บทที่ 7 เจอกันอีกแล้ว (1/2)
พ่อแม่เฉินไม่พอใจเมื่อคะแนนการทำงานของเฉินลั่วลดลงหลายชั่วโมง นั่นหมายความว่าเงินที่ควรได้อีก 0.2 หยวน บ้านเฉินต้องไม่ได้รับ เฉินลั่วนั่งทำกับข้าวในครัวโดยมีคนเป็นแม่ตะโกนด่าเป็นชั่วโมง
“แค่ให้เดินไปส่งพี่ชายน้องสาวที่โรงเรียนมันนานอะไรขนาดนั้น”
“นานอยู่นะคะ” เฉินลั่วตอบพลางยกหม้อหุงข้าวลงจากเตา และหยิบกระทะขึ้นไปวางบนเตาเพื่อผัดผักใส่ไข่เป็นกับข้าว
แม่เฉินมองลูกสาวด้วยความโมโห “ฉันคุยกับแกอยู่นะ!”
“ฉันรู้”
“ไม่ได้เรื่อง ต่อจากนี้ฉันจะไม่ให้แกไปส่งพวกเขาแล้ว แอบอู้ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน” แม่เฉินขู่
“โอ้” เฉินลั่วหันไปยิ้มให้แม่ของเธอก่อนหันมาดูเตาต่อ “ฉันจะยินดีมาก ๆ เลยค่ะ”
“กะ แก” แม่เฉินได้แต่โกรธตัวสั่น ตอนแรกเพียงขู่เพราะคิดว่าอีกฝ่ายอยากเข้าไปในอำเภอ แต่กลับลืมคิดไปว่าเฉินลั่วไม่ใช่คนที่อยากไปส่งพี่ชายกับน้องสาว เป็นพวกเขาที่บังคับเธอเอง
“แม่ไม่อยากให้ฉันไปส่งก็คุยกับลูกสุดที่รักของแม่ด้วย อีกอย่างตอนกลางวันฉันรีบกลับมาเร็วที่สุดแล้ว”
การเจอคนที่มีอำนาจและหาเส้นสายได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เฉินลั่วอยากให้พวกเขาช่วยเหลือเธอในการทำงานหรือเข้าเรียน เพียงแต่เบื้องหลังของเธอเท่านั้น
“พรุ่งนี้รีบไปส่งพวกเขารีบกลับ” บ่นอยู่นานสุดท้ายลูกสาวไม่สนใจแม่เฉินถึงได้ทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนเดินจากไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
เฉินลั่วกระพริบตาปริบ ๆ พร้อมกับบ่น “ไหนบอกจะไม่ให้ฉันไปส่งไง เอาใจยากเหมือนกันนะ”
แต่ทำได้เพียงบ่นหลังจากเตรียมอาหารตอนเย็นเรียบร้อย เฉินลั่วแบ่งข้าวและกับข้าวเข้าไปไว้ในห้องนอน ส่วนที่เหลือแบ่งให้คนในบ้าน แม่เฉินเป็นคนนั่งเฝ้าตอนทำกับข้าวจึงรู้ว่าลูกสาวแบ่งไปนิดเดียวจึงไม่ได้ว่าอะไร
กลางดึกเฉินลั่วออกจากบ้านพร้อมชามข้าว เดินตรงไปยังบ้านแม่เฒ่าเสิ่นเหมือนที่ตั้งใจเอาไว้ ราวกับรู้ความคิดของเด็กสาวเมื่อไปถึงอีกฝ่ายทำกับข้าวเอาไว้
“แม่เฒ่าเสิ่น”
“ได้ยินว่าเธอมาทำงานสาย กลัวว่าพ่อแม่เฉินจะไม่ให้เธอกินข้าว ยายเฒ่าถึงได้ทำเอาไว้ให้ก่อน” แม่เฒ่าเสิ่นบอก
เฉินลั่วยิ้มให้พลางมองอาหารบนโต๊ะ ไข่ต้มสองฟองกับเนื้อไก่ตากแห้งที่ถูกนำไปปิ้งจนไหม้เกรี้ยม ไม่รอช้าเธอรีบกินอาหารมื้อเย็นของวันนี้ทันที
แม่เฒ่าเสิ่นมองเด็กสาวและเอ่ยเตือน “ดูเหมือนว่าพ่อแม่เฉินจะไม่ชอบที่เธอมาหาฉันบ่อย ๆ”
“พวกเขาไม่กล้ากับแม่เฒ่าหรอกค่ะ”
ถึงปากจะบอกว่าแอบออกมา แน่นอนว่าต้องมีคนเห็นอยู่แล้วว่าเฉินลั่วมาบ้านแม่เฒ่าเสิ่น อย่างน้อยพวกเขากล้ากับเธอไม่กล้ากับแม่เฒ่าเสิ่นหรอก
เฉินลั่วกินข้าวจนอิ่มจากนั้นนำถ้วยชามไปล้างให้เรียบร้อย เธอเดินเข้าไปในตัวบ้านของแม่เฒ่าเสิ่น มองแม่เฒ่าเสิ่นแล้วขมวดคิ้ว “แม่เฒ่าไม่สบายเหรอ?”
ความจริงเธอสังเกตตั้งแต่มาถึงแล้ว
แม่เฒ่าเสิ่นที่กั้นไอจนหน้าแดงส่ายหน้า “อายุเยอะแล้ว เจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา”
“คืนนี้ฉันจะนอนเป็นเพื่อนแม่เฒ่าเองค่ะ”
แม่เฒ่าเสิ่นตัวคนเดียวต่อให้มีคนของนายพลมาดูทุกเดือนแล้วยังไง เพื่อนบ้านที่ฝากเอาไว้พวกเขาช่วยดูแค่ข้างนอก ตอนนี้แม่เฒ่าเสิ่นป่วยพวกเขาจะรู้หรือเปล่า
“ไม่ต้อง ๆ พรุ่งนี้เธอต้องทำงานอีก จะมาอยู่เป็นเพื่อนยายเฒ่าได้ยังไง”
เฉินลั่วส่ายหน้าและบอก “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับไปเอาผ้าห่มที่บ้านก่อน”
บ้านเสิ่นแต่เดิมมีสามห้องนอนหากเป็นเมื่อก่อนบ้านหลังนี้ถือว่ามีจำนวนห้องนอนเยอะ แม่เฒ่าเสิ่นมีลูกหลายคนและพวกเขายังไม่ทันได้ย้ายออกไปหรือแต่งงานสร้างครอบครัวก็จากไปหมด ยิ่งลูกชายคนสุดท้ายจากไปห้องนอนทั้งสองถึงปิดเอาไว้ พอเฉินลั่วมานอนด้วยจึงต้องนอนข้างล่างเตียง
แม่เฒ่าเสิ่นดวงตาพร่ามัวนานแล้วด้วยอายุปีนี้ 70 ปี มองเด็กสาวที่บอกจะมาเฝ้าไข้แต่พอหัวถึงหมอนก็หลับไป แม่เฒ่าเสิ่นถอนหายใจเบา ๆ เดินไปตู้ หยิบเอาผ้าห่มผืนใหญ่มาห่มให้เจ้าตัว
“บ้านเฉินทำเกินไปจริง ๆ”
ผ้าห่มของเฉินลั่วไม่รู้ว่าซื้อมาตั้งแต่ตอนไหน ต่อให้ห่มลงไปทั้งตัวเท้ายังโผล่ออกมา และบางยิ่งกว่าเสื้อใส่นอนซะอีก
