างหลงใหล
ริมฝีปากนุ่มก้มลงจูบที่ต้นคอเขา ดูดเม้มแผ่วเบา ทิ้งร่องรอยร้อนระอุไว้บนผิวเนียน ปลายลิ้นเปียกชื้นค่อย ๆ ลากเลียขึ้นลงอย่างเชื่องช้าแล้วผละออกเล็กน้อย
ร่างเขายังคงนั่งนิ่งดวงตาถูกปิด ลมหายใจหนักและถี่ ราวกับกำลังอดกลั้นทั้งความเจ็บปวดและบางสิ่งที่ร้อนแรงกว่านั้น
นางปลดอาภรณ์ลงอย่างเชื่องช้า ผืนผ้าบางไหลหลุดจากไหล่ ร่วงลงสู่พื้นทีละชิ้น เผยเรือนกายอ่อนนุ่มภายใต้แสงจันทร์ที่สาดต้องอย่างชัดเจน นางโน้มตัวลงใกล้กว่าเดิม ทรวงอกอ่อนนุ่มกดแนบกับอกกว้างแน่นขึ้น ความอุ่นจากร่างนางซึมผ่านเข้ามา จนลมหายใจของเขาสะดุดแรง
เหอหว่านซินขยับสะโพกช้า ๆ บนตักเขา ไม่เร่ง ไม่หยุด ฝ่ามือเล็กไล้จากไหล่กว้างลงสู่แผ่นหลังแข็งแรง นิ้วเรียวลากผ่านกล้ามเนื้อที่เกร็งตึงขึ้นทุกขณะ เรือนอกอ่อนนุ่มแนบชิด ถูไถกับอกแกร่งอย่างจงใจ คล้ายย้ำเตือนให้เขารับรู้ถึงสัมผัสนั้นทุกวินาที
ริมฝีปากนางเลื่อนมาใกล้ลำคอ เฉียดผ่านผิวเขาอย่างจงใจช้า ๆ ลมหายใจอุ่นรินรดผิวไม่ขาด เสียงหายใจของนางดังชัดอยู่ข้างหูเขาราวกับยั่วยุโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ร่างของบุรุษเกร็งแน่นจนเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อแข็งตึง มือที่วางอยู่ข้างลำตัวกำแน่น เสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้
“อือ… คุณชายข้าไม่ไหวแล้ว…”
เสียงนางสั่นพร่า หลุดลอดออกมาพร้อมลมหายใจที่ถี่กระชั้นปลายเสียงแผ่วเบาราวกับจะขาดห้วง ลำคอขาวสะท้อนแสงจันทร์อ่อน มือเล็กของนางไล้ผ่านลำตัวเขาช้า ๆ ราวกับลูบคลำแนวสันเขา ปลายนิ้วเรียวลากผ่านแผ่นอกอุ่นร้อน ก่อนจะเลื่อนลงสู่หน้าท้องแข็งแกร่งอย่างพึงใจ ความร้อนผ่าวใต้ฝ่ามือทำให้นางใจสั่นระรัว
…
