บทที่ 4 ยืมมาคืนไป
ถึงจะมีเสียงตะโกนด่าและเสียงทุบประตูเป็นระยะ แต่สุดท้ายเมื่อเฉินลั่วไม่ยอมออกไปทำอาหารมื้อเย็นให้ แม่เฉินจึงต้องเข้าครัวลงมือเอง สุดท้ายในบ้านถ้าขาดเฉินลั่วไปจริง ๆ จะมีใครทำงานบ้านได้ เฉินสั่วมีดีแค่เรียนหนังสือพอได้ แต่ว่าคนในบ้านกลับยกย่องหล่อนดูถูกเธอ
เฉินลั่วเดินออกจากบ้านในช่วงเวลาที่คนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว เดินตรงมายังบ้านของแม่เฒ่าเสิ่นทันที “แม่เฒ่าเสิ่น ฉันขอยืมตะกร้าหน่อยค่ะ”
แม่เฒ่าเสิ่นมองเด็กสาวตรงหน้า “จะไปไหนหรือ โดนตีมาอีกแล้ว”
เฉินลั่วมองแขนเสื้อที่ปิดรอยแผลไม่มิด เธอรีบใช้แขนเสื้อคลุมเอาไว้ เอ่ยด้วยความขบขัน “ฉันแค่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของพวกเขาเท่านั้นค่ะ”
การต่อต้านครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำ เฉินลั่วเชื่อว่าหลังจากนี้พวกเขาจะกล้ากับเธอน้อยลง หากพวกเขาอยากใช้งานต้องไม่ทุบตีลูกสาว ต้องทำให้รู้ว่ายิ่งใจร้ายสิ่งที่ต้องการก็จะไม่สมหวัง
“เข้ามาเอาสิ”
“ขอบคุณค่ะ”
ไหน ๆ ก็ยังไม่เอาไข่มาคืน ครั้งนี้เฉินลั่วคิดว่าควรได้อะไรติดมือกลับบ้านมาด้วย จะให้เอาตะกร้าที่บ้านไปหาของป่าเกรงว่ากลับถึงบ้านคงโดนพ่อแม่เฉินเอาไปแล้ว หรือถ้าเอาตะกร้าที่บ้านไปแล้วไม่ได้อะไรกลับบ้านด้วยคงถูกหัวเราะเยาะ
ป่าของหมู่บ้านเป็นป่าขนาดใหญ่และถูกขนาบข้างด้วยไร่ชา มันจึงมีไก่ป่าและสัตว์จำนวนมาก หมายถึงถ้าเข้าไปในจุดลึกของป่า คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าไปมากนัก
“ต้องได้ไข่ไก่กลับไปสักสองฟองสิ”
เฉินลั่วสะพายตะกร้าไว้ด้านหลังสายตาสอดส่องไปข้างหน้าด้วยความหวัง มือข้างหนึ่งถือมีดทื่อ ๆ ของแม่เฒ่าเสิ่นที่ให้ติดตัวมาด้วย อีกข้างถือไม้เอาไว้ป้องกันตัว
กลางคืนไม่มีไฟจำเป็นต้องใช้แสงจันทร์คอยนำทาง เฉินลั่วหรี่ตามองให้ละเอียด ดวงตาของเธอพร่ามัวเหมือนมีหมอกขาวข้างหน้า คนในยุคสมัยนี้ต่างเป็นกันหมดโดยเฉพาะช่วงกลางคืน อาศัยความเคยชินในการนำทาง
เฉินลั่วค่อย ๆ เดินไปยังพุ่มหญ้าทีละพุ่ม มันเป็นรังไก่เก่าแน่นอนหลังจากไข่ฟักแม่ไก่ก็พาลูกเจี๊ยบหนีออกจากรังเก่าไปทันที แต่ถึงอย่างนั้นเผื่อมีไข่ใบไหนไม่ฟักจะได้เก็บ
“อุ๊ย!”
ดวงตาของเฉินลั่วเป็นประกายมองไข่ไก่ห้าฟองที่ซ่อนในพุ่มหญ้า มันเป็นรังไก่เก่าที่แม่ไก่ทิ้งร้างเอาไว้ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะใช้หญ้ารองพื้นตะกร้า เก็บไข่ไก่ทั้งห้าใบใส่
หิมะละลายแล้วทำให้สัตว์ป่าเริ่มออกมาหากินอาหารและวางไข่ การเข้าป่าครั้งนี้เฉินลั่วโชคดีจริง ๆ ถ้าเป็นเหมือนวันนั้นเมื่อเดือนก่อนคงไม่ได้อะไรแน่
“ผักก็มีให้เก็บ วันนี้ฉันรอดตายแล้ว”
แค่ได้ไข่ไก่มากกว่าสองฟองถือว่าเยอะสำหรับเฉินลั่วแล้ว อาหารบ้านเฉินในแต่ละวันมีแต่ผักกับไข่ไก่ ความโชคดีอีกอย่างคือเธอไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์จึงทำให้กินง่าย
กะต๊าก! กะต๊าก!
เสียงไก่ร้องอย่างตกใจทำให้เฉินลั่วตะลึงและมองหาต้นไม้เพื่อปีน ไก่ร้องตกใจแบบนี้แสดงว่ามันกลัวอะไรบางอย่าง ถ้าเป็นสัตว์เล็กยังพอเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าเป็นสัตวใหญ่เฉินลั่วไม่อยากตายอีกรอบ
แต่ว่ามันร้องไม่นานก็เงียบลง เฉินลั่วปีนลงจากต้นไม้บนตัวของเธอมีใบไม้เต็มไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นเดินตรงไปยังที่มาของเสียง และเห็นไก่ป่าสองตัวนอนบาดเจ็บอยู่
พอมันเห็นคนจะบินหนีพบว่าปีกหักทั้งสองตัว เฉินลั่วตาลุกวาวไม่ต้องรอให้พวกมันหนีเธอรีบนำไข่ไก่กับของในตะกร้าออกมาจากตะกร้าและจับมันสองตัวใส่ตะกร้าทันที
“ยังดีว่าฉันใส่เสื้อคลุมมา ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่าต้องเอากลับยังไง”
เสื้อคลุมถูกถอดออกมารองของที่นำออกจากตะกร้า เฉินลั่วหันไปสำรวจรังของพวกมันมีไข่ไก่หลายฟองจึงได้เก็บมา เหมือนแม่ไก่สองตัวมันแย่งรังของกันและกัน ทำให้ได้รับบาดเจ็บและยังทิ้งไข่ไก่เอาไว้มากกว่ายี่สิบฟอง
โลภมากลาภหาย เฉินลั่วหลังเก็บไข่ไก่ได้แล้วรีบเดินออกจากป่าทันที ตลอดเส้นทางหากมีผักป่าไม่ลืมจะเก็บกลับมาด้วย แน่นอนว่าเธอไม่ได้กลับบ้านเฉิน
“แม่เฒ่าเสิ่น”
แม่เฒ่าเสิ่นเปิดประตูให้เด็กสาวเข้าไปในตัวบ้าน จากนั้นมองข้าวของด้วยความอึ้ง “ไปซื้อมาจากไหน”
“ฉันไม่ได้ซื้อมาค่ะ เก็บจากในป่า” เฉินลั่วกล่าวยิ้ม ๆ และหยิบไข่ไก่สองฟองยื่นให้ “เดือนก่อนฉันมายืมไข่ไก่ของแม่เฒ่าไปฉันเอามาคืนค่ะ ส่วนที่เหลือแม่เฒ่าเก็บเอาไว้ทำกิน”
“ไม่ต้อง ๆ เธอเอาไปกินเถอะ”
เฉินลั่วส่ายหน้า “ถ้าฉันเอากลับบ้านคิดว่าจะได้กินเหรอคะ แม่เฒ่าเก็บเอาไว้เถอะค่ะ วันหลังเผื่อฉันได้แวะมา”
คำพูดของเด็กสาวตระกูลเฉินทำให้แม่เฒ่าเสิ่นพยักหน้าและช่วยแยกของในตะกร้าออก ไข่ไก่ 32 ฟอง ไก่ป่า 2 ตัว กับผักป่ากองใหญ่ และมันเทศสามหัว
เฉินลั่วไม่ได้รบกวนหญิงชรามากหลังจัดการในตะกร้าเรียบร้อยถึงได้ออกไปก่อไฟ ตั้งน้ำเพื่อเชือดไก่ทั้งสองตัว แม้ไม่เคยทำแต่ถ้าปล่อยเอาไว้มันจะเน่า ส่วนหนึ่งใช้ทำอาหารมื้อนี้ ที่เหลือตากแห้งเก็บไว้กินได้อีกสักระยะ
“ในบ้านมีข้าวสารอยู่”
“แม่เฒ่าเก็บเอาไว้เถอะค่ะ ฉันได้มันเทศมาจะเผากินแทน แค่นี้ก็มารบกวนมากพอแล้ว” เฉินลั่วปฏิเสธรับของ เธอไม่รู้เลยว่านอกจากวันนี้จะหาของในป่าได้อีกหรือไม่
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเฉินลั่วถึงทำกับข้าวและหมักไก่เอาไว้เตรียมตากพรุ่งนี้ หลังจากกินอิ่มเธอบอกกับหญิงชรา “พรุ่งนี้แดดออกแม่เฒ่าอย่าลืมเอาออกไปตากนะคะ หากใครถามแม่เฒ่าก็บอกว่าไปซื้อมา”
“ฉันรู้แล้ว”
ถ้าไม่ซื้อมาคงไม่มีทางได้กินแน่ ๆ ในบ้านมีหญิงชราเพียงคนเดียว แต่ถ้าบอกเฉินลั่วไปหามาให้เห็นทีไก่ทั้งหมดคงถูกบ้านเฉินมาเอาไป อีกอย่างคนในหมู่บ้านเกรงใจแม่เฒ่าเสิ่นไม่น้อยจึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนขโมย
ก่อนมาบ้านเสิ่นเธอเอาเสื้อผ้ามาด้วยก่อนกลับบ้านถึงได้แวะอาบน้ำ และซักผ้าให้เรียบร้อย มันจะได้ไม่มีกลิ่นเนื้อสัตว์ติดตัวกลับบ้านให้คนอื่นได้กลิ่น
เฉินลั่วชะงักเท้าตอนเดินมาถึงลานบ้านตระกูลเฉิน แม่เฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ ในมือถือไม้เอาไว้ ยิ่งเห็นลูกสาวเจ้าตัวลุกขึ้นยืนเดินมาหาพร้อมกับเสียงด่าทอเหมือนทุกวัน
“ไปไหนมา!”
“ฉันไปนั่งเล่นแถวนี้มา” เฉินลั่วบอก
แม่เฉินชี้หน้าลูกสาว “ค่ำคืนดึกดื่นแบบนี้อยากให้คนอื่นนินทาหรือยังไง เป็นผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัวแบบไหนเสียชื่อลูกสาวตระกูลเฉินหมด”
“แม่ ถ้าแม่ไม่พูดคนอื่นจะรู้ได้เหรอ” เฉินลั่วเถียง
ตอนเธอไปคนในบ้านและรอบบ้านต่างนอนหลับกันหมดแล้ว หรือต่อให้ไม่หลับเฉินลั่วกลับมาพร้อมตะกร้าผ้าย่อมเข้าใจดี แถมตอนค่ำเฉินลั่วยังถูกแม่ตีอีกด้วยพวกเขาย่อมไม่คิดเป็นอื่น
“เถียงเหรอ?”
เฉินลั่วถอนหายใจ “ตีอีกสิ พรุ่งนี้ตื่นมาทำอาหารเองก็แล้วกัน”
“กล้าดีนิ!” แม่เฉินมองลูกสาวที่ต่อต้าน “แต่ก่อนยังหดหัวอยู่แต่ในห้อง ทุกวันนี้มีที่ไปแล้วสิถึงได้ไม่อยู่” แม่เฉินไปเคาะเรียกอยู่นานกลับไม่มีคนอยู่
“ฉันแค่ออกไปซักผ้า”
“พรุ่งนี้อย่าลืมไปรับลูกชายกับลูกสาวฉันด้วย ไม่อย่างนั้นไม่ต้องกินข้าวอีก”
ก่อนหน้านี้ทั้งแม่เฉินและพ่อเฉินคิดอยากให้ลูกสาวคนกลางทำงานเพิ่ม กลับโดนลูกอีกสองคนตื้อว่าให้คอยไปรับไปส่งเพราะคนอื่นเข้าใจว่าตระกูลเฉินมีฐานะ
เฉินลั่วบอก “แม่ พวกเขาอายุไม่น้อยแล้วเดินกลับบ้านเองได้ ยังต้องให้ฉันไปรับอีก”
“อย่าอิจฉาพี่ชายกับน้องสาวหน่อยเลย!” แม่เฉินมองลูกสาวอย่างรังเกียจ “ไม่ได้เรียนหนังสือคนเดียวในบ้านจึงคิดต่อต้านอย่างนั้นเหรอ เธอมีปัญญาเรียนหรือยังไง ลูกชายกับลูกสาวฉันเรียนเก่งขนาดนั้น”
เฉินลั่วกลอกตามองบนแล้วเดินไปตากผ้าให้เรียบร้อย เรียนเก่งอะไรกัน ให้เทียบกันแล้วพวกเขาอยู่อันดับท้าย ๆ ของห้องซะมากกว่า
