ตอนที่ 6
นลินญาตวัดแขนออกไป เขาจับได้ก็ผลักออก พอเธอใช้ศอก เขาก็หมุนตัว หลบไปหลบมาอยู่แบบนี้จนดนตรีจบ...ทุกคนตบมือให้อย่างเกรียวกราว
"ไม่คิดว่าหลินจะเต้นรำเก่งอย่างนี้ เข้าขากับซันได้น่าดูมาก"
คุณหญิงประไพยิ้มแป้น เธอปลาบปลื้มในตัวหลานชายมาก
"ซัน...หลิน มานี่สิลูก"
จิตลดากวักมือเรียกทั้งสองคน ทั้งคู่เหนื่อยจนหายใจหอบ ต่างก็มองกันไปค้อนกันมา และเดินเข้ามาหาจิตลดา เธอยิ้มให้ทั้งคู่
"เก่งมากเลยจ้ะ...เก่งทั้งสองคนเลย ได้เวลาคุณย่าเป่าเค้กแล้วจ้ะ เธอสองคนต้องเป็นคนจุดเทียนนะจ๊ะ"
นลินญาเกรงใจผู้ใหญ่ จึงไม่กล้าขัดขืน ศิรชัชก็ถูกแม่ปรามด้วยสายตา จึงต้องยอมทำตามอีกคน ทั้งคู่เดินมาที่เค้กก้อนใหญ่ ต่างหยิบไม้ขีดมาช่วยกันจุดเทียน และเข็นมาตรงหน้าคุณหญิงประไพ เสียงร้องเพลงอวยพรดังขึ้น หากมีใครสักคนสังเกต ก็จะเห็นศิรชัชกับนลินญาจ้องมองกันด้วยความเกลียดชัง
วันต่อมา...ณ.สำนักฝึกวิชา
นลินญาเอาไม้พลองฟาดพื้น ฟาดต้นไม้เพื่อระบายอารมณ์ วสันต์เห็นแล้วส่ายหัว
"ต้นไม้ทำให้โกรธเหรอ ถึงตีเอา ๆ ไม่ยั้งแบบนี้"
หญิงสาวไม่ตอบ เธอเดินไปหยิบไม้พลองอีกอันมาโยนให้วสันต์
"พี่ป๋อ...มาซ้อมกันหน่อย"
นลินญาจู่โจมวสันต์โดยไม่ทันตั้งตัว วสันต์เอาไม้พลองตั้งรับการจู่โจม เขาไม่โต้ตอบ แต่หลบหลีกอย่างว่องไว ทั้งคู่ตีโต้กันอยู่นาน วสันต์ฉวยจังหวะ...ตวัดจนไม้พลองในมือนลินญาตกพื้น เป็นการยุติแต่เพียงเท่านี้ นลินญาอารมณ์ยังไม่ดีขึ้น เธอไปนั่งหน้าบูดที่ม้านั่ง
"วันนี้เป็นอะไรมาอีกล่ะ อารมณ์เสียเรื่องอะไรเหรอ"
หญิงสาวถอนใจ
"อย่าให้พูดเลยพี่ ยิ่งพูดหลินจะยิ่งโมโห"
วสันต์พยักหน้า เขาไม่อยากเซ้าซี้อะไรอีก เขากับนลินญาเป็นศิษย์ร่วมสำนักกันมา 10 ปี นิสัยเธอเป็นยังไงเขาย่อมรู้ดี เวลาเธออารมณ์เสีย ก็จะมาลงที่หุ่นไม้บ้าง ต้นไม้บ้าง
เขามองนลินญาที่ตอนนี้โตเป็นสาวน้อยแสนสวยแล้ว แต่นิสัยและอารมณ์ไม่เคยเปลี่ยน เธออายุเท่าน้องสาวของเขาที่บ้านนอก เขาจึงเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว
"พี่ป๋อ...หลินชักหิวแล้ว เราไปกินบะหมี่ป้าฉวีกันดีกว่า"
"ป้าฉวีไม่ขายมาสองวันแล้ว สงสัยจะปิดร้านจริง ๆ ล่ะมั๊ง"
"จริงเหรอ...แย่เลยเนาะ สงสารป้าฉวีจัง"
"ทำไงได้ล่ะ...ก็ขายไม่ค่อยได้เลยนี่ เดี๋ยวนี้คนนิยมกินบนห้าง หรือร้านที่ตกแต่งสวย ๆ ร้านแบบนี้มันบ้าน ๆ ไม่มีใครอยากกินหรอก"
นลินญาถอนใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์หาแม่
"ฮัลโหล...แม่ขา แม่หาแม่บ้านคนใหม่ได้หรือยังคะ"
"ยังเลยลูก...ที่มาสมัครก็ยังไม่ถูกใจแม่สักคน"
"หลินรู้จักป้าคนหนึ่ง แกขายบะหมี่อยู่แถวสำนักค่ะ ตอนนี้กิจการไม่ดี ป้าเลยคิดจะกลับบ้าน แม่สนใจจะคุยไหมคะ หลินจะได้พาไปหา"
"ลองพามาดูก็ได้ลูก"
"ค่ะแม่...ขอบคุณค่ะ"
นลินญาวางสายแล้วหันมายิ้มกับวสันต์
"พี่ป๋อไปเป็นเพื่อนหลินหน่อยสิ"
วสันต์ยิ้ม ลุกขึ้นเดินไปหาป้าฉวีกับนลินญา ร้านป้าฉวีปิดประตูเงียบ วสันต์ที่ตัวสูงกว่า เพ่งมองเข้าไปตามช่องลมของประตู
"ป้าฉวี...ป้าฉวีครับ"
วสันต์ร้องเรียก และตบประตูไปด้วย ไม่นานก็ได้ยินเสียงกุกกักข้างใน
"ใครน่ะ..."
"ผมป๋อกับหลินครับป้า"
ป้าฉวีเดินมาเปิดประตู และมองทั้งสองคนยิ้ม ๆ
"ขอโทษนะจ๊ะ...ป้ากำลังเก็บของอยู่ วันนี้ไม่มีบะหมี่ให้กินหรอกจ้ะ"
"เราไม่ได้มากินบะหมี่ค่ะ ฉันจะมาพาป้าไปหาแม่ฉัน พอดีแม่บ้านเราเพิ่งลาออกไป ป้าสนใจจะไปเป็นแม่บ้านให้เราไหมคะ"
"จริงหรือจ๊ะ...ขอบคุณหนูมากเลยนะ ป้ากำลังคิดอยู่เลย ถ้ากลับไปบ้านนอกแล้วจะทำอะไรได้"
"งั้นเดี๋ยวป้าไปกับฉันเลยนะคะ"
นลินญาหันมายิ้มให้วสันต์ เธอกลับไปเก็บของตัวเอง และพาป้าฉวีกลับบ้านด้วยกัน พรพรรณพอใจป้าฉวีมาก จึงยอมรับเธอเข้ามาเป็นแม่บ้าน นลินญาโล่งอก...ที่ช่วยป้าฉวีได้
นลินญากับชนิดาเดินคุยกันมา พวกเธอกำลังจะไปยังตึกเรียน
"เออ...หลิน แผนกโบราณคดีเขาจัดทริปไปซีอานล่ะ เธอจะไปด้วยไหม เขาลงทะเบียนกันอยู่ ไม่รู้ว่าเต็มหรือยังนะ"
"ซีอาน...ไม่อยากไปอ่ะ ถ้าเป็นลั่วหยางค่อยว่ากัน"
"มี...แผนกอักษรจัดไปลั่วหยาง แต่เขาเต็มแล้วอ่ะ"
"แล้วทำไมเพิ่งมาบอก"
นลินญาต่อว่าเพื่อน ชนิดายิ้มแหย ๆ
"ขอโทษนะ...ฉันคิดว่าเธออยากไปซีอานน่ะ"
"ช่างเถอะ...ปิดเทอมนี้ฉันตามพ่อฉันไปทำงานดีกว่า"
"ปีนี้จะไปไหนเหรอ"
"ยังไม่รู้เลย ได้ยินแว่ว ๆ ว่าอาจไปซินเกียงนะ"
"น่าสนุกเนาะ...ฉันคงไม่ได้ไปไหน ต้องช่วยที่บ้านเฝ้าร้าน"
ชนิดาทำปากยื่น
"ทำไมเธอไม่ไปซีอานล่ะ"
"ไม่ไปหรอก...ไม่อยากไปคนเดียว ไม่มีใครรู้จักสักคน"
"ไปสิ...เผื่อจะได้เจอคนถูกใจไง ไม่ดีเหรอ"
นลินญากระแทกไหล่เพื่อนเบา ๆ ชนิดาตีเธอเขิน ๆ นลินญากอดคอเพื่อนรักหัวเราะเสียงใส เดินเข้าตึกเรียนด้วยกัน
ศิรชัชกำลังซ้อมบอลในสนาม มีหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง นั่งตบมือเชียร์อยู่ตรงม้านั่งข้างสนาม วรทัศน์หันไปมอง
"ไอ้ซัน...ดูสิ ลินดามานั่งรออีกแล้ว ช่างอดทนจริง ๆ นะ มาได้ทุกวันเลยว่ะ"
ศิรชัชหันไปมองตามที่เพื่อนบอก ลินดา ส่งยิ้มพร้อมกับโบกมือให้ เขาเบ้ปากหันหน้ากลับ
"ช่วยไม่ได้...ไม่ได้ใช้ให้มาเฝ้าสักหน่อย นายชอบก็ไปจีบเลยสิ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกนะ"
"เธอไม่สนฉันนี่หว่า..."
"ตื๊อ ๆ หน่อยสิว๊า จีบผู้หญิงต้องหมั่นตื๊อนะเว้ย"
เขาตบไหล่ให้กำลังใจเพื่อน แล้ววิ่งไปซ้อมบอลต่อ ไม่สนใจอะไรอีก
