บทที่ 3 คำสัญญาของลูกผู้ชายที่ชื่อ...ชนที - 3
มือบางของเด็กสาวเลื่อนมาคล้องเอวเขาตั้งแต่เมื่อไหรเขาไม่รู้แต่นั่นทำให้ทั้งสองร่างใกล้กันยิ่งขึ้นจน กลีบปากบางเผยออย่างไม่ได้ตั้งใจแต่นั่นทำให้ความคิดชั่ววูบผลักดันชนทีให้ไปต่อให้ลึกซึ้งกว่านี้ และเขาก็พ่ายแพ้ให้ความคิดชั่ววูบด้านมืดนั้นจนสานต่อ จากที่เพียงจะให้ปากแตะปากแต่ตอนนี้มันลึกซึ้งกว่านั้น ลิ้นหนาแทรกเข้าไปคลุกเค้ากับลิ้นหวานๆในโพรงปากหวาน รสหวานดูดดื่มนั้นทำให้ชนทีเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะจนไม่อยากจะและออกแต่เมื่อจิตใต้สำนักด้านดีมันบอกเขาว่า เธอเป็นเพียงแค่เด็กสาว และเขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนที่อายุน้อยกว่าโดยเฉพาะเธอ
ชนทีผละออกอย่างแสนเสียดายก่อนที่จะหันหน้าหนี “หวังว่าเราคงจะพอใจนะยัยเด็กแก่แดด”
ว่าแล้วเขาก็เดินหนีไปทันที กรรัมภามองตามด้วยรอยยิ้มน่าเอ็นดู เธอจะกลับมาทวงของรักของหวงของเธอเมื่อเธอเรียนจบ เธอจะต้องกลับมาทวงคำสัญญาจากลูกผู้ชายที่ชื่อชนที
ปัจจุบัน
‘ถึงเวลาที่น้องแก้มจะไปทวงสัญญาแล้วพี่ชุณห์’ หญิงสาวคิดในขณะที่รถของพี่ชายเลี้ยวเข้าไปจอดในบ้านพอดี
“อ้าวตื่นแล้วเหรอน้องแก้ม” คนเป็นพ่อทักเมื่อเห็นคนที่เขาคิดว่าหลับลืมตาขึ้น
“ค่ะ น้องแก้มตื่นแล้ว เราเข้าบ้านกันดีกว่า” หญิงสาวบอกก่อนที่ทุกคนจะพากันลงจากรถและเข้าไปในบ้าน
กรรัมภาเคยมาที่บ้านหลังนี้ก่อนจะไปเรียนต่อหนึ่งเดือนพอไปเรียนต่อนอกจากพี่ชายแล้วผู้เป็นพ่อก็ตามไปอยู่ด้วยจนเมื่อสองปีก่อนพี่ชายทั้งสองเรียนจบท่านและพี่ๆจึงต้องกลับมายกตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาลให้พี่ชายของเธอและสามพ่อลูกก็ช่วยกันบริหารงานโรงพยาบาลที่เมืองไทยปล่อยให้เธอเรียนที่ต่างประเทศคนเดียวจนจบ
“น้องแก้ม” เสียงเรียกนั้นทำให้กรรัมภาต้องมองกลับไปที่ผู้เป็นพ่อ นายแพทย์กานต์มองใบหน้าของบุตรสาวแล้วเอ่ยถาม “หนูจะไปที่บ้านโน้นเมื่อไหรล่ะ บอกให้พ่อได้ทำใจไว้ก่อนได้มั้ย”
“โธ่ คุณพ่อขา น้องแก้มเพิ่งกลับมาเองนะ อย่าทำเหมือนน้องแก้มเป็นสัตว์มีนอที่กลับมาปุ๊บก็แล่นไปหาผู้ชายปั๊บซิ” คนเป็นลูกเอ่ยบอกอย่างกับเรื่องขบขัน
“แต่หนูก็จะไป” นายแพทย์กานต์พูดอย่างรู้ทัน
กรรัมภายิ้มขำ “ก็ไปซิ พี่ชุณห์สัญญากับน้องแก้มไว้แล้วนะ ยังไงก็ต้องไปทวงสัญญา”
“ก็แล้วแต่นะ ยังไงพ่อเลี้ยงชนะชลเขาก็ขอหมั้นหนูไว้ก่อนที่จะไปนอกแล้วนิ แต่หนูจะขึ้นเชียงใหม่เมื่อไหรก็บอกพ่อล่วงหน้าสักอาทิตย์ก็ดี พ่อจะได้ไปด้วย” นายแพทย์กานต์บอกก่อนที่จะนึกย้อนไปถึงอดีต พ่อเลี้ยงชนะชลถือได้ว่าเขี้ยวลากดินจริง ๆ ขนาดกรรัมภาทำสัญญาตกลงกับชนทีไว้แล้วยังไม่วางใจต้องขอหมั้นเป็นเรื่องเป็นราวจนข่าวการหมั้นดังไปแทนจะทั่วภาคเหนือ ไม่รู้กลัวลูกๆเปลี่ยนใจหรือกลัวเขาไม่ยอมยกลูกสาวให้เป็นสะใภ้ก็ไม่รู้
“ค่ะ ไว้น้องแก้มคิดแผนอะไรอีกนิดก่อนนะคะ น้องแก้มต้องกลับไปอย่างสง่างาม” หญิงสาวบอกก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับบิดา
ด้านพี่ชายสองคนยืนอยู่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ด้านล่าง พวกเขาไม่ชอบชนที ชนทีดูเฉยชาจนพวกเขาเดาไม่ถูก การเดาใจใครคนหนึ่งไม่ถูกคือสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ ถ้าให้เขาเลือกใครมาเป็นน้องเขย เขาทั้งคู่จะเลือกคนที่เดาใจง่ายๆ แต่ความจริง เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเขาเลย ทั้งนายชนที ทั้งนายหมอปราณ พวกเขาหวงน้องสาวของพวกเขา
“ไปป่วนว่าที่น้องเขยกันมั้ยก้อง” กันตนัยถามก่อนที่จะเหลือบเหล่สายตามองแฝดผู้น้อง
“ก็ดี ถึงจะขัดขวางไม่ได้แต่เราป่วนนายนั่นได้นิเนาะ ไปจู่โจมมันเลย” กิตตินัยเอ่ยอย่างเห็นด้วยก่อนที่ทั้งสองจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้กันอย่างมีเลศนัย
ฟากคนที่กำลังจะถูกจู่โจมอย่างไม่รู้ตัวกำลังเดินตรวจงานในไร่แสนรักอยู่ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ หลายปีมาแล้วที่ทุกคนรู้จักเขาในนามพ่อเลี้ยงชนที พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่วัย38ผู้ที่ยังครองความโสดมาอย่างยาวนาน หลายคนคิดว่าเขามีรสนิยมทางเพศที่ต่างจากผู้ชายทั่วไปจึงยังไม่แต่งงาน บ้างก็คิดว่าเขายังไม่เจอคนที่ใช่เหมือนกับผู้เป็นพ่อสมัยก่อน และมีบางคนคิดว่าเขาอกหักจากลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อสามปีก่อนจนไม่คิดจะแต่งงาน
