บท
ตั้งค่า

1

ความเย็นเยียบเสียดแทงทะลุผิวหนังแทรกซึมลึกถึงกระดูก น้ำขุ่นคลั่กทะลักเข้าปากและจมูกจนสำลักอย่างรุนแรง ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วงเอาไว้ ฉู่เจียวพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ อากาศในปอดกำลังจะหมดลงเต็มที โชคดีที่สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของสุดยอดแพทย์สาวยังทำงานเต็มประสิทธิภาพ เธอตะกุยดินโคลนริมสระบัวอย่างทุลักทุเล พาร่างของตนเองขึ้นมานอนหอบหายใจอยู่บนฝั่งได้สำเร็จ อาการไอคอกแคกดังขึ้นพร้อมกับน้ำที่สำลักออกมาจนแสบคอ

เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับไม่ใช่ห้องทดลองทางการแพทย์ที่คุ้นเคย ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือทันสมัย มีเพียงต้นไม้ริมสระและศาลาไม้เก่าทรุดโทรม เธอก้มมองตัวเอง เสื้อผ้าที่สวมใส่เปียกชุ่ม เป็นชุดผ้าหยาบกระด้างแบบชาวนา ทว่าฝ่ามือของเธอกลับเล็กจ้อยราวกับเด็กน้อย

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เธอจำได้ว่ากำลังทดสอบตัวยาใหม่ในห้องแล็บ แล้วเกิดอุบัติเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เธอควรจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือ

เสียงใสแจ๋วคล้ายเด็กผู้ชายดังขึ้นในหัว

[ติ๊ง! ระบบแพทย์อัจฉริยะเสี่ยวไป๋เปิดใช้งาน ยินดีต้อนรับโฮสต์สู่แคว้นฉู่ ยามบ่ายวันนี้อากาศค่อนข้างเย็น โฮสต์ควรรีบเปลี่ยนชุดก่อนจะจับไข้]

ฉู่เจียวนิ่งไปชั่วขณะ เธอพยายามสูดหายใจลึกเพื่อตั้งสติ แล้วเอ่ยถามในใจ "นายเป็นใคร แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

[ผมคือเสี่ยวไป๋ ผู้ช่วยส่วนตัวของโฮสต์ ร่างเดิมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว ผมจึงดึงวิญญาณของคุณมาเข้าร่างเด็กหญิงวัยห้าหนาวที่มีชื่อเดียวกันในยุคนี้]

ความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามา ร่างนี้คือฉู่เจียว บุตรสาวของบ้านสามสกุลฉู่แห่งหมู่บ้านฮวาไห่ ครอบครัวของเธอถูกย่าแท้ๆ กดขี่สารพัด บิดาชื่อฉู่จิ่ง มารดาชื่ออวี้เหนียง ทั้งสองรักและตามใจเธอมาก แต่เพราะความยากจน ทำให้เด็กหญิงมีรูปร่างผอมโซ ขาดสารอาหารอย่างหนัก สกุลฉู่เป็นเพียงชาวนาธรรมดา ไม่มีคนคอยอำนวยความสะดวก ทุกคนต้องลงแรงทำนาหาเลี้ยงปากท้อง ทว่าย่าฉู่กลับลำเอียงบังคับให้บ้านสามทำงานหนักที่สุด

"แล้วทำไมฉันถึงตกลงไปในน้ำ" เธอถามระบบต่อ

[ฉู่อิง ลูกพี่ลูกน้องจากบ้านรองเป็นคนผลักโฮสต์ตกน้ำ เพียงเพราะอยากแย่งขนมเปี๊ยะชิ้นเดียวที่คุณแม่แอบเก็บไว้ให้]

เมื่อได้ทราบความจริง แววตาของฉู่เจียวก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา หล่อนเป็นถึงศัลยแพทย์มือทองในยุคปัจจุบัน กลับต้องมาตายแล้วเกิดใหม่ในร่างเด็กน้อย แถมยังถูกเด็กรังแกจนจมน้ำตายอีกต่างหาก หนี้แค้นนี้เธอจะต้องทวงคืนอย่างสาสม ย่าฉู่ลำเอียงรักบ้านใหญ่ของลุงฉู่เติ่งและป้าสะใภ้เจียงซื่อ ตามใจฉู่เฟิงหลานชายคนโตจนเสียคน ส่วนบ้านรองของลุงฉู่เสิ่นและป้าสะใภ้หลานซื่อก็ปากร้ายขี้อิจฉา ฉู่อิงได้รับการสั่งสอนมาแบบผิดวิธี จึงชอบแย่งของคนอื่นเป็นนิสัย

[โฮสต์ไม่ต้องกังวล ผมมีคลังยาสมุนไพรและอุปกรณ์การแพทย์ครบครันพร้อมสนับสนุน ขอเพียงสะสมแต้มความดีจากการรักษาผู้คน ก็สามารถเบิกสิ่งของออกมาใช้ได้ทุกเมื่อ]

เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังแว่วมาแต่ไกล อวี้เหนียงวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา ใบหน้าเปื้อนน้ำตาและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นเด็กหญิงนั่งเปียกปอนอยู่ริมสระ ผู้เป็นแม่ก็รีบถลันเข้ามากอดร่างเล็กเอาไว้แน่น น้ำตาหยดลงบนแก้มของฉู่เจียว

"เจียวเจียวของแม่ ขวัญเอ๊ยขวัญมา ใครทำร้ายเจ้า บอกแม่มาเถิด"

อวี้เหนียงกอดลูกสาวแน่นจนฉู่เจียวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แท้จริง ในชีวิตก่อนเธอเป็นเด็กกำพร้า ต้องดิ้นรนเรียนแพทย์ด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จ ไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งจากร่างเดิมผสานเข้ากับจิตวิญญาณใหม่ ทำให้เธอตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะปกป้องบิดามารดาคู่นี้ด้วยชีวิต

อวี้เหนียงรีบอุ้มลูกสาวขึ้นหลัง พาเดินกลับไปยังเรือนซอมซ่อท้ายบ้านสกุลฉู่ แม้เด็กหญิงจะอายุห้าหนาวแล้ว แต่น้ำหนักตัวกลับเบาหวิว

เมื่อกลับถึงห้องนอนแคบ อวี้เหนียงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งให้ลูกสาว ฉู่จิ่ง บิดาของร่างนี้เดินกะเผลกกลับมาจากแปลงนา ยามโหย่วตะวันคล้อยต่ำลงมากแล้ว ชายหนุ่มผิวคล้ำมีใบหน้าหล่อเหลาแต่ซูบซีด เขาวางจอบลงแล้วรีบเข้ามาดูลูกสาวด้วยความเป็นห่วง สกุลฉู่เป็นครอบครัวชาวนา ฉู่จิ่งจึงต้องทำงานหนักอยู่ในนาเพียงลำพังตั้งแต่เช้าจรดเย็น

"เกิดอะไรขึ้นอวี้เหนียง ทำไมลูกถึงหน้าซีดเช่นนี้"

"เจียวเจียวตกน้ำเจ้าค่ะท่านพี่" อวี้เหนียงตอบพลางเช็ดผมให้ลูกสาว

ฉู่จิ่งถอนหายใจยาว เขาลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน "พ่อผิดเองที่ดูแลพวกเจ้าไม่ดี"

ความโศกเศร้าในดวงตาของฉู่จิ่งทำให้ฉู่เจียวรู้สึกปวดใจ ครอบครัวนี้จิตใจดีเกินไป จึงถูกคนพาลรังแกเอาเปรียบได้ง่าย เธอเงยหน้าขึ้นมองบิดามารดาในชาตินี้ ส่งยิ้มกว้างให้พวกเขาอย่างจริงใจ

"ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องห่วง ต่อไปนี้เจียวเจียวจะเก่งกาจ จะปกป้องพวกท่านเองเจ้าค่ะ"

คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองยิ้มออกมา พวกเขาคิดว่าลูกสาวออดอ้อนตามประสาเด็ก โดยไม่รู้เลยว่าวิญญาณในร่างนี้เอาจริงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

[ติ๊ง! ภารกิจแรกเริ่มต้น เอาคืนบ้านรองและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง รางวัล: ชุดฝังเข็มเงินแท้หนึ่งชุด]

เสียงของเสี่ยวไป๋ดังขึ้นอีกครั้ง ฉู่เจียวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รับคำท้าทายในใจ คืนนั้น หลังจากดื่มน้ำแกงขิงที่อวี้เหนียงต้มให้ เธอก็นอนหลับพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย พรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มต้นแผนการสั่งสอนพวกคนใจร้ายแห่งสกุลฉู่

ยามเช้าวันถัดมา เสียงด่าทออันแหลมปรี๊ดของย่าฉู่ดังทะลุเข้ามาถึงในห้องนอนแคบ

"นังอวี้เหนียงทำไมยังไม่ไปทำกับข้าวอีก มัวแต่ขี้เกียจสันหลังยาวอยู่ได้ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ"

อวี้เหนียงสะดุ้งตื่น รีบสวมเสื้อผ้าด้วยความลนลาน "ย่าของเจ้ามาตามแล้ว เจียวเจียวนอนพักนะลูก เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวเสร็จแล้วจะแอบต้มไข่มาให้กิน"

ฉู่เจียวลืมตาขึ้น เธอลุกพรวดขึ้นมานั่ง ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว "ข้าจะไปกับท่านแม่เจ้าค่ะ"

เด็กหญิงตัวน้อยเดินตามมารดาออกมาที่ลานหน้าบ้าน ย่าฉู่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงนั้น ข้างกันมีเจียงซื่อป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนแสยะยิ้มเยาะเย้ย และหลานซื่อป้าสะใภ้รองที่กำลังแคะเมล็ดแตงโมเข้าปากด้วยท่าทางเกียจคร้าน ส่วนฉู่อิงตัวต้นเหตุยืนหลบอยู่หลังมารดาของตน เมื่อเห็นฉู่เจียวเดินออกมา เด็กหญิงจอมอิจฉาก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ด้วยความท้าทาย

ฉู่เจียวมองผู้คนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เธอไม่ได้โวยวายหรือร้องไห้ฟ้องผู้ใหญ่ตามประสาเด็กห้าขวบทั่วไป เธอเพียงแค่เดินเข้าไปใกล้อวี้เหนียง แล้วเอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัด

"ท่านย่าเจ้าคะ เมื่อวานพี่อิงผลักข้าตกน้ำจนเสื้อผ้าเปียกหมด วันนี้ข้าป่วยจนไม่มีแรงเดิน ท่านย่าช่วยให้เงินท่านแม่ไปซื้อยาให้ข้าสักเทียบได้หรือไม่เจ้าคะ"

ย่าฉู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่คิดว่าเด็กขี้ขลาดอย่างฉู่เจียวจะกล้าทวงถามเช่นนี้

"นังเด็กบ้า! เจ้ากล้าใส่ร้ายพี่สาวรึ" หลานซื่อผู้เป็นป้าสะใภ้รองแผดเสียงร้องลั่น ลนลานดึงตัวฉู่อิงมาหลบด้านหลัง "อิงอิงของข้าเรียบร้อยปานนี้ จะไปผลักเจ้าตกน้ำได้อย่างไร เป็นเจ้าเองที่เดินซุ่มซ่ามตกลงไป แล้วมาโยนความผิดให้ผู้อื่น"

ฉู่เจียวจ้องมองหลานซื่อเขม็ง "เมื่อวานมีชาวบ้านหลายคนซักผ้าอยู่ริมลำธาร ถัดจากสระบัวไปไม่ไกลนัก หากท่านป้าสะใภ้รองมั่นใจว่าข้าพูดปด เราลองไปถามพวกนางดูหรือไม่เจ้าคะ ว่าเห็นพี่อิงผลักข้าหรือไม่"

หลานซื่อใบหน้าซีดเผือด นางรู้อยู่แก่ใจว่าลูกสาวตนเองมีนิสัยเช่นไร

ย่าฉู่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงตวาดเสียงดังเพื่อตัดความรำคาญ "พอได้แล้ว! เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะเอามาทำเป็นเรื่องใหญ่ทำไม ตกน้ำนิดหน่อยก็เปลี่ยนเสื้อผ้าสิ จะเอาเงินทองที่ไหนมาซื้อยาต้มให้กิน ข้าวสารในบ้านก็แทบจะไม่พอกรอกหม้ออยู่แล้ว"

"ท่านย่ากล่าวถูกต้องเจ้าค่ะ" ฉู่เจียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "เงินทองหายากนัก ข้าเองก็ไม่อยากให้คนในบ้านต้องสิ้นเปลือง เช่นนั้นข้าจะขออนุญาตท่านย่า ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาต้มกินเอง จะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของส่วนรวมเจ้าค่ะ"

ย่าฉู่ขมวดคิ้ว เด็กคนนี้รู้เรื่องสมุนไพรตั้งแต่เมื่อใด แต่เมื่อคิดได้ว่าจะไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะ นางจึงพยักหน้าส่งเดช "เออ อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าพาลูกสาวข้าไปอู้งานนานนักล่ะ อวี้เหนียง เจ้าต้องไปถางหญ้าในนาต่อ"

"ขอบคุณท่านย่าเจ้าค่ะ" ฉู่เจียวค้อมศีรษะให้ผู้อาวุโส "ท่านแม่ไปทำกับข้าวเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไปหลังเขาประเดี๋ยวเดียว"

อวี้เหนียงมีสีหน้ากังวล "แต่เจ้าเพิ่งฟื้นตัว"

"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเดินไหว ท่านแม่วางใจเถิด"

ฉู่เจียวหยิบตะกร้าใบเล็ก เดินขึ้นไปยังภูเขาด้านหลังหมู่บ้านฮวาไห่เพียงลำพัง ภูเขาลูกนี้อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด เมื่อเดินทางลึกเข้ามาในป่า เธอก็เริ่มเรียกใช้งานระบบในหัว

"เสี่ยวไป๋ สแกนพื้นที่รอบๆ ซิ มีสมุนไพรมีค่าบ้างไหม"

[รับทราบครับโฮสต์ กำลังเริ่มกระบวนการค้นหา]

หน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏให้เห็นเพียงคนเดียวสว่างวาบขึ้น แสดงจุดสีเขียวบนแผนที่จำลอง

[พบเป้าหมายแล้วครับ ทิศเหนือห่างออกไปห้าสิบจั้ง มีต้นโสมคนอายุราวสามสิบปีซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้หนาทึบ]

ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกาย โสมคนอายุสามสิบปี ถ้านำไปขายในเมืองจินเทียน คงได้เงินมาต่อทุนไม่น้อย เธอรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ระบบระบุ ใช้กิ่งไม้เขี่ยพุ่มไม้ออกจนพบกับต้นโสมที่ซ่อนตัวอยู่ เธอใช้สมาธิและความระมัดระวังอย่างสูง ค่อยๆ ขุดดินรอบรากโสมขึ้นมาเพื่อไม่ให้รากแขนงขาดเสียหาย โสมรากนี้อวบอ้วนสมบูรณ์ มีมูลค่ามากพอจะเป็นทุนรอนตั้งตัวได้

ฉู่เจียวซ่อนโสมคนไว้ในอกเสื้ออย่างมิดชิด ระหว่างทางกลับ เธอพบสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้รักษาอาการไข้หวัดและแก้ฟกช้ำอีกหลายชนิด จึงเก็บรวบรวมใส่ตะกร้า

[ติ๊ง! โฮสต์ค้นพบสมุนไพรหายากหนึ่งชนิดและสมุนไพรทั่วไปห้าชนิด ได้รับแต้มสะสมสิบแต้ม]

เมื่อกลับถึงเรือน เธอจัดการต้มยาด้วยตนเอง โดยแอบหยดยาแก้ไข้สกัดเข้มข้นจากระบบลงไปในชามยาด้วย เพียงดื่มไปถ้วยเดียว อาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ตกเย็น วันนี้อวี้เหนียงต้องทำอาหารให้คนทั้งครอบครัวกิน ย่าฉู่แจกจ่ายข้าวสารและเนื้อหมูให้เพียงน้อยนิด อวี้เหนียงต้องทำแกงจืดผักกาดขาวและผัดผักรวมมิตร โดยมีเนื้อหมูปะปนอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น

บนโต๊ะอาหาร บ้านใหญ่และบ้านรองนั่งกันพร้อมหน้า ย่าฉู่คีบเนื้อหมูชิ้นใหญ่ที่สุดให้ฉู่เฟิงหลานชายคนโปรด ตามด้วยฉู่อิง ส่วนบ้านสามได้กินเพียงน้ำแกงใสและผักใบเขียว

ฉู่เฟิงเคี้ยวเนื้อหมูตุ้ยๆ พลางส่งสายตาเยาะเย้ยมาทางฉู่เจียว "ดูสิ น้องสามตัวผอมแห้งปานนี้ กินผักเยอะๆ จะได้มีแรงไปถอนหญ้าช่วยท่านอาสามพรุ่งนี้"

เด็กชายวัยสิบหนาวผู้นี้ถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจ วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากวิ่งเล่นและกลั่นแกล้งผู้อื่น

ฉู่เจียววางตะเกียบลงในชามข้าว มองตรงไปยังฉู่เฟิงด้วยแววตาเย็นเยียบ

"พี่ใหญ่กล่าวผิดแล้ว ร่างกายข้าอ่อนแอเพราะตกน้ำเมื่อวาน หากจะให้มีแรงไปถอนหญ้า ข้าสมควรได้รับส่วนแบ่งเนื้อหมูเพิ่มต่างหากเล่า" เธอพูดพลางยื่นตะเกียบไปคีบเนื้อหมูในจานกลางชิ้นที่เหลืออยู่

ป้าสะใภ้ใหญ่เจียงซื่อรีบใช้ตะเกียบของตนตีมือฉู่เจียวดังเพียะ "นังเด็กไร้มารยาท! เนื้อชิ้นนั้นเป็นของเฟิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นเพียงเด็กผู้หญิง จะกินของดีๆ ไปทำไม"

"เจียงซื่อ! อย่ารังแกเจียวเจียว" ฉู่จิ่งทนไม่ไหว เอ่ยปากปกป้องลูกสาว

"ท่านอาสามกล่าวหาข้าเกินไปแล้ว ข้าเพียงสั่งสอนหลานสาวให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ผู้หญิงเกิดมาก็ต้องแต่งออกไปเป็นคนของสกุลอื่น มีเพียงเด็กผู้ชายอย่างเฟิงเอ๋อร์ต่างหากที่จะสืบทอดสกุลฉู่และดูแลท่านแม่ยามแก่เฒ่า" เจียงซื่อลอยหน้าลอยตาตอบ

ย่าฉู่พยักหน้าเห็นด้วย "สะใภ้ใหญ่พูดถูก บ้านสาม เจ้าอย่ามาทำตัวมีปัญหา กินเข้าไปแล้วก็ไปนอนเสีย พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำนา"

ฉู่เจียวเก็บซ่อนความโกรธไว้ในใจ วันนี้เธอเพิ่งเริ่มแผนการ เธอจะรอจนกว่าจะนำโสมไปขายในเมืองจินเทียนให้ได้เงินก้อนใหญ่มาเสียก่อน ถึงเวลานั้น เธอจะพาพ่อกับแม่แยกบ้านออกไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ปล่อยให้พวกปลิงดูดเลือดเหล่านี้กัดกินกันเองจนพังพินาศไปเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel