บทที่ 2 หลายปีผ่านไป - 1
19ปีต่อมา
ร่างบอบบางแต่สูงเพรียวยืนมองทัศนียภาพเบื้องหน้าอย่างใจหาย 10ปีแล้วที่ตัวเธอมาอยู่ที่นี่ 10ปีแล้วที่เธอจากบ้านจากเมืองมาร่ำเรียนเพียรศึกษาเพื่อหวังสำเร็จการศึกษากลับไป และวันนี้เธอก็จะกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ
“แก้ม” เสียงเรียกจากด้านหลังหญิงสาวหันไปมอง ใบหน้าของคนที่เรียกแลดูสับสนและกำลังขบคิดตัดสินใจ
“มีอะไรรึเปล่าปราณ” เธอถามก่อนที่ชายที่เธอเรียกว่าปราณจะเดินมาหยุดตรงหน้าแล้วเอ่ยบอก
“ปราณชอบแก้มนะ คบกับปราณได้มั้ย”
เธอนิ่งไปก่อนที่จะทำหน้าจริงจัง “ขอโทษนะปราณ แก้มมีคนที่แก้มรักแล้ว แก้มให้ปราณได้แค่ความเป็นเพื่อน”
เธอพูดแล้วก็หันหลังก้าวเดินจากไปด้านหน้าของเธอคือสนามบิน เธอกำลังจะจากที่นี่ไปแล้ว
นายแพทย์ปราณ บรเวชมองตามร่างของหญิงสาวที่เขารักที่ค่อยๆเดินห่างออกไป แพทย์หญิงกรรัมภา สัตยากรณ์หรือแก้ม คือผู้หญิงที่เขาเฝ้ารักเฝ้าเอาใจแต่ตอนนี้คงหมดเวลาแล้วที่จะได้อยู่ใกล้เฝ้ามองเธอใกล้ๆ เขาทอดสายตามองตามเธอไปจนร่างนั้นลับตาเขาจึงยอมหันหลังกลับ ‘ลาก่อนแก้มที่รัก’
ด้านในของสนามบินแพทย์หญิงกรรัมภาพ้นลมหายใจหนักๆออกมาก่อนที่จะยิ้มออกมา แม้รู้ว่าการปฏิเสธจะทำให้ปราณเพื่อนของเธอต้องเจ็บปวดแต่ที่ผ่านมาเธอก็อึดอัดกับความรักที่เขามีให้เธอ เธอไม่ได้รักเขาแต่เขาก็แสนดีกับเธอเหลือเกิน ที่ผ่านมาเธอหลบเลี่ยงเสมอถ้ารู้สึกว่าเขาจะบอกรักออกมาเพราะไม่อยากให้เพื่อนคนนี้ต้องเสียใจแต่ก็อยากให้เขาตัดใจ อารมณ์ตอนนี้ทั้งสงสารและโล่งใจแต่มีความโล่งใจเสียมากกว่า
หญิงสาวยิ้มอ่อนๆก่อนที่จะเดินต่อ เธอต้องไปแล้ว ลาก่อนต่างประเทศ ลาก่อนการร่ำเรียนที่ยาวนานและยากเย็น ลาก่อนเพื่อนๆ
หลายชั่วโมงต่อมา
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ กุมารแพทย์คนสวย” สุ่มเสียงตื่นเต้นดีใจที่เอ่ยบอกทันทีที่เท้าเหยียบลงบนผืนแผ่นดินบ้านเกิดทำให้แพทย์หญิงกรรัมภาเผยยิ้มออกมา เธอมองร่างของบุรุษสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทีละคนอย่างคิดถึง
“ขอบคุณค่ะ คุณหมอ” หญิงสาวบอกก่อนที่จะโผเข้ากอดคนที่เธอเรียกว่าคุณหมอหรือความจริงคือนายแพทย์กันตนัยพี่ชายคนโตของเธอแล้วก็หันไปกอดนายแพทย์กิตตินัยพี่ชายคนรองก่อนที่จะผละออกแล้วเข้าไปกอดนายแพทย์กานต์ผู้เป็นพ่ออย่างคิดถึง
“ในที่สุดลูกสาวพ่อก็กลับมาซะที” นายแพทย์กานต์ ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจหนุ่มใหญ่วัย49เอ่ยอย่างดีใจ
“กลับมาแล้วก็ใช่ว่าน้องแก้มจะอยู่กับเรานะครับพ่อ น้องแก้มน่ะมีที่ที่จะไปอยู่แล้ว” นายแพทย์กันตนัย ประสาทศัลยแพทย์หนุ่มผู้มีชื่อเล่นว่ากันต์พูดขัดขึ้นจนสองพ่อลูกต้องผละออกจากกันแล้วหันไปมอง
“ไอ้กันต์อย่าพูดจาสุนัขๆแบบนั้นสิวะ น้องแก้มเพิ่งกลับมาคงไม่คิดทิ้งเราไปตอนนี้หรอก ใช่มั้ยน้องแก้ม” นายแพทย์กิตตินัยหรือหมอก้องขัดพี่ชายฝาแฝดแล้วหันมาถามน้องสาว
กรรัมภายิ้มจางๆแล้วตอบเลี่ยงไป “น้องแก้มว่าเรื่องนั้นไว้ทีหลังดีกว่า ตอนนี้พาน้องแก้มกลับบ้านก่อนนะคะ น้องแก้มหิวจนท้องร้องแล้วร้องอีกแล้ว”
จ๊อกกก
ไม่ว่าเปล่ากระเพาะตัวดีก็ให้ความร่วมมือกับกรรัมภาจนน่าตบรางวัลให้ เป็นอันว่าสามพ่อลูกต้องยอมหยุดสายตาคาดคั้นและพาแก้วตาดวงใจของครอบครัวกลับบ้าน
ทันทีที่ก้าวขึ้นรถกรรัมภาก็หลับตาลงทันที ทุกคนคิดว่าเธอหลับจึงนั่งคุยกันไปเบาๆไม่ให้กวนหญิงสาวแต่ทั้งสามไม่รู้เลยว่าเธอไม่ได้หลับแต่กำลังหลับตาคิดถึงความหลังในอดีตอยู่ 10ปีแล้วที่เธอเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวนี้ เมื่อก่อนเธอไม่ใช่กรรัมภาลูกสาวนายแพทย์กานต์ผู้เป็นทั้งศัลยแพทย์และผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนแห่งใหญ่ อดีตนั่นมันคือสิ่งที่เธอคิดถึง
10ปีก่อน
“พี่ชมพูค่ะ เราจะไปไหนกันเหรอ” นางสาวกรรัมภาที่กำลังจะอายุครบ18ปีบริบูรณ์ในอีกหนึ่งอาทิตย์เอ่ยถามพลางมองบรรยากาศนอกรถแม้จะมืดแต่ก็มองเห็นว่าออกมานอกอาณาเขตไร่แสนรักที่เธออาศัยอยู่มาเกือบสิบปีได้สักระยะแล้ว
“ไปสนามบินน่ะน้องแก้ม วันนี้พี่แฝดจะกลับบ้าน ลงไฟท์สี่ทุ่มน่ะ” นางสาวชนิกานต์นักเรียนแพทย์ชั้นปี3เอ่ยบอกน้องสาวนอกสายเลือดอย่างดีใจ พอบอกว่าพี่แฝดกรรัมภาก็เผยยิ้มน่ารักออกมาจนเธออยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มนุ่มๆนั่นน่าเสียดายที่เธอขับรถอยู่
“พี่แฝดโคจรมาพร้อมกันได้ด้วยเหรอ ปกติยากแสนยาก” กรรัมภาพูดทั้งที่เธอนั้นยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“คราวนี้พี่ชุณห์โดนลากมาจ้า วันคล้ายวันเกิดครบ18ปีบริบูรณ์ของน้องแก้มของเราทั้งทีต่อให้เกิดอะไรขึ้นพี่ชีพ พี่โชก็ต้องลากพี่ชุณห์มาจนได้แหละ” พี่สาวบอกก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ เธอก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอพี่แฝดทั้งสามที่นาน ๆจะมาบ้านที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
และแล้วร่างของกรรัมภาและชนิกานต์สองศรีพี่น้องก็มายืนเด่นอยู่ในสนามบินเชียงใหม่เพื่อรอพี่ชายทั้งสาม คนที่เดินผ่านไปผ่านมามองมาที่สองพี่น้องอย่างสนใจ คนหนึ่งสวยหวานแต่ดูเข้มเเข็ง ในขณะที่อีกคนสวยแสบซ่าบุคลิกดูรั้นๆฉายแววเจ้าเล่ห์แต่ก็ไม่ได้ร้ายกาจ
“น้องแก้มนั้นไงพี่ชีพกับพี่โชว์” ชนิกานต์บอกพร้อมชี้ไม้ชี้มือไปที่ร่างของบุรุษสองคนที่เดินมาทางพวกตน ใบหน้าของสองคนนั้นเหมือนกันอย่างกับพิมพ์เดียวและดูหล่อเหลาจนสาวๆคนอื่นต้องมองตามตาค้าง
เมื่อเห็นแค่สองกรรัมภาก็ใจแป้วลง เธออยากจะพบเจอสองคนนี้ก็จริงแต่คนที่เธออยากเจอที่สุดกลับไม่ใช่หนึ่งในสองคนนี้ ‘พี่ชุณห์ไม่มาอีกแล้ว เบี้ยวน้องแก้มอีกแล้ว’
เรืออากาศโทชลวีและร้อยโทชลลัมพีในวัย28ปีเดินมาหยุดตรงหน้าน้องสาวทั้งสองก่อนที่จะยิ้มน้อย ๆแล้วพูดขึ้นพร้อมกันราวกับเตี้ยมกันมาแล้ว “เอาไอ้ชุณห์มาไม่ได้อ่ะ นายมันขวางไว้”
“ใช้ไม่ได้เลย น้องแก้มไม่ต้องเสียใจไปนะ แค่อีพี่ชุณห์ไม่มาเอง” ชนิกานต์ว่าให้พี่ชายแล้วหันมาปลอบน้องสาวที่คงจะเสียความรู้สึกมาก
“น้องแก้มชินแล้วล่ะพี่ชมพู พี่ชุณห์เบี้ยวน้องแก้มตลอดอยู่แล้ว” กรรัมภาบอกก่อนที่จะรู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดที่ไหล่ด้านขวา เด็กสาวหันไปมองก่อนที่จะยิ้มออกมา
“ชินแล้วจริงเหรอ เห็นทำหน้าเศร้าอย่างกับหมาไม่มีเจ้าของ” คนที่สะกิดไหล่เด็กสาวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเนิบๆก่อนที่ร่างของสาวน้อยกรรัมภาจะโผเข้ากอดร่างนั้นไว้ทันที
“คิดว่าพี่ชุณห์จะไม่มาซะแล้ว” เด็กสาวบอกแล้วก็กอดร่างของเรือโทชนทีไว้แน่น
