ตอนที่ 3
นลินญากำลังฝึกกังฟูกับหุ่นไม้ที่หมุนได้ เธออารมณ์เสียกับผู้ชายที่เดินชนเธอ เขาทำให้เธอเข้าห้องเรียนสาย และถูกอาจารย์ตำหนิ
"ไอ้บ้า...อย่าให้ฉันเจอแกอีกนะ ฉันจะอัดแกให้น่วมเลย"
นลินญาเตะต่อยหุ่นไม้ไม่ยั้งเพื่อระบายอารมณ์
"อารม์เสียมาลงกับหุ่นไม้อีกแล้วเหรอ...หลิน"
ชายหนุ่มร่างบึกบึน ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงหน้าประตู นลินญาหันไปมองแล้วถอนใจ
"ว่าไง...ใครทำให้อารมณ์เสียล่ะ"
"ไม่รู้..."
นลินญาหน้าง้ำ เดินมานั่งที่เก้าอี้
"หลิน...พี่ถามเธอดี ๆ นะ"
เขาส่ายหัว คิดว่าเธอกวน
"ก็ไม่รู้จริง ๆ เขาชนแล้วก็ไป ไม่พูดขอโทษสักคำด้วย"
ชายหนุ่มจับหัวเธอ และยิ้มเอ็นดู
"อย่าไปใส่ใจเลย ต่างคนต่างชน เขาอาจไม่ได้เจตนาก็ได้"
นลินญาค้อนคนพูด
"อย่าอารมณ์เสียเลยนะ เราไปกินบะหมี่ร้านป้าฉวีกันดีกว่า"
นลินญายิ้มตาหยี เธอหันมามองชายหนุ่ม
"พี่ป๋อเลี้ยงนะ..."
ป๋อหรือวสันต์อึ้งไปนิดนึง ก่อนจะยิ้มพยักหน้า เขาเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของเธอ เธอสนิทกับเขาเหมือนพี่ชาย ทั้งคู่เดินออกไปหน้าสำนักเพื่อกินบะหมี่ด้วยกัน
นลินญากับวสันต์เดินคุยกันมาที่ร้านชั้นเดียวเก่า ๆ ที่ไม่ไกลจากสำนัก มีตู้ใส่บะหมี่ตั้งอยู่หน้าร้าน ป้าฉวีหญิงวัยกลางคนยืนลวกบะหมี่ให้ลูกค้าที่นั่งรออยู่
"ป้าฉวีคะ...เหมือนเดิมนะ"
นลินญาสั่งแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกับวสันต์
"รอเดี๋ยวนะ...ป้ายังมีลูกค้าอีกสองคนจ้ะ"
ป้าฉวีหันมายิ้มให้ นลินญามองไปรอบ ๆ ร้าน นอกจากโต๊ะของเธอ ก็ยังมีอีกแค่โต๊ะเดียวที่รอกินอยู่ รอไม่นาน...ป้าฉวีก็ยกบะหมี่สองชามมาให้
"ขอโทษนะ...ให้รอเสียนาน"
"วันนี้คนน้อยนะครับป้า"
ป้าฉวียิ้มเจื่อน
"ป้าอาจจะขายเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายแล้วจ้ะ คนน้อยลงทุกวัน...ป้าสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว"
นลินญากับวสันต์ชะงักมือที่กำลังคีบบะหมี่เข้าปากราวกับนัดกันไว้ ต่างหันมามองป้าฉวี
"ต่อไปเราก็ไม่ได้กินบะหมี่ของป้าแล้วสิคะ น่าเสียดายจังเลยค่ะ"
"ทำไงได้...รายได้น้อยลง ป้าสู้ไม่ไหวจริง ๆ จ้ะ"
ป้าฉวีเดินไปลวกเกี๊ยวมาให้ชามนึง เอามาให้หนุ่มสาวทั้งสอง
"อ้ะ...ป้าแถมให้นะ พวกเธอมาอุดหนุนป้าบ่อย ๆ ขอบใจมากจ้ะ"
นลินญาสงสารป้าฉวี เธออยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มาตั้งร้านบะหมี่เมื่อสองปีก่อน เธอทำบะหมี่อร่อยไม่เหมือนใคร นลินญากับวสันต์ชอบกินบะหมี่ของเธอมาก พอคิดว่าจะไม่ได้กินอีก ก็รู้สึกเสียดาย
"พี่ป๋อ...เราจะช่วยอะไรป้าเขาได้บ้างไหมคะ"
"พี่ก็อยากช่วยนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง"
นลินญาทำหน้าขัดใจ เธอเดินมาบอกป้าฉวีว่า
"ป้าคะ...อย่าเพิ่งท้อนะคะ หนูจะไปถามที่บ้านก่อน เผื่อจะมีงานอะไรพอให้ป้าทำได้บ้าง"
"ขอบคุณมากนะ ถ้าที่บ้านหนูขาดคนรับใช้ ให้ป้าไปทำก็ได้นะ ป้าเคยเป็นคนรับใช้มาก่อน แต่ไม่มีใครจ้าง...เลยต้องมาขายบะหมี่"
นลินญาพยักหน้ายิ้ม ๆ ถึงจะรับปากป้าฉวี แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะหางานที่ไหนให้เธอทำ
นลินญาลงรถที่หน้าบ้าน เธอเอากุญแจไขประตูเข้าบ้าน
"คุณหลินคะ..."
แม่บ้านเก่าแก่เรียกเธอ นลินญายิ้มให้ แต่แล้วก็ต้องทำหน้างง เมื่อเห็นกระเป๋าใบใหญ่วางอยู่ข้าง ๆ
"กระเป๋าใครคะ"
"ของป้าเองค่ะ ป้าจำเป็นต้องขอลาออกค่ะ ลูกป้าประสบอุบัติเหตุ เขาต้องการให้ป้าไปดูแล"
แม่บ้านพูดแล้วร้องไห้ นลินญาพูดไม่ออก มองแม่บ้านอึ้ง ๆ เธออยู่กับครอบครัวนี้มา 20 ปี แต่ตอนนี้เธอกำลังจะต้องไปแล้ว
"ป้าคะ...หลินไม่อยากให้ป้าไปเลย ป้าอยู่กับเรามาตั้งนาน ดูแลหลินดูแลพี่อิง แล้ว..."
นลินญากอดเธอด้วยน้ำตานองหน้า พรพรรณเดินมาตบไหล่นลินญา
"ให้ป้าไปเถอะลูก...ป้าเขาจำเป็น"
"ป่าขอลาพวกคุณนะคะ"
ป้าแม่บ้านไหว้ลาพรพรรณ และยิ้มให้นลินญา แล้วยกกระเป๋าเดินออกไปจากบ้าน
"ต่อไปใครจะช่วยแม่ทำกับข้าว ใครจะช่วยดูแลบ้านล่ะคะแม่"
พรพรรณกอดคอลูกสาวพาเดินเข้าบ้านด่วยกัน
"แม่จะรับสมัครแม่บ้านอย่างเร่งด่วนเลยจ้ะ"
หญิงสาวพยักหน้าถอนใจ
"เสาร์นี้...พวกเราต้องไปงานบ้านคุณลุงพงษ์นะลูก"
"ไม่ไปได้ไหมคะแม่...หลินไม่ชอบงานแบบนี้เลยค่ะ"
"ไม่ได้จ้ะ...คุณลุงเจาะจงเชิญมาเลยนะ ให้ลูกกับอิงต้องไปให้ได้ด้วย"
นลินญาแอบเบ้ปาก เดินไปที่ห้องทำงานของพ่อ
"พ่อคะ..."
"ป้าไปแล้วเหรอลูก"
"ไปแล้วค่ะ"
ณรงค์พลพยักหน้าเบา ๆ เขาเอาแว่นขยายส่องดูปิ่น
"ได้เรื่องอะไรอีกไหมคะพ่อ"
"อืมมม...ตรงนี้มีหนังสือสลักไว้ด้วย แต่ดูไม่ออกว่าเขียนอะไร"
"ไหนคะพ่อ...ขอหลินดูหน่อย"
ณรงค์พลส่งปิ่นและแว่นขยายให้ลูกสาว เธอรับมาส่องดู
"เป็นภาษาโบราณค่ะพ่อ คำแรกเขียนว่า "เฉิน" แซ่เฉินหรือคะ"
สาวน้อยบอกพ่อด้วยสีหน้าตื่นเต้น ณรงค์พลพยักหน้า
"ถ้าปิ่นนี้เป็นของคนแซ่เฉินจริง ก็อาจเป็นของลูกหลานตระกูลเฉินสมัยซ่งเหนือแน่ ๆ"
"พ่อมั่นใจเหรอคะ"
"แม่ทัพเฉินสมัยซ่งเหนือเก่งกาจมากนะลูก ปิ่นนี้อาจเป็นของเขาก็ได้"
"เป็นแม่ทัพ...ทำไมมีปิ่นผู้หญิงด้วยล่ะคะ หรือจะเป็นของที่ระลึกถึงคนรักคะ"
"อืม...ก็อาจเป็นไปได้นะลูก"
"น่าเสียดายจังค่ะ ชื่อมันเลือนมากเลย คำสุดท้าย...น่าจะอ่านได้ว่า "หลิน" นะคะพ่อ อักษรโบราณนี่อ่านยากจังเลยค่ะ"
"พ่อก็ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวเอาไปให้เพื่อนพ่อที่เชี่่ยวชาญอักษรโบราณดูดีกว่า เผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง อย่าเพิ่งเดาเองเลยลูก"
นลินญาพยักหน้า เธอมีความรู้สึกแปลก ๆ กับปิ่นอันนี้ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
