บทที่ 4 มื้อแรกของลูกสาว
ฉินซื่อพาหรูเหมยเดินออกมาจากซอยนรกนั่นจนถึงถนนใหญ่ในตัวอำเภอ เด็กสาวเดินตัวลีบไหล่ห่อ พยายามรักษาระยะห่างไม่กล้าเดินใกล้แม่ตัวเอง เพราะกลัวว่าความสกปรกและกลิ่นตัวจะทำให้อีกฝ่ายรังเกียจ
"หิวไหม" ฉินซื่อหยุดเดินแล้วหันมาถาม
หรูเหมยสะดุ้งเล็กน้อย ก้มหน้ามองเท้าตัวเองแล้วส่ายหน้าเบาๆ แต่ท้องเจ้ากรรมกลับร้องประท้วงโครกครากเสียงดังลั่นจนหน้าแดงก่ำ
ฉินซื่อมองลูกแล้วน้ำตารื้น เธอจูงมือลูกสาวเดินตรงเข้าไปในร้านบะหมี่ที่ดูดีที่สุดในแถวนั้น
"เดี๋ยว ป้าคะเอ้ย คุณน้าคะ ร้านนี้มันแพง หนูตัวเหม็น เขาไม่ให้เข้าหรอก" หรูเหมยขืนตัวไว้ ละล่ำละลักบอกด้วยความกลัว
"ใครกล้าไม่ให้เข้า ฉันจะพังร้านมันเดี๋ยวนี้แหละ" ฉินซื่อพูดเสียงเข้ม แต่พอมองหน้าลูกก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
"แล้วก็เลิกเรียกคุณน้าได้แล้ว เรียกแม่สิลูก แม่พามากินข้าว ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น"
ฉินซื่อลากลูกสาวเข้ามานั่งที่โต๊ะมุมร้าน ท่ามกลางสายตารังเกียจของลูกค้าบางคนที่มองมาที่เสื้อผ้าเก่าขาดของหรูเหมย ฉินซื่อกวาดตามองกลับอย่างดุดันจนพวกนั้นต้องรีบหลบตา
"เถ้าแก่ เอาบะหมี่เนื้อตุ๋นชามใหญ่พิเศษสองชาม ใส่ไข่สองฟอง แล้วก็เกี๊ยวหมูอีกจาน เร็วๆ นะ ลูกฉันหิว"
หรูเหมยตาโตเท่าไข่ห่าน "เยอะไปแล้วค่ะ แม่ หนูกินไม่หมดหรอก มันแพงมากเลยนะ"
"กินไม่หมดก็ห่อกลับ เงินแค่นี้แม่จ่ายได้ สบายมาก" ฉินซื่อยิ้มให้ลูกสาว พลางหยิบตะเกียบใส่มือลูก
พอบะหมี่ชามโตควันฉุยมาวางตรงหน้า กลิ่นหอมของน้ำซุปเนื้อทำเอาน้ำลายสอ หรูเหมยมองหน้าแม่ พอเห็นแม่พยักหน้าอนุญาต เธอก็รีบคีบเส้นเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม ไม่สนใจความร้อนที่ลวกปาก
เธอกินเหมือนคนที่ไม่เคยกินของดีๆ มาก่อนในชีวิต ทั้งรีบ ทั้งลนลาน กลัวว่าจะมีใครมาแย่ง
ฉินซื่อมองภาพนั้นด้วยความปวดร้าว เธอยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวเบาๆ
"ค่อยๆ กินลูก ไม่มีใครแย่ง ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวสั่งให้อีก"
หรูเหมยชะงัก เงยหน้าขึ้นมองฉินซื่อทั้งที่เส้นบะหมี่ยังคาปาก น้ำตาเม็ดโตไหลลงมาอาบแก้มหยดลงในชาม
"อร่อย... อร่อยมากเลยค่ะแม่ ฮือๆ เกิดมาหนูไม่เคยกินเนื้อเยอะขนาดนี้เลย"
ฉินซื่อกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป เธอขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับลูก โอบกอดร่างผอมบางนั้นไว้แน่น ปล่อยโฮออกมาไม่อายใคร
"แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษที่มาช้า ต่อไปนี้แม่สัญญา หนูจะได้กินอิ่มทุกมื้อ จะได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ จะไม่มีใครมารังแกหนูได้อีก ใครทำหนูเจ็บ มันต้องเจ็บกว่าร้อยเท่า"
หลังจากจัดการบะหมี่จนเกลี้ยงชามแทบจะเลียก้นถ้วย ฉินซื่อก็พาหรูเหมยไปร้านเสื้อผ้าทันที เธอเลือกชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบร้อยน่ารัก กับรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ แล้วบังคับให้ลูกสาวไปเปลี่ยนชุดในร้านฝากของแถวนั้น พร้อมเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้สะอาดสะอ้าน
พอหรูเหมยเดินออกมาในชุดใหม่ แม้จะยังผอมโซและผิวคล้ำแดด แต่แววความสวยสง่าแบบลูกคุณหนูก็ฉายชัดออกมาทันที
ฉินซื่อจับไหล่ลูกหมุนดูรอบตัวด้วยความภูมิใจ
"สวยมากลูกแม่ เอาชุดเก่าพวกนั้นทิ้งลงถังขยะไปเลยนะ เราจะไม่เอากลิ่นความจนความลำบากติดตัวกลับไปบ้านเด็ดขาด"
สองแม่ลูกนั่งรถประจำทางกลับเข้าตัวเมือง ระหว่างทางหรูเหมยพิงไหล่แม่อย่างอุ่นใจ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา
"แม่คะ ทำไมแม่ถึงเพิ่งมาคะ แล้วทำไมแม่ถึงรู้ว่าหนูอยู่ที่นั่น"
ฉินซื่อกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นทิวทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนจากทุ่งนาเป็นตึกรามบ้านช่อง แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงคนในบ้านที่กำลังรออยู่
"เพราะแม่เคยตาบอด แม่โดนปีศาจมันบังตา แต่ตอนนี้แม่ตาสว่างแล้ว" ฉินซื่อตอบเสียงหนักแน่น ก้มลงจูบกระหม่อมลูก
"หนูไม่ต้องรู้รายละเอียดตอนนี้หรอก รู้แค่ว่า ตอนนี้แม่กลับมาเพื่อหนู และแม่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งความสุขของหนูไปอีก โดยเฉพาะนังงูพิษตัวนั้น"รถเข้าจอดเทียบท่าในเมืองหลวง แสงไฟยามเย็นเริ่มเปิดสว่างไสว ฉินซื่อจูงมือหรูเหมยเดินลงจากรถ มุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์สกุลหรู
ถึงเวลาเปิดศึกทวงบัลลังก์คืนให้ลูกสาวตัวจริงแล้ว
