2
ท้องฟ้าเริ่มสว่างต้อนรับวันใหม่ เสียงไก่ขันดังมาจากเล้าไก่หลังบ้านสกุลฉู่ อวี้เหนียงตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมอาหารให้ทุกคนในครอบครัว ส่วนฉู่จิ่งก็ต้องรีบไปตักน้ำใส่ตุ่มจนเต็มก่อนจะออกไปทำนา
ฉู่เจียวลืมตาตื่นขึ้นมา มองหลังคาแฝกเก่าเหนือหัว ร่างกายของเด็กหญิงวัยห้าหนาวมีเรี่ยวแรงมากขึ้นเพราะยาสกัดจากระบบเสี่ยวไป๋ เด็กหญิงลุกจากเตียงนอน เดินออกไปที่ลานบ้าน เห็นมารดากำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ อวี้เหนียงหันมาเห็นลูกสาวก็รีบกวักมือเรียกให้เข้าไปหา นางล้วงไข่ต้มใบเล็กออกจากแขนเสื้อ ส่งให้ลูกสาวด้วยความรัก
"เจียวเจียว รีบกินเสีย ย่าของเจ้ายังไม่ตื่น" อวี้เหนียงกระซิบเสียงเบา
ฉู่เจียวรับไข่ต้มมาอังไว้ในฝ่ามือ ความอบอุ่นแผ่กระจายถึงหัวใจ เธอสังเกตเห็นนิ้วมือของมารดามีแต่รอยแตกและแผลพองจากการทำงานหนัก ผิวหนังหยาบกร้านไม่เหมือนสตรีวัยสาวทั่วไป
ฉู่จิ่งเดินขากะเผลกเข้ามาในครัว เขาวางหาบน้ำลงบนพื้น หายใจหอบเหนื่อย เหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผาก ชายหนุ่มมองไข่ต้มในมือลูกสาวแล้วถอนหายใจยาว ดวงตาของเขามีน้ำตาเอ่อล้นออกมา
"พ่อมันไร้ความสามารถ ไม่อาจเลี้ยงดูพวกเจ้าให้สบาย ต้องทนลำบากถูกผู้อื่นกดขี่" ฉู่จิ่งเอ่ยเสียงสั่น ขาของเขาบาดเจ็บจากการแบกไม้ซุงให้บ้านใหญ่เมื่อปีก่อน แต่ย่าฉู่กลับไม่ยอมจ่ายเงินตามหมอมารักษา ปล่อยให้เขาต้องทนเจ็บปวดจนขากลายเป็นแบบนี้
อวี้เหนียงน้ำตาไหลพราก นางเข้ามากุมมือสามีเอาไว้ "ท่านพี่อย่ากล่าวเช่นนั้น ขอเพียงครอบครัวเราอยู่พร้อมหน้า ข้าก็ไม่หวาดกลัวความยากจนอันใดเลย"
ฉู่เจียวมองบิดามารดาร้องไห้ หัวใจของเธอเจ็บปวดอย่างรุนแรง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะต้องแยกบ้านให้สำเร็จ และจะทำให้ทั้งสองคนนี้มีชีวิตที่ดีที่สุดในแคว้นฉู่ให้จงได้
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ร้องไห้ทำไมเจ้าคะ" เด็กหญิงยิ้มกว้าง "เจียวเจียวจะรีบโต จะหาเงินมาซื้อเนื้อหมูให้ท่านพ่อท่านแม่กินทุกมื้อเลยเจ้าค่ะ"
ผู้ใหญ่ทั้งสองหัวเราะทั้งน้ำตา ลูบหัวเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู
ขณะที่ฉู่เจียวกำลังจะปอกไข่ต้มเข้าปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้น ฉู่เฟิงและฉู่อิงเดินเข้ามาในครัวด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
"นังเด็กเหลือขอ เจ้าขโมยไข่ไก่ของท่านย่ามากินงั้นรึ" ฉู่เฟิงตวาดเสียงดัง สายตาจ้องมองไข่ต้มในมือฉู่เจียวด้วยความตื่นเต้น
ฉู่อิงรีบผสมโรง "ท่านแม่ข้าบอกว่าไก่ออกไข่มาต้องให้พี่เฟิงกินบำรุงสมอง เจ้าเป็นแค่เด็กผู้หญิงเอาไข่มาให้พี่ข้าเดี๋ยวนี้"
อวี้เหนียงรีบเอาตัวบังลูกสาวไว้ "ไข่ใบนี้ข้าเก็บมาจากแม่ไก่ที่ข้าเลี้ยงเองในสุ่มหลังเรือน ไม่ใช่ไข่ของกองกลาง"
"ข้าไม่สนใจ ของทุกอย่างในบ้านนี้ต้องเป็นของข้า" ฉู่เฟิงพุ่งกระโจนเข้ามาหวังจะแย่งไข่ต้ม
ฉู่เจียวรวดเร็วกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบทำให้ฉู่เฟิงเสียหลักล้มหัวคะมำพุ่งชนกองฟืนข้างเตาไฟจนฝุ่นฟุ้งกระจาย เด็กชายร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ฉู่อิงตกใจรีบเข้าไปพยุงพี่ชาย
ฉู่เจียวมองทั้งสองคนด้วยหางตา ยัดไข่ต้มทั้งใบเข้าปากเคี้ยวจนแก้มตุ่ย แล้วกลืนลงคออย่างรวดเร็ว
"ไข่หมดแล้ว พี่ใหญ่มาช้าไปนะเจ้าคะ" เด็กหญิงยิ้มเยาะ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจะไปฟ้องท่านย่า" ฉู่เฟิงขู่เสียงดัง ก่อนจะเดินกะเผลกออกจากครัวไปพร้อมกับน้องสาว
"เจียวเจียว เจ้ารีบไปเถิด หากย่าของเจ้าตื่นขึ้นมาจะยุ่งยาก" ฉู่จิ่งรีบคว้ามือลูกสาวพาเดินออกทางหลังบ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านของผู้ใหญ่หลี่
ระหว่างทาง ระบบเสี่ยวไป๋ส่งเสียงเตือนขึ้นในหัว
[ติ๊ง ระบบขอแนะนำให้โฮสต์นำโสมคนไปขายในเมืองจินเทียนวันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคนในบ้านค้นพบ]
"ฉันก็คิดแบบนั้น แต่ฉันยังเด็ก จะเข้าเมืองได้อย่างไร"
[ยามเฉินจะมีเกวียนวัวของผู้ใหญ่บ้านหลี่เดินทางเข้าเมืองจินเทียน โฮสต์สามารถขอติดเกวียนไปได้ครับ]
ฉู่เจียวคิดแผนการในหัวทันที เธอหันไปหาบิดา "ท่านพ่อ ข้าอยากนำสมุนไพรที่เก็บได้เมื่อวานไปขายในเมืองจินเทียนเจ้าค่ะ จะได้มีเงินมาซื้อข้าวสารเพิ่ม ข้าจะขอติดเกวียนวัวของผู้ใหญ่บ้านหลี่ไป ผู้ใหญ่บ้านใจดี ต้องยอมให้ข้าไปด้วยแน่ ข้าสัญญาว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี และจะรีบกลับมาก่อนฟ้ามืดเจ้าค่ะ"
ฉู่จิ่งลังเลใจ แต่เมื่อมองเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของลูกสาว ประกอบกับครอบครัวกำลังขาดแคลนเงินทองอย่างหนัก เขาจึงพยักหน้าตกลง "เช่นนั้นพ่อจะเดินไปส่งเจ้าที่หน้าบ้านผู้ใหญ่หลี่ ระวังตัวด้วยเล่า"
เมื่อไปถึงลานกว้างกลางหมู่บ้าน เกวียนวัวเทียมของผู้ใหญ่บ้านหลี่กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง มีชาวบ้านสองสามคนนั่งอยู่บนเกวียนแล้ว
"ลุงหลี่ ข้าขอฝากเจียวเจียวติดเกวียนเข้าเมืองไปด้วยได้หรือไม่ นางอยากนำสมุนไพรไปขายที่ร้านยา" ฉู่จิ่งเอ่ยปากขอร้อง
ผู้ใหญ่บ้านหลี่เป็นคนซื่อสัตย์และมีเมตตา เขามองเด็กหญิงตัวผอมบางแล้วพยักหน้ารับ "ได้สิ ขึ้นมาเลยไอ้หนู ข้าจะไปส่งของที่ตลาดพอดี"
ฉู่เจียวกล่าวขอบคุณบิดาและลุงหลี่ ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนเกวียนวัว การเดินทางสู่เมืองจินเทียนเริ่มขึ้น ล้อไม้กลิ้งบดไปตามถนนดิน
ระหว่างทาง เด็กหญิงสำรวจโสมคนในอกเสื้อ มันยังคงอยู่ในสภาพเดิม เธอถามระบบในใจ
"เสี่ยวไป๋ โสมอายุสามสิบปีในยุคนี้ขายได้ราคาเท่าไร"
[ประมาณยี่สิบตำลึงเงินครับโฮสต์ แต่ถ้าโฮสต์ยอมจ่ายห้าแต้มความดีให้ผม ผมจะช่วยเติมสารบำรุงในโสมให้มีความเข้มข้นมากขึ้น มูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นเป็นห้าสิบตำลึงเงินทันที]
"ห้าสิบตำลึงเงิน ตกลง ทำเลยเสี่ยวไป๋"
แสงสีฟ้าจางปรากฏขึ้นในอกเสื้อเพียงชั่วครู่โดยไม่มีใครสังเกตเห็น โสมคนรากเดิมกลับดูอวบอิ่มและส่งกลิ่นหอมกรุ่นยิ่งกว่าเก่า
เมื่อเกวียนวัวแล่นผ่านประตูเมืองจินเทียน ความเจริญของตัวเมืองก็ปรากฏแก่สายตา บ้านเรือนก่อด้วยอิฐเรียงรายตลอดสองข้างทาง ผู้คนเดินสัญจรไปมา ร้านค้าเปิดขายของกินของใช้มากมาย เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังลั่นถนน
ฉู่เจียวลงจากเกวียนวัว นัดเวลาเดินกลับกับผู้ใหญ่บ้านหลี่ ก่อนจะมุ่งตรงไปยังร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตามคำแนะนำของระบบ
ป้ายไม้สลักชื่อหน้าร้านเขียนว่าหุยชุนถัง กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นลอยแตะจมูกทันทีที่เดินผ่านประตูร้าน
หลงจู๊เถา ชายวัยกลางคนกำลังยืนคิดเงินอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ เขามองเห็นเด็กหญิงสวมชุดเก่าขาดเดินเข้ามาในร้าน จึงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
"แม่หนูน้อย เจ้ามาซื้อยาหรือ พ่อแม่เจ้าเล่า"
ฉู่เจียวเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ ยืดหลังตรงประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "เถ้าแก่ ข้าไม่ได้มาซื้อยา ข้านำโสมคนมาขายให้ท่าน ไม่ทราบว่าร้านของท่านรับซื้อหรือไม่เจ้าคะ"
หลงจู๊เถามองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างละเอียด แม้จะแต่งกายยากจน แต่ท่าทางกลับดูสุขุมเกินวัย เขาจึงพยักหน้า "ร้านเรารับซื้อสมุนไพรทุกชนิด ไหน เอาของเจ้ามาดูสิ"
ฉู่เจียวล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบโสมคนออกมาวางบนผ้าหน้าเคาน์เตอร์ ทันทีที่โสมปรากฏ กลิ่นหอมล้ำลึกก็กระจายไปทั่วบริเวณ
หลงจู๊เถาเบิกตากว้าง มือสั่นขณะหยิบโสมขึ้นมาตรวจสอบ เขาทำงานกับสมุนไพรมานาน ย่อมดูออกว่านี่คือของล้ำค่าหายาก
"นี่มันโสมคนคุณภาพยอดเยี่ยม ความสมบูรณ์และกลิ่นหอมระดับนี้ ต่อให้อายุเพียงสามสิบปี แต่มูลค่าเทียบเท่าโสมห้าสิบปีเลยทีเดียว แม่หนู เจ้าไปได้ของสิ่งนี้มาจากที่ใด"
เด็กหญิงระบายยิ้มบาง ไม่ตอบคำถามโดยตรง แต่กลับต่อรองราคาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "ท่านลุงดูออกว่าเป็นของดี เช่นนั้นท่านบอกราคามาเถิดเจ้าค่ะ หากราคาเป็นธรรม ข้าจะขายให้ท่านทันที"
หลงจู๊เถาลูบเคราตัวเอง เขารู้สึกทึ่งในความใจกล้าของเด็กคนนี้ "เอาล่ะ ข้าให้ราคายุติธรรมที่สุด ห้าสิบตำลึงเงิน เจ้าตกลงหรือไม่"
"ตกลงเจ้าค่ะ" ฉู่เจียวตอบรับทันที "แต่ข้าขอแบ่งเป็นตั๋วเงินสี่สิบตำลึง ส่วนอีกสิบตำลึงขอเป็นก้อนเงินและเงินแลกย่อยนะเจ้าคะ ข้าพกพาสะดวกกว่า"
เถ้าแก่ร้านยายิ้มรับความฉลาดเฉลียวของเด็กน้อย เขาสั่งให้ลูกจ้างไปเบิกเงินมามอบให้นางตามต้องการ ฉู่เจียวรับตั๋วเงินและถุงเงินมาซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างมิดชิด เงินก้อนใหญ่นี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกชีวิตของบ้านสาม และเป็นการเปิดฉากเอาคืนสกุลฉู่ให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาทำเอาไว้ทั้งหมด
