บทที่ 1.7
ร่างกายบอบช้ำอ่อนล้าจนไม่อยากขยับ หญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เป็นช่วงสายของวันต่อมา รอบกายเงียบงันนอกจากเสียงน้ำพุซึ่งลู่ลงชั้นแล้วชั้นเล่า ก็ไม่มีเสียงของผู้อื่นอีก
มองดูโซ่ที่ยังคงอยู่ที่ข้อเท้า ถานชิงหรูเม้มปากขอบตาร้อนผ่าว ความคิดล้วนมืดมนไม่อาจหาทางออกให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า
ลำคอแห้งผากจนหญิงสาวยากที่จะกลืนน้ำลาย นางมองไปรอบๆ ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปยังถ้ำน้ำพุ ดวงตาสะดุดเข้ากับกรงขนาดเล็กที่วางอยู่มุมด้านใน กระต่ายตัวน้อยกำลังเคี้ยวหญ้ามองนางเขม็ง ขาของมันมีเศษผ้าพันอยู่ทั้งยังมีคราบเลือด...
หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ จึงพบว่ามีเศษสมุนไพรห้ามเลือดตกกระจายอยู่รอบกรง หนึ่งในนั้นดูเหมือนมีสมุนไพรที่นางรู้จักรวมอยู่ด้วย สมุนไพรที่ใช้สำหรับขับพิษงู...
ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงนึกถึงรสคาวของเลือดในอุ้งปากของปิศาจดวงตาแดงก่ำตนนั้น “ไม่เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่อาจมองเจ้าปิศาจตนนั้นในแง่ดีเกินไป” นางพึมพำบอกตัวเอง
ถึงอย่างนั้นเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายวัน กรงสัตว์ในถ้ำน้ำพุก็เพิ่มจำนวนขึ้น สัตว์ป่าขนาดที่ใหญ่ขึ้นแต่ยังคงเป็นขนาดที่มนุษย์ผู้หนึ่งสามารถอุ้มมันขึ้นมาที่สูง กระทั่งเมื่อมันหายดีก็จะถูกพากลับลงไป หลงเหลือเอาไว้เพียงกรงเปล่า
แต่บางตัวกลับไม่โชคดีถึงเพียงนั้น...
มองแผ่นหลังเศร้าสร้อยของบุรุษประหลาด ถานชิงหรูได้แต่สงสัยแต่ไม่กล้าคิดว่าเขาที่เป็นปิศาจร้ายจะอ่อนไหวกับแค่การตายของสัตว์ตัวน้อยๆ อย่างกระต่ายขนฟูสีเทา
วันเวลาผ่านไปช้าๆ หญิงสาวสิ้นหวังจนท้อแท้ นางถูกล่ามโซ่ขังเอาไว้บนถ้ำน้ำพุเหนือผาสูง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องล่าง ไม่รู้ว่าบุรุษประหลาดที่จับนางมาแท้ที่จริงเป็นผู้ใด เป็นปิศาจจริงหรือไม่ เพราะจากการสังเกตการณ์กระทำของเขา เขาเองก็ดูคล้ายไม่ต่างจากมนุษย์
เขากินอย่างมนุษย์ ปลาที่เขานำกลับมาล้วนย่างจนสุก ที่จริงนางไม่เคยเห็นเขากินเนื้ออย่างอื่นนอกจากปลา ผลไม้ป่าหรือผักบางชนิด
เขาดื่มน้ำสะอาดในน้ำพุชั้นบนสุด แม้ไม่อาบน้ำแต่เขารู้ว่านางต้องอาบและเปลี่ยนชุด ดังนั้นจึงนำชุดมาให้นางหลายชุด และดูเหมือนชุดเหล่านั้นเป็นชุดที่ผ่านการซักมาแล้ว
ดูเหมือน...เขาคงขโมยมาจากชาวบ้านด้านล่าง
สามวันแล้วที่เขานอนกกกอดนาง แต่ไม่มีอะไรเกินไปมากกว่านั้น เขาไม่ได้พยายามล่วงเกินนางเช่นวันนั้นอีก ทุกคืนนางดิ้นรนขัดขืนจนสิ้นเรี่ยวแรง แต่เขาก็ยังนอนกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน ไม่พูดจาไม่ส่งเสียง ไม่สื่อสาร
บาดแผลกลางอกของถานชิงหรูแทบจะหายดีแล้ว สมุนไพรกลิ่นฉุนที่เขาบังคับโปะลงบนปากแผล นางไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เห็นชัดว่ามันได้ผลดีเยี่ยม เพียงแต่แผลเหล่านี้ยังคงทิ้งแผลเป็นบนร่างของนาง เช่นกันกับแผลในใจที่ถูกเขากระทำ
ช่วงบ่ายคล้อยเขาออกไปข้างนอก กระทั่งกลับมาพร้อมกับบางอย่างในอ้อมแขน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน แผลที่หน้าอกเด่นชัดเมื่อเขาวางร่างของลูกกวางน้อยเปื้อนเลือดลงบนพื้น
เหม่อมองบุรุษประหลาดซึ่งกำลังยุ่งง่วนเดินไปมา ถานชิงหรูขมวดคิ้วเมืองมองเห็นบาดแผลจากรงเล็บช่วงสีข้างของเจ้ากวางน้อย นางสับสนเมื่อเห็นว่าปิศาจตนนั้นคล้ายกำลังพยายามช่วยชีวิตมัน
ถึงอย่างนั้นเจ้ากวางน้อยกลับไม่โชคดีเท่าเจ้ากระต่าย หลังยุ่งง่วนนานมากเจ้ากวางน้อยก็ไม่หายใจแล้ว...
แผ่นหลังงองุ้มของเขาทำให้นางอดใจหายไม่ได้ แต่นางบอกตัวเองว่าเขาคือปิศาจ คือฆาตกร
เพียงแต่...วูบหนึ่งที่เขาหันมาสบตานาง ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นคล้ายกำลังเศร้าโศก
นางสะดุ้งเมื่อเขาลุกพรวดขึ้นเดินเข้ามาหานาง เขารวบนางเข้าไปกอด ถานชิงหรูที่ตกใจกลัวดิ้นรนขัดขืน ทว่าเรี่ยวแรงของนางหรือจะสู้เขาได้ ในที่สุดนางก็ถูกเขากดลงบนพื้น กระทำย่ำยีจนตัวนางสิ้นเรี่ยวแรง จากนั้นทั้งคู่ก็หลับไปกระทั่งรุ่งสาง