บทที่ 3 คำสัญญาของลูกผู้ชายที่ชื่อ...ชนที - 1
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
“น้องแก้มไม่อยากไปค่ะ น้องแก้มอยากอยู่ที่นี่ คุณพ่อให้น้องแก้มอยู่ที่นี่นะคะ น้องแก้มไม่ไปเรียนต่อกับพี่ก้องพี่กันต์หรอก” สาวน้อยกรรัมภาเอ่ยบอกพ่อแท้ๆเมื่อคนเป็นพ่อขอให้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศกับพี่ชายอีกสองคน เธอไม่อยากไปจากที่นี่ ที่นี่คือบ้านของเธอ และเธออยากจะเจอชนที เธอรู้ว่าชนทีสัญญากับพ่อเลี้ยงชนะชลไว้ว่าอายุ30จะลาออกกลับมาช่วยงานที่ไร่ อีกนิดเดียวเธอก็จะได้เจอเขาทุกวันแล้ว
“อย่าบังคับน้องแก้มเลยนะคะ” เด็กสาวบอกก่อนที่จะถอยห่างแล้วเดินเข้าห้องไป
“ทำไมน้องถึงไม่อยากไปจากที่นี่ล่ะครับคุณพ่อ” กิตตินัยถามอย่างสงสัย
“น้องคงผูกพันกับที่นี่หรือไม่ก็...มีคนที่น้องรักอยู่ที่นี่” นายแพทย์กานต์บอกบุตรชายก่อนที่จะเห็นร่างของใครบางคนเดินเข้ามา กิตตินัย กันตนัยและพ่อเลี้ยงชนะชลที่ร่วมฟังบทสนทนาด้วยหันมองตามและได้เห็นคนคนหนึ่งที่สามพ่อลูกเพิ่งรู้จักแค่หนึ่งอาทิตย์แต่กรรัมภาพูดถึงบ่อยที่สุดในบรรดาพี่น้อง
“อ้าวชุณห์ ในไร่เป็นไงจัดเรียบร้อยมั้ย” พ่อเลี้ยงชนะชลทักบุตรชายที่เดินหน้าเครียดเข้ามา เดาได้ว่าคงได้ยินบทสนทนาของกรรัมภาและพ่อแท้ๆทั้งหมดแล้ว
“ผู้กองชนที อาขอคุยกับผู้กองตามลำพังสักครู่ได้มั้ย” นายแพทย์กานต์ส่งเสียงขึ้นทำให้ชนทีมองไปที่ผู้เป็นพ่อนิดหนึ่งแล้วหันมาพยักหน้า
นายแพทย์กานต์เดินนำไปยังมุมหนึ่งโดยไม่สนใจอาการเงียบของชายหนุ่มรุ่นลูกแต่รู้ว่าอีกฝ่ายเดินตามมา หนึ่งอาทิตย์มานี้เขาได้ฟังเรื่องราวและนิสัยของชายหนุ่มมาจากกรรัมภาพอสมควรจนพอเข้าใจ
“เท่าที่อาสังเกต อารู้สึกว่าน้องแก้มรู้สึกพิเศษกับผู้กองมากกว่าพี่ชาย และเหมือนทุกคนจะรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” นายแพทย์กานต์เริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำพูดที่ชนทีคิดเอาไว้แล้ว
ไม่แปลก เด็กคนนั้นแสดงออกแบบนั้นโดยไม่ปิดปังเลยสักนิด
“น้องแก้มไม่ยอมไปเรียนต่อ ผู้กองรู้มั้ยว่าเพราะอะไร” คุณหมอวัยกลางคนถาม
“ผมทราบครับ” เสียงบอกนั้นมั่นคงแต่นายแพทย์กานต์ก็สวนขึ้น “ไม่หรอกผู้กอง ผู้กองไม่ทราบ ที่น้องแก้มไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศก็เพราะน้องแก้มรักผู้กอง อยากอยู่ที่นี่เพราะที่นี่คือบ้านของผู้กอง”
“ผมทราบ ผมทราบมากกว่านั้นอีกครับคุณอา อีกสองปีผมจะลาออกจากราชการกลับมาดูแลไร่ ผมจะมาอยู่ที่นี้น้องแก้มจะได้เจอผมทุกวัน และพ่อชลก็หวังจับคู่ผมกับน้องแก้ม ท่านรอโอกาสคลุมถุงชนเราอยู่ด้วยซ้ำ” ชนทีบอกพร้อมแบไต๋ของพ่อเลี้ยงชนะชลไปด้วยในตัว
นายแพทย์กานต์ฟังอย่างเหนื่อยใจก่อนที่จะขอร้อง “เฮ้อ ผู้กองช่วยขอร้องน้องแก้มให้ไปเรียนต่อต่างประเทศหน่อยได้มั้ย อาขอร้อง”
“ไม่ขอร้องผมก็จะทำอยู่แล้ว แต่แค่ขอร้องน้องแก้มคงไม่ยอม เด็กคนนี้ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่เธอได้ประโยชน์เธอถึงจะยอม” ชนทีบอกพลางคิดหาทางทำให้เด็กสาวไปเรียนต่อเพื่ออนาคตของเด็กสาวไปด้วย
“อะไรคือข้อแลกเปลี่ยนที่น้องแก้มจะยอม” กานต์ถามอยากสงสัยและคำตอบกลับเป็นความไม่แน่ใจ ”ผมไม่แน่ใจ”
“ก็ลองดู ไม่ว่าจะแลกเปลี่ยนด้วยอะไรอาก็ยอมถ้าทำให้น้องแก้มไปเรียนต่อต่างประเทศได้” กานต์บอก นาทีนี้เขายอมทุกอย่าง ไม่ว่าแลกอะไรกับอนาคตของลูกสาวที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีตัวตนอยู่ เขายอมแลก
“ผมจะลองดู แต่คงต้องรอให้งานเลี้ยงวันนี้ผ่านไปก่อน” ชนทีบอกที่เขาพูดหมายถึงงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของกรรัมภานั่นเอง นายแพทย์วัยกลางคนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่จะกลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง บัดนี้ในห้องมีแม่เลี้ยงกรรณณารา ชนิกานต์ ชลลัมพี ชลวี รวมถึงชยางกูรลูกผู้ลูกน้องรุ่นราวคราวเดียวกับสามแฝดนั่งอยู่กับหญิงสาวอีกคน
“มาด้วยเหรอพี่ใบชา” ชนทีเอ่ยถามทักชยางกูรพลางส่งยิ้มน้อย ๆให้คนที่ชยางกูรพามาด้วยและนั่นส่งผลให้ชยางกูรแยกเขี้ยวกลับมาให้ ชยางกูรเป็นลูกชายของชัชรินทร์ที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสามแฝดแต่ก็แก่เดือนกว่าสามแฝดและน้อง ๆจึงเรียกว่าพี่ ทั้งที่ความจริงเป็นหลาน การนับญาติของพวกเขาดูยุ่งๆเพราะพ่อเลี้ยงชนะชลมามีลูกเมียก็ตอนอายุ38แล้วลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาจึงอายุมากกว่าเป็นรอบสองรอบ ยิ่งกับชัชรินทร์ที่เป็นลูกผู้พี่ก็มีชยางกูรลูกชายคนแรกตั้งแต่อายุยี่สิบและก็เกิดก่อนสามแฝดแค่เพียงเดือนเดียว การนับญาติจึงดูงงๆ
