บทที่4 กฎเหล็ก5ข้อ
ประตูกระจกบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงเปิดต้อนรับการมาของอลิซ เสียงฝีเท้าของเธอที่ก้าวเดินลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนานุ่มแทบไม่ได้ยินเสียงใดๆ บรรยากาศภายในโถงกลางของคฤหาสน์แบล็กวูดโอ่อ่าและหรูหราเกินกว่าที่จินตนาการไว้ ผนังประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันยุคโบราณและโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ ทว่าความโอ่อ่าเหล่านี้กลับไม่ได้สร้างความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยให้แก่หญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณกลับทำให้เธอกลัวจนขนลุกชัน
"เชิญทางนี้ครับคุณอลิซ แม่บ้านใหญ่กำลังรอต้อนรับคุณอยู่" เสียงของฌอน มือขวาคนสนิทดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาผายมือเชิญให้เธอเดินไปยังโถงรับแขกด้านใน อลิซพยักหน้ารับอย่างจำยอมและเดินตามไปอย่างเงียบๆ
ที่นั่นหญิงสูงวัยในชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านสีดำตัดขอบขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียบตึงแต่แฝงไว้ด้วยความเมตตาเล็กน้อยยืนรออยู่ เธอโค้งคำนับให้อลิซด้วยท่าทีนอบน้อม "ดิฉันชื่อมาเรียเป็นหัวหน้าแม่บ้านดูแลคฤหาสน์หลังนี้ค่ะ ยินดีต้อนรับคุณอลิซค่ะ"
"สวัสดีค่ะคุณมาเรีย" อลิซทักทายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"คุณริชาร์ดสั่งกำชับไว้แล้วว่าให้จัดเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดบนชั้นสองฝั่งตะวันตกไว้ให้คุณอลิซ และเตรียมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างให้พร้อมสรรพ เชิญคุณอลิซตามดิฉันขึ้นไปสำรวจห้องพักและพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ สีหน้าของคุณดูไม่ค่อยดีเลย" มาเรียกล่าวด้วยความเห็นใจเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและขอบตาบวมช้ำของเด็กสาว
"ขอบคุณค่ะ..." อลิซเดินตามมาเรียขึ้นบันไดวนที่ทำจากไม้สักทอดตัวขึ้นสู่ชั้นบน ห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเธอกว้างขวางและหรูหราไม่แพ้ห้องพักในโรงแรมระดับเจ็ดดาว เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีครีมเนื้อนุ่ม ด้านข้างเป็นระเบียงกระจกใสที่มองเห็นสวนกุหลาบกว้างใหญ่เบื้องล่าง บนเตียงมีเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกแขวนเรียงรายอยู่ในตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินอินคลอเซ็ตอย่างเป็นระเบียบ ราวกับมีคนคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่าเธอต้องมาอยู่ที่นี่
อลิซนั่งลงบนขอบเตียงนุ่ม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความอึดอัด "ถ้าคุณอลิซต้องการอะไรเพิ่มเติม สามารถกดกริ่งเรียกแม่บ้านได้ตลอดเวลานะคะ อีกสักครู่ใหญ่ๆคุณริชาร์ดถึงจะกลับมาจากบริษัท ท่านสั่งไว้ว่าคืนนี้เราจะทานมื้อค่ำร่วมกันที่ห้องอาหารส่วนตัวค่ะ" มาเรียแจ้งด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณมาเรีย" เมื่อแม่บ้านใหญ่เดินออกไปและปิดประตูห้องลง อลิซก็ทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียงนุ่ม ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกน้อยที่ถูกตัดปีกขังไว้ในกรง
'พ่อปลอดภัยแล้ว... นี่คือสิ่งเดียวที่เธอต้องท่องจำไว้' อลิซบอกกับตัวเองซ้ำๆ เพื่อให้จิตใจเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมในค่ำคืนนี้
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาทุ่มตรง เสียงเคาะประตูก็กรีดกรายดังขึ้น อลิซที่เปลี่ยนมาสวมชุดเดรสยาวสีดำเรียบหรูตามที่ถูกจัดเตรียมไว้สะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า แล้วเดินไปเปิดประตู
เบื้องหน้าของเธอคือฌอน มือขวาคนสนิทของริชาร์ด เขายืนคุมเชิงด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ถึงเวลาอาหารค่ำแล้วครับคุณอลิซ เชิญลงไปที่ห้องอาหารชั้นล่างครับ ท่านประธานรออยู่"
อลิซพยักหน้ารับ เดินตามฌอนลงไปยังห้องอาหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ปีกซ้ายของคฤหาสน์ เมื่อผลักประตูห้องอาหารเข้าไป ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือโต๊ะอาหารไม้ยาวสไตล์ยุโรปที่ประดับด้วยเทียนไขเล่มใหญ่ให้บรรยากาศหรูหราและโรแมนติก อาหารเลิศรสหลากหลายเมนูถูกจัดวางไว้อย่างประณีต ทว่าจุดสนใจทั้งหมดกลับอยู่ที่ประมุขของบ้าน 'ริชาร์ด แบล็กวูด'
ชายวัยสี่สิบเจ็ดปีในชุดสูทลำลองสบายๆ แต่ยังคงความทรงอำนาจ เขานั่งไขว่ห้างอยู่ที่หัวโต๊ะ มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงแกว่งไปมาอย่างใจเย็น ดวงตาสีเทาเข้มหันมามองอลิซทันทีที่เธอเดินเข้ามา รัศมีอันเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทำให้อากาศรอบกายดูอึดอัดขึ้นถนัดตา
"ยืนทำอะไรตรงนั้นล่ะอลิซ มานั่งนี่สิ" ริชาร์ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง พร้อมตบมือลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ติดกับเขา
อลิซกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปช้าๆ แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่เขากำหนด ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาน้อยมากจนกลิ่นกายเฉพาะตัวและกลิ่นน้ำหอมผสมนิโคตินลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น
"ดูเหมือนว่าหนูจะปรับตัวได้ดีนะ เสื้อผ้าที่มาเรียจัดให้... ใส่แล้วสวยกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก" ริชาร์ดเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ สายตากวาดมองเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดเดรสสีดำอย่างจาบจ้วง ไม่มีความเกรงใจหรือปิดบังความปรารถนาเลยแม้แต่น้อย
"ขอบคุณค่ะ..." อลิซตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้ามองจานอาหารตรงหน้า ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
"ทานข้าวสิ อาหารพวกนี้เชฟฝีมือระดับมิชลินทำเชียวนะ ร่างกายของเธอยังช้ำอยู่ ต้องทานอะไรบำรุงเยอะๆ เพราะไม่อย่างนั้น คืนนี้เธออาจจะไม่มีแรงรองรับการคุยเรื่องกฎของฉัน”
คำพูดกำกวมที่แฝงไปด้วยความหื่นกามและคุกคามทำให้อลิซหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย เธอยกช้อนขึ้นตักซุปเข้าปากอย่างเงียบๆ พยายามเคี้ยวและกลืนลงคอให้เร็วที่สุดท่ามกลางความอึดอัด
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความกดดัน ริชาร์ดไม่ได้ทานอะไรมากนัก เขามักจะใช้สายตาคมกริบคอยจ้องมองทุกอิริยาบถของเธอและบางครั้งเขาก็ยังตักอาหารชิ้นโปรดใส่จานให้เธอเป็นการบังคับกลายๆว่าเธอต้องทานมันให้หมด
"ทานให้อิ่มล่ะอลิซ เพราะหลังจากนี้ เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกันบนห้องนอน" ริชาร์ดวางชิ้นสเต็กลงในจานของเธอ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด
อลิซชะงักมือที่ถือช้อนทันที หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "เรื่อง... เรื่องอะไรหรอคะ?"
"เรื่องกฎระเบียบของการอยู่ที่นี่ไงล่ะ" ริชาร์ดหัวเราะในลำคอเบาๆ "เธอคิดว่าการก้าวเข้ามาในคฤหาสน์แบล็กวูด แล้วจะได้ใช้ชีวิตตามใจชอบเหมือนเด็กสาวทั่วไปอย่างนั้นหรอ หึ... ฝันไปเถอะอลิซ"
หลังมื้อค่ำอันน่าอึดอัดผ่านพ้นไป ริชาร์ดก็ลุกขึ้นยืนแล้วฉุดมือบางของอลิซให้ลุกตาม เขาพาเธอเดินขึ้นไปยังชั้นบน ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวของเขาเอง ไม่ใช่ห้องนอนรับแขกฝั่งตะวันตกที่มาเรียจัดไว้ให้ตั้งแต่แรก
"อ๊ะ! คุณริชาร์ด พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ" อลิซร้องทักด้วยความตกใจเมื่อเห็นเตียงนอนขนาดใหญ่และบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเทียนหอมและกลิ่นนิโคตินจางๆ
"ก็บอกแล้วไงว่าเราต้องคุยกฎระเบียบกัน" ริชาร์ดผลักร่างบางให้นั่งลงบนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ในห้องนอน ส่วนตัวเขายืนค้ำหัวเธอด้วยท่าทีองอาจและน่าเกรงขาม ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ
"ฟังให้ดีนะ อลิซ... และจำทุกคำพูดของฉันให้ขึ้นใจ เพราะฉันจะพูดมันแค่ครั้งเดียว" หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างหวาดหวั่น เม้มริมฝีปากแน่น
"ข้อที่หนึ่ง... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของฉัน ห้ามมีอิสระในการออกไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ หากต้องการจะออกนอกคฤหาสน์ ต้องได้รับอนุญาตจากฉัน หรือมีคนของฉันติดตามคุ้มครองทุกฝีก้าวเท่านั้น"
อลิซเม้มปากแน่น นี่มันไม่ต่างอะไรจากการเป็นนักโทษเลยสักนิด
"ข้อที่สอง... โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเธอ จะต้องถูกยึด!" พูดจบริชาร์ดก็แบมือออกมา อลิซเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณริชาร์ด! แต่อันนั้นเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของฉัน ฉันต้องใช้ติดต่อคุณพ่อหรือเพื่อนๆ..."
"ฉันบอกว่ายึด!" ริชาร์ดเสียงเข้มขึ้นจนแววตาดุดันน่ากลัว "เธอไม่มีความจำเป็นต้องติดต่อใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะพวกเพื่อนฝูงไร้สาระพวกนั้น ส่วนเรื่องพ่อของเธอ... ถ้าเธออยากคุย ฉันจะให้ฌอนจัดหาเครื่องใหม่ให้เฉพาะกิจ แต่ห้ามติดต่อพร่ำเพรื่อเด็ดขาด ส่งมือถือของเธอมาซะดีๆ อย่าให้ฉันต้องรื้อกระเป๋าหาเอง"
ด้วยความกลัวอิทธิฤทธิ์และความดุดันของมาเฟียใหญ่ อลิซจำใจต้องล้วนโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเดรส ส่งยื่นให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา ริชาร์ดรับมันมาแล้วโยนลงบนโต๊ะกระจกอย่างไม่แยแส
"ข้อที่สาม... ทุกครั้งที่ฉันต้องการตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน เธอมีหน้าที่ต้องสนองและทำให้ฉันพึงพอใจอย่างไม่มีเงื่อนไข ห้ามปฏิเสธ ห้ามแสดงสีหน้ารังเกียจ และห้ามต่อรองใดๆทั้งสิ้น หน้าที่ของบำเรอบนเตียงคือหน้าที่หลักของเธอ จำไว้!"
คำประกาศิตที่แสนไร้เยื่อใยและเห็นเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศทำให้น้ำตาของอลิซเอ่อคลอเบ้า เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกมา แต่ความคับแค้นใจและน้อยเนื้อต่ำใจก็พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
"ข้อที่สี่... ห้ามเข้าใกล้ ห้ามพูดคุย หรือยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นในคฤหาสน์หลังนี้เด็ดขาด ยกเว้นฉันกับฌอน หากฉันเห็นว่าเธอไปอ่อยหรือชายตามองผู้ชายคนไหน คนคนนั้นจะไม่มีชีวิตรอดเห็นตะวันวันพรุ่งนี้ และเธอจะต้องเป็นคนรับโทษแทน"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารของริชาร์ดทำให้แผ่นหลังของอลิซเย็นเยียบ เธอรู้ดีว่ามาเฟียอย่างเขาพูดจริงทำจริง และเธอไม่อยากให้ใครต้องมาซวยเพราะความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
"และข้อสุดท้าย... ห้ามหนี ห้ามคิดจะหนีเป็นอันขาด!" ริชาร์ดย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาจับคางมนของเธอเชิดขึ้น บังคับให้สบตากับเขาตรงๆ "เพราะถ้าเธอหนี... ฉันจะตามล่าเธอและคนที่เธอรักให้จมดิน เริ่มจากพ่อของเธอ... ที่เพิ่งออกจากห้องไอซียู เธอคิดว่าคนป่วยที่ยังใช้เครื่องช่วยหายใจ จะทนทานแรงโกรธของฉันได้สักกี่น้ำล่ะ หื้ม?"
คำขู่ที่พาดพิงถึงผู้เป็นพ่อเปรียบเสมือนหมัดน็อคที่ซัดเข้าแสกกลางหน้าอลิซจนเธอสติหลุด ร่างกายสั่นสะท้าน น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้มเนียนทันที
"อย่าทำอะไรคุณพ่อนะคะ! ฉันสัญญา... ฉันสัญญาว่าจะไม่หนี จะไม่ทำอะไรที่คุณริชาร์ดไม่พอใจเด็ดขาด ขอร้องล่ะค่ะ อย่าทำร้ายพ่อเลย" อลิซร้องไห้สะอื้นอ้อนวอน เอื้อมมือเล็กไปเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น
ริชาร์ดมองดูภาพเด็กสาวที่ยอมสยบแทบเท้าของเขาด้วยความพึงพอใจ แววตาสีเทาเข้มฉายประกายความกระหายและอำนาจ เขายกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของเธอแผ่วเบา สัมผัสนั้นแม้จะดูอ่อนโยน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความคุกคาม
"ดีมากเด็กดี... ถ้าเธอเชื่อฟังและทำตามกฎทุกข้ออย่างเคร่งครัด ฉันก็จะเป็นสามีที่ใจดีและดูแลเธออย่างดีที่สุด" ริชาร์ดกระซิบเสียงพร่าข้างริมฝีปากของเธอ
ก่อนที่อลิซจะทันได้เอ่ยคำใด ร่างสูงใหญ่ก็โถมเข้าประชิดตัว ดันเธอนอนราบลงไปกับโซฟาหนังตัวกว้าง ร่างกายกำยำทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด ริมฝีปากหนาบดขยี้จูบลงมาอย่างดุดันและเร่าร้อน เป็นการเริ่มต้นบทเรียนรักทัณฑ์บนในค่ำคืนที่สอง ที่ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงไฟสวาทอันป่าเถื่อน
