บทที่ 3 รอยบิ่น
ทุกเช้าตื่นขึ้นมาทำอาหารให้คนทั้งบ้าน เจ็ดโมงเช้าต้องไปรอทำงานหาเงินมาให้พวกเขาใช้ ตกเย็นต้องไปรับคนทำให้เฉินลั่วก่นด่าพวกเขาในใจไม่หยุด นี่ไม่ใช่ลูกสาว ไม่ใช่น้องสาว และไม่ใช่พี่สาวของพวกเขา แต่เป็นคนนอกครอบครัวดี ๆ นี่เอง
“เฉินลั่ว หมดเวลาแล้ว”
เสียงกรรมการจดคะแนนขานบอกหลังเวลาที่ทำงานหมดลง ไม่ใช่เพียงชื่อของเฉินลั่วเท่านั้น ยังมีอีกหลายชื่อที่ตามหลังมาด้วย ก่อนเริ่มทำงานเฉินลั่วต้องบอกกรรมการของหมู่บ้านว่าจะทำงานกี่ชั่วโมง มันง่ายต่อการคำนวณรายได้ของพวกเขา
ผู้ดูแลแปลงดอกเรพซีดยื่นป้ายไม้ให้ “ความจริงพ่อเฉินมาคุยกับฉันให้เพิ่มจำนวนชั่วโมงการทำงานให้ แต่ว่าเธอต้องไปรับพี่ชายน้องสาวที่โรงเรียนด้วยไม่ใช่เหรอ?”
เฉินลั่วพยักหน้า “ฉันจะไปคุยกับพวกเขาเองค่ะ”
พ่อแม่เฉินทั้งคู่ทำงานหลักคือการดูแลไร่ชา รายได้ดีกว่ามาเก็บดอกเรพซีดอยู่แล้ว ที่เฉินลั่วไม่ได้ไปทำด้วยเนื่องจากเธอมีหลายอย่างต้องทำ พอไปทำงานไร่ชาช้ากว่าคนอื่น และไม่สามารถปลีกตัวไปรับสองพี่น้องได้
เฉินลั่วเดินกลับบ้านด้วยอุปกรณ์หลายอย่าง ในมือของเธอมีป้ายไม้ที่บอกชั่วโมงการทำงาน ทุกสิ้นเดือนต้องนำไปส่งคืนส่วนกลางเพื่อรับเงินเดือน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการคดโกงเนื่องจากมีการจดเอาไว้อีกด้วย ส่วนหนึ่งคือให้คนทำงานมีหลักฐาน สองคือกรรมการเป็นคนผิดพลาดเอง
กลับมาถึงบ้านเฉินลั่วล้างเท้าล้างมือให้เรียบร้อย ก่อนสวมเสื้อคลุมแล้วเดินไปโรงเรียนมัธยมของอำเภอที่ห่างจากหมู่บ้านเป็นสิบกิโลเมตร เฉินลั่วไม่อยากไปเลยสักนิด
นอกจากเฉินลั่วแล้วยังมีคนอื่นที่เข้าไปรับลูกในโรงเรียนประถม หรือคนเดินผ่านไปผ่านมาพวกเขาล้วนเข้าไปทำธุระในอำเภอ ถนนเส้นนี้คนใช้สัญจรไปมาไม่มีอะไรให้หวาดกลัว
พูดตามจริงเฉินตั่วเป็นผู้ชายและอายุ 17 ปี เขาควรพาน้องสาวกลับบ้านเองได้
“เสี่ยวลั่ว?”
เฉินลั่วหันไปมองก่อนอุทานขึ้นมา “ป้าสาม”
ป้าสามหรือพี่สาวคนที่สามของพ่อเฉินลั่ว อีกฝ่ายแต่งงานออกไปกับสามีหมู่บ้านข้าง ๆ ชีวิตเป็นอยู่ของผู้หญิงไม่ได้มีทางเลือกมากนัก แม้สงสารหลานสาวก็ไม่อาจช่วยได้ ยังดีที่ป้าสามมีลูกชายการอยู่บ้านสามีไม่ได้แย่
“พ่อของเธอยังใช้ให้ไปรับพี่ชายอยู่อีกเหรอ”
“ป้าสามจะเข้าไปรับน้องสาวเหรอคะ” เฉินลั่วไม่ตอบคำถาม เลือกถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว
“ใช่ พี่ชายของเธอไปทำงานในเมืองใหญ่แล้ว ป้าต้องไปรับน้องสาวเอง” ป้าสามเฉินพยักหน้า
เฉินลั่วยิ้มบาง ๆ “โชคดีที่พี่จิ้นเซียงเรียนจบแล้วได้งานทำ ไม่ต้องลำบากเหมือนพวกเรา”
“เฮ้อ” คนเป็นป้าได้แต่ถอนหายใจในชะตากรรม “ถ้าเดือดร้อนไปหาป้าก็ได้นะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ไปหาอย่างนั้นเหรอ เฉินลั่วได้แต่ยิ้มรับเพราะหากไปคนเดือดร้อนจะเป็นป้าสามมากกว่า พ่อของเธอเป็นลูกชายคนเดียวในบ้านท่ามกลางพี่สาวห้าคน ไม่ต้องบอกคงรู้ว่าน้องชายของพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร
ยังดีว่าวันนี้เฉินลั่วมีเพื่อนเดินเข้าอำเภอ ไม่เหมือนหลายวันที่ต้องรีบเดินเพราะรอบข้างมีแต่ผู้ชาย ส่วนป้าสะใภ้สามเดินไปถามหลานสาวไปตลอดทั้งทาง
“โรงเรียนของน้องสาวอยู่ทางนั้น ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ” เฉินลั่วชี้ไปทิศทางตรงข้ามกับทางที่ต้องไป
ป้าสามเฉินพยักหน้า “ดูแลตัวเองด้วย”
เฉินลั่วเดินไปมองรอบข้างไปด้วย ตั้งแต่มีนโยบายผลักดันเด็ก ๆ ในมณฑลให้มีการศึกษา อันฮุยของพวกเขาพัฒนาไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด และไม่ใช่ทุกมณฑลที่จะมีการผลักดันเช่นนี้
“ช้า”
ทันทีที่เฉินลั่วเดินมาถึงจุดนัดหมายเฉินตั่วโยนกระเป๋าของเขามาให้เธอทันที ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรเฉินสั่วโยนมาให้เธออีกคน ทำให้ต้องรับมาถือเอาไว้พร้อมเดินตามหลังสองพี่น้องกลับบ้าน
มีเสียงเอ่ยถาม “ตระกูลเฉินร่ำรวยจริง ๆ ถึงขั้นมีสาวใช้ให้สองพี่น้องเฉิน”
เฉินตั่วปัดมืออย่างรำคาญ “ร่ำรวยเหรอ? ก็แค่พอมีพอกินเท่านั้นแหละ!”
“ไม่จริงน่า ไม่ใช่ว่าใครจะมีสาวใช้ก็มีได้นะ”
พวกเขาพูดอีกคำสองคำก็ทำให้เฉินตั่วยิ้มกริ่ม เขาไม่ปฏิเสธเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาว่าเฉินลั่วเป็นน้องสาว บ่งบอกว่าเขาตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น
เส้นทางกลับบ้านเฉินสั่วหน้าบึ้ง “พี่ใหญ่ ทำไมต้องให้หล่อนไปรับพวกเราด้วย”
หล่อนไม่อยากให้พี่สาวที่บ้านไปรับเลยสักนิด คนในโรงเรียนเข้าใจว่าตระกูลเฉินฐานะทางบ้านดีเพราะมีคนไปรับก็จริง แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายคือพี่สาวของหล่อน เพื่อนร่วมชั้นเรียนของหล่อนจะคิดยังไง?
‘ฉันก็ไม่ได้อยากไปรับเธอ’
เฉินตั่วถอนหายใจ “จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเฉินลั่วไม่ไปรับพวกเรา คนอื่นคงคิดว่าพวกเราไม่มีเงินจ้างคนแล้ว”
ใช่ ตั้งแต่พวกเขาเข้าเรียนประถมด้วยกันคนอื่นต่างคิดว่าเฉินลั่วคือสาวใช้ของพวกเขา นอกจากสองพี่น้องไม่คิดแก้ไขแล้ว ตัวเฉินลั่วเองก็ไม่สนใจเสียงนินทาเหล่านั้น
“น่าเบื่อ”
เฉินลั่วหรี่ตามองน้องสาวที่เดินหนีไปด้วยความโมโห พร้อมกับพี่ชายวิ่งตามไปง้อน้องสาว พอเห็นว่าเธอเดินห่างหน่อยก็หันมาตำหนิทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ถือกระเป๋าเอง
ช่างเป็นครอบครัวที่ดีจริง ๆ
...
เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มที่จางลั่วใช้ชีวิตแทนเฉินลั่ว ชีวิตในแต่ละวันไม่ได้ง่ายเลย เธอเรียนรู้อะไรมากมายในระยะเวลาสั้น ๆ และต้องปรับตัว ซึ่งพอปรับตัวได้แล้วทำอะไรมันง่ายขึ้นมาก
แต่ว่าวันนี้หลังจากเก็บดอกเรพซีดตามกำหนดชั่วโมงทำงาน เดิมควรไปรับพี่ชายกับน้องสาวจากโรงเรียน เฉินลั่วเลือกหาต้นไม้ใหญ่และนั่งพิงหลบสายตาคนอื่น
“น่าโมโหจริง ๆ ทำไมต้องมาตายตอนที่เฉินลั่วตายด้วย ให้ฉันอ่านนิยายจบก่อนก็ไม่ได้” เฉินลั่วบ่นกับตัวเอง
เนื้อหาของนิยายเธอรู้มาเพียงคร่าว ๆ เท่านั้น พอรู้ว่าตัวละครใครเป็นใครและจุดจบของตัวละครเหล่านั้นคืออะไร แน่นอนว่าสามพี่น้องเฉินตอนจบไม่ดีสักคน ยังไม่ต้องพูดถึงอีกสองคนที่ยังไม่ถึงเวลา แต่ตอนจบตัวละครเฉินลั่วก็คือเสียชีวิต
เฉินลั่วมองคนเดินผ่านไปผ่านมาพอถึงเวลาที่เหมาะสมจึงเดินกลับบ้าน สองพี่น้องเฉินนั่งอยู่หน้าบ้านด้วยความโมโห พวกเขาเห็นเฉินลั่วก็ตะโกนด่าทันที
“ยัยโง่! ทำไมไม่ไปรับฉันกับน้องสาว”
“ฉันรู้สึกไม่สบายค่ะ ถึงได้นอนพักนิดหน่อยไม่รู้ว่ามันจะเลยเวลาแล้ว” เฉินลั่วตอบหน้าตาย ทั้งที่ความจริงกำลังคิดอยู่ว่าหลังออกจากบ้านตระกูลเฉินแล้วจะไปไหนดี
“โกหก พี่ต้องแอบอู้แน่ ๆ” เฉินสั่วบ่นพี่สาว “ฉันอุตส่าห์บอกเพื่อนในห้องว่ามีสาวใช้ไปรับทุกวัน”
เฉินลั่วมองหล่อนและตอบโต้ “พูดดี ๆ ฉันเป็นพี่สาวของเธอนะ ถ้าคนนอกเห็นจะคิดว่ายังไง”
“แกว่าน้องสาวของฉันเหรอ!”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ฉันเป็นน้องสาวของพี่เหมือนกันนะ และยังเป็นพี่สาวของเฉินสั่วด้วย จะปล่อยให้หล่อนข้ามศีรษะฉันแบบนี้ใครจะอยากได้หล่อนไปเป็นสะใภ้”
คำพูดของเฉินลั่วทำเอาสองพี่น้องต่างอ้ำอึ้งเพราะปฏิเสธไม่ได้ ลำพังเฉินตั่วปฏิบัติกับน้องสาวไม่เหมือนกันยังพอแก้ต่างได้เพราะเขาเป็นพี่ ซึ่งไม่ใช่กับเฉินสั่วผู้เป็นน้องสาว
“อะไรกันพี่น้องบ้านนี้ กลับมาบ้านแทนที่พ่อแม่จะได้น้ำดื่ม ต้องมาเห็นลูกทะเลาะกัน” แม้เป็นคำพูดที่ดูเหนื่อยหน่ายใจแต่พอลูกสาววิ่งไปหาพ่อเฉินกลับยิ้มให้
เฉินตั่วชี้หน้าน้องสาวคนรอง “พ่อดูหล่อนสิ วันนี้หล่อนไม่ไปรับผมกับน้องสาว ขี้เกียจแบบนี้จะแต่งงานกับใครได้”
“ถ้าฉันขี้เกียจน้องสาวของพี่คงแต่งงานกับใครไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ” เฉินลั่วไม่ได้หมายถึงตัวเอง แต่เป็นน้องสาวคนเล็กของบ้าน
“เฉินลั่ว!”
แม่เฉินหันมาด่าเฉินลั่ว “วัน ๆ ไม่เห็นทำอะไร ไม่ต้องเหนื่อยไปเรียนหนังสือ ยังไม่ไปรับลูกชายของฉันอีกเหรอ!”
“โอ้ย! แม่”
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเฉินลั่วที่รักษาร่างกายจนหายดีมองแขนของตัวเองที่เป็นแผลอีกครั้ง แม่เฉินใช้แซ่ในมือฟาดลูกสาวคนกลางอย่างโมโห ไม่ฟังคำแก้ตัวสักนิด
“ไม่ต้องกินข้าวคืนนี้!”
ใบหน้าของเฉินลั่วมีแต่ความโกรธ และได้แต่เก็บเอาไว้ในใจตัวเอง โชคดีว่าก่อนแม่จะลงมือรอบสองเธอกระโดดหลบทันทำให้โดนหลังมือเบา ๆ
“ฉันไม่ใช่ลูกรักพ่อแม่นี่ คืนนี้ทำกับข้าวกินเองเถอะ!”
ตีแล้วจะให้เธอทำงานบ้านให้อย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
