บทที่ 2 หน้ากากหลุด
หรูเยียนยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กลางห้อง ปกติแม่เลี้ยงคนนี้ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ แต่วันนี้แค่สั่งให้หยุดเรียนก็แปลกแล้ว แววตาที่มองมายังว่างเปล่าเหมือนมองคนแปลกหน้าอีก
"แม่จะไปรื้อของทำไมคะ พ่อไม่ได้ซ่อนเงินไว้ตรงนั้นหรอก" หรูเยียนรีบพูดดักคอเมื่อเห็นฉินซื่อตรงดิ่งไปที่ตู้ไม้เก่าคร่ำครึ
ฉินซื่อไม่สนเสียงนกเสียงกา เธอกระชากลิ้นชักที่ควรจะล็อกกุญแจออกมา ตัวล็อกมันหลุดติดมือมาง่ายๆ เหมือนโดนงัดไว้นานแล้ว เธอเปิดกล่องเหล็กใส่ขนมไหว้พระจันทร์ที่ใช้เก็บเงินก้นถุง ของบ้าน
ว่างเปล่า
ในชาติที่แล้ว ช่วงเวลานี้เธอจะโวยวายด่าทอสามีว่าเป็นคนขโมยเงินไปกินเหล้าตามคำยุยงของหรูเยียน ทำให้สามีเสียใจจนหนีไปโรงงานไม่กลับบ้าน แต่ชาตินี้เธอตาสว่างแล้ว
ฉินซื่อหันขวับมาจ้องหน้าลูกเลี้ยงตัวดี
"เงินหายไปห้าสิบหยวน"
หรูเยียนหน้าซีดเผือด แสร้งทำท่าตกใจมือกุมอก "ตายจริง ต้องเป็นพ่อแน่ๆ เลยค่ะแม่ เมื่อวานหนูเห็นพ่อมาด้อมๆ มองๆ แถวตู้ พ่อคงเอาไปเลี้ยงเหล้าเพื่อนอีกแล้ว"
"หุบปาก" ฉินซื่อพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "พ่อแกทำงานควงกะเช้ายันค่ำ เขาไม่เคยแตะต้องเงินเก็บฉุกเฉินก้อนนี้สักหยวนเดียว เลิกใส่ร้ายคนทำมาหากินสักที"
พูดจบฉินซื่อก็สาวเท้าเข้าไปประชิดตัว คว้ากระเป๋านักเรียนลายการ์ตูนของหรูเยียนมาถือไว้
"แม่จะทำอะไร เอาคืนมานะ" หรูเยียนหวีดร้อง พยายามจะยื้อแย่ง
ฉินซื่อสะบัดมือทีเดียวหรูเยียนก็กระเด็นไปกองกับโซฟา เธอคว่ำกระเป๋าเททุกอย่างลงบนโต๊ะกินข้าว
เคร้ง
นอกจากหนังสือเรียน ยังมีตลับแป้งราคาแพง ลิปสติก และธนบัตรใบละสิบหยวนห้าใบซ่อนอยู่ในสมุดจดการบ้าน
หลักฐานคาตา
"นี่อะไร เงินเทวดาเสกมาหรือไง" ฉินซื่อหยิบเงินปึกนั้นขึ้นมาโบกตรงหน้าหรูเยียน
หรูเยียนหน้าถอดสี ปากคอสั่นพั่บๆ "แม่... ฟังหนูก่อน คือหนู... หนูแค่ยืมมาจ่ายค่าบำรุงโรงเรียน เพื่อนเขามีกันหมด หนูอายเขาถ้าไม่มีจ่าย"
"ตอแหล"
ด่าได้เจ็บนัก กระแทกหน้าหรูเยียนจนชาไปทั้งแถบ ฉินซื่อกวาดเงินทั้งหมดใส่กระเป๋าเสื้อตัวเอง
"ค่าบำรุงบ้าบออะไร ฉันเพิ่งจ่ายให้แกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน จะเอาเงินไปปรนเปรอผู้ชายหรือเอาไปซื้อของไร้สาระก็บอกมาตรงๆ แต่อย่ามาโกหกหน้าตายแบบนี้"
ฉินซื่อชี้หน้าคาดโทษ "ต่อไปนี้เงินในบ้านฉันเป็นคนจัดการ แกไม่มีสิทธิ์หยิบแม้แต่เฟินเดียว ถ้าฉันจับได้อีกว่าแกขโมยของ หรือใส่ร้ายพ่อกับน้อง ฉันจะไล่แกออกจากบ้าน ไปอยู่กับโคตรเหง้าศักราชเดิมของแกซะ"
หรูเยียนนิ่งอึ้ง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจ ไม่ใช่สำนึกผิด แต่เจ็บใจที่คนโง่อย่างฉินซื่อรู้ทัน
ฉินซื่อไม่เสียเวลาเสวนากับงูพิษ เธอเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องนอนเล็กที่อยู่ติดกัน
ในห้องมืดทึมอับชื้น ร่างผอมโซของหรูเมิ่งลูกชายวัยสิบห้าปีนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มเก่าๆ เสียงไอโขลกๆ ดังเป็นระยะ เมื่อวานหรูเยียนเพิ่งฟ้องเธอว่าน้องชายแกล้งป่วยหนีเรียน ทำให้เธอเข้าไปด่าลูกเสียยกใหญ่
ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ฉินซื่อรีบนั่งลงข้างเตียง เอามืออังหน้าผากลูก ตัวร้อนจี๋อย่างกับไฟ
"เมิ่งเมิ่ง" เธอเรียกเสียงเครือ
เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก รีบถดตัวหนีไปชิดผนัง แววตาตื่นกลัวเหมือนลูกนกเจอพายุ "แม่ ผมไม่ได้อู้นะ ผมปวดหัวจริงๆ ผมจะลุกเดี๋ยวนี้แหละ อย่าด่าผมเลย"
ฉินซื่อน้ำตาไหลพราก เธอดึงลูกเข้ามากอดแน่น "ไม่ต้องลุกลูก แม่ขอโทษ แม่มันโง่เองที่ไปเชื่อคนอื่นมากกว่าลูก นอนลงนะ เดี๋ยวแม่เช็ดตัวให้"
หรูเมิ่งตัวแข็งทื่อด้วยความงง ปกติแม่ไม่เคยอ่อนโยนแบบนี้ตั้งแต่พี่หรูเยียนเข้ามามีบทบาทในบ้าน
"แม่ครับ..."
"ฟังแม่นะ" ฉินซื่อเช็ดน้ำตาแล้วมองตาลูกชายอย่างจริงจัง "วันนี้แม่จะออกไปข้างนอก แม่จะไปรับพี่สาวของแกกลับมา"
หรูเมิ่งทำหน้าสงสัย "พี่หรูเยียนก็อยู่ข้างนอกไงครับ"
"ไม่ใช่" ฉินซื่อเสียงแข็งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น "นังหรูเยียนไม่ใช่พี่สาวแก มันเป็นคนอื่น เลือดชั่วๆ ของมันไม่มีวันเป็นพี่แกได้ พี่สาวแท้ๆ ของแกถูกคนเลวขโมยไปตั้งแต่แกยังไม่เกิด แกไม่เคยเห็นหน้าเขาหรอก แต่แม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน"
เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง เรื่องนี้มันเกินจินตนาการของเขาไปมาก
"พี่สาวแท้ๆ ของผมเหรอ"
"ใช่ พี่เขาชื่อหรูเหมย หน้าตาเหมือนแม่ สวยแล้วก็เก่งมาก ตอนนี้พี่เขากำลังลำบาก แม่ต้องรีบไปช่วยเขา" ฉินซื่อลุกขึ้นยืน จัดผ้าห่มให้ลูกชาย
"แกนอนพัก ห้ามลุกเด็ดขาด ถ้าหิวก็ตะโกนเรียกนังหรูเยียนให้หาข้าวให้กิน ถ้ามันไม่ทำให้ พอกลับมาแม่จะจัดการมันเอง"
สายตาของฉินซื่อวาวโรจน์ เธอเดินออกจากห้องโดยไม่หันไปมองหรูเยียนที่ยืนตัวลีบอยู่หน้าประตูครัวแม้แต่หางตา
ตอนนี้เป้าหมายเดียวในหัวคือ หรูเหมย
รอแม่ก่อนนะลูก แม่กำลังจะไปพาหนูกลับบ้าน กลับมาทวงคืนที่ที่ควรจะเป็นของหนู
