บทที่ 3 คำสัญญาของลูกผู้ชายที่ชื่อ...ชนที - 4
“ไอ้ชุณห์ ชุณห์ เฮ้ย ไอ้ชุณห์อยู่ไหนนนน” เสียงร้องเรียกมาแต่ไกลทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ต้องหันไปส่งเสียงบอก “ข้าอยู่นี่เว้ยชีพ”
เมื่อเขาส่งเสียงบอกพ่อเลี้ยงชลวีก็เดินเข้ามาหาทันที ชลวีที่เดิมทีเป็นนายทหารอากาศลาออกจากราชการก่อนชนทีหนึ่งปี หาใช่เพราะสัญญาอะไรไว้กับผู้เป็นพ่อ แต่เพราะถูกเพื่อนน้องสาวหักอกจนหมดอาลัยตายอยากไม่มีกะใจจะทำอะไร พอชนทีลาออกกลับมาคุมงานในไร่สองพี่น้องก็ช่วยกันดูแลกิจการของที่บ้านโดยมีหลักใหญ่อยู่ที่ไร่แสนรัก ฟาร์มกล้วยไม้เหมือนฝัน และรีสอร์ทเคียงใจ จึงยังมีแค่ชลลัมพีแฝดผู้น้องเท่านั้นที่รับราชการทหารอยู่
“มีอะไรวะ แหกปากโวยวายอยู่ได้ หรือน้องชามไม่สบาย” ชนทีถามแฝดผู้พี่ที่แหกปากเรียกหาทั้งที่จะโทรหากันก็ได้ น้องชามที่เขาพูดถึงคือเด็กหญิงชามาดา ลูกสาววัย5ขวบของพันตรีชลลัมพีที่แม่เด็กเอามาทิ้งไว้หน้าไร่และหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“น้องชามไม่สบายบ้าบออะไร เจ้าตัวแสบ ธิกับธา นั่นต่างหากเล่า วิ่งป่วนจนแขกที่รีสอร์ทกระเจิง” ชลวีบอกน้องชายก่อนที่จะถอนหายใจพรืดเมื่อนึกไปถึงพฤติกรรมความแสบของเด็กชายธิวานนท์และเด็กชายธาราพลหลานชายของพวกเขาที่ตอนนี้อายุเจ็บขวบแล้ว ธิวานนท์และธาราพลเป็นลูกชายของร้อยตำรวจเอกชนาธิปที่เจ้าน้องชายตัวดีพามาไว้ให้พ่อแม่และพี่ๆช่วยดูแลในขณะที่ตัวเองไปตามง้องอนแม่ของลูก
“พรุ่งนี้เจ้าเกมส์กับเจ้ากายจะมาคงยุ่งกันใหญ่” ชนทีไม่ได้ออกความคิดเห็นหรือตกใจกับสิ่งที่พี่ชายบอก แต่เขากลับพูดในสิ่งที่ทำให้พี่ชายยิ่งกลุ้ม แค่ในบ้านมีสองแฝดธิกับธาและน้องชามอยู่ก็ยุ่งแล้วพรุ่งนี้เด็กชายกานต์ชนกและเด็กชายกันต์ชนกลูกๆของแพทย์หญิงชนิกานต์จะมาอีกก็คงยิ่งไปกันใหญ่ ลูกค้าและคนงานคงแตกกระเจิง
“จะทำไงดีวะเนี่ย” แฝดผู้พี่ถามอย่างปรึกษา
ชนทีฟังนิ่งๆก่อนที่จะหัวเราะในลำคอออกมา”หึ”
“หัวเราะอะไรวะ” ฉุนกึกจนคนเครียดต้องหันมาถาม
“ก็ขำไง เด็กพวกนี้น่ะตัวยุ่งทั้งนั้น มันเหมือนกับพวกเราตอนเด็กๆ ที่รวมตัวกันข้า เอ็ง ไอ้ผู้พัน พี่ใบชา แล้วก็น้องน้ำชายังไงยังงั้นเลยล่ะ” ชนทีชี้แจงอย่างขำขันอยู่ในที
ชลวีส่ายหน้าแล้วพูดออกมา “ยังมีหน้ามาระลึกความหลังอีก ช่วยคิดซิจะทำไงบ้านถึงจะไม่วุ่น”
“ไม่รู้ ข้าไม่ได้มีหน้าที่คุมเด็ก” ชนทีบอกอย่างเฉยเมย เขาไม่ได้มีหน้าที่ดูแลหลานๆเพราะหลานๆอยู่ในความดูแลของชลวี ตั้งแต่มีหลานๆมาป่วนชลวีก็แทบไม่มีเวลาโศกเศร้ากับเรื่องของอดีตแฟนสาวเพราะพ่อเลี้ยงชนะชลยกหน้าที่คุมหลานๆให้ชลวีจัดการ
“ไอ้ ฮึย คอยดูนะน้องแก้มกลับมาเมื่อไหรข้าจะฟ้องน้องแก้มว่าเอ็งมันใจดำ” ชลวีว่าให้คนที่ไม่มีหน้าที่คุมเด็กอย่างฉุนๆ
“แล้วไง ใครแคร์” ชนทีพูดอย่างลอยหน้าลอยตาแล้วเดินไปดูคนงานโดยไม่สนใจพี่ชายที่มีหน้าที่ดูแลหลานๆสักนิด
ไลน์
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั้นไลน์ที่น้องสาวอย่างแพทย์หญิงชนิกานต์แอบมาติดตั้งให้ดังขึ้น ไม่ต้องดูชนทีก็รู้ว่าเป็นไลน์จากยัยผมเปียของเขา หลายปีก่อนแพทย์หญิงชนิกานต์แอบติดตั้งโปรแกรมไลน์แล้วแอดไลน์ของกรรัมภาให้เสร็จสรรพ หลังจากนั้นแม่ผมเปียจอมแก่แดดก็ไลน์มากวนเขาตอนมืดค่ำเสมอ
ชนทีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาอ่านก่อนที่ใบหน้านั้นจะเรียบนิ่งไม่บ่งบอกว่าดีใจหรือเสียใจ
ยัยผมเปีย : น้องแก้มกลับมาเมืองไทยแล้วนะคะ จะมาหาน้องแก้มที่กรุงเทพหรือให้น้องแก้มไปทวงสัญญาถึงห้องนอนดี
ไลน์
ยัยผมเปีย : เตือนก่อนนะถ้าพี่ไม่มาน้องบุกถึงห้องจริง ๆ ไม่บุกไปเฉยๆนะบอกให้
ยัยผมเปีย : อ่านแล้วไม่ตอบ น้องแก้มจะหอมสักสามฟอด
พี่ปักชุน : ส่งที่อยู่มาซิ
ยัยผมเปีย : แหม่ๆ ขอที่อยู่สาวง่ายไปป่าว น้องไม่ให้หรอกเดี๋ยวพี่ชุนว่าน้องใจง่าย
ยัยผมเปีย : หาเองซิค่ะ
ยัยผมเปีย : ถ้าขี้เกียจหาให้น้องไปหาเองก็ได้นะ
พี่ปุกชุน : ไม่ต้องเลย พี่จะไปหาเราเอง
ยัยผมเปีย : น้องแก้มให้เวลา7วัน ถ้าหาที่อยู่น้องไม่เจอน้องจะไปนั่งเล่นในห้องพี่ชุณห์ แค่นี้น่ะ นอนก่อน
ยัยผมเปีย : นอนละนะ มาหาน้องแก้มในฝันด้วยล่ะ คุณว่าที่สามี
