บทที่3 โกหกคำโต
แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเนื้อหนาสีเข้ม ส่องกระทบลงบนใบหน้าเนียนละเอียดที่ซีดเซียว อลิซค่อยๆกะพริบตาช้าๆ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาในสมองคือความเจ็บร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง ราวกับกระดูกทุกชิ้นในร่างกายถูกบดละเอียด ร่างกายท่อนล่างระบมเจ็บจนแทบไม่สามารถขยับได้เลย
เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มแจ่มชัด ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมาก็พุ่งเข้าใส่หัวใจของเธออย่างจัง บทรักที่แสนจะป่าเถื่อนของริชาร์ด ชายรุ่นพ่อของเธอเอง เขาตักตวงความสาวของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งคืนโดยไม่สนใจเสียงร้องไห้หรือการอ้อนวอน ขอร้องให้เขาหยุดพักแม้แต่น้อย รอยรักอันหนักหน่วงยังคงเด่นชัดอยู่บนเรือนร่าง ทั้งรอยบีบเฟ้นที่เอวบาง รอยจูบสีแดงเข้มที่ประดับอยู่ตามซอกคอและอกอิ่ม
อลิซสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง แต่ความเจ็บแปลบที่แล่นปราดขึ้นมาจากช่องท้องทำให้เธอต้องร้อง "อื้อ..."ออกมาเบาๆ และล้มตัวลงนอนตะแคงซบหน้ากับหมอนหนาอีกครั้ง น้ำตาเม็ดโตคลอเบ้าด้วยความรู้สึกสมเพชและอัปยศในชะตากรรมของตัวเอง
ข้างกายของเธอตอนนี้ว่างเปล่า หมอนอีกใบยังมีกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นยาสูบอันเป็นเอกลักษณ์ของริชาร์ดติดอยู่จางๆ เขาตื่นและออกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความป่าเถื่อนบนร่างกายของเธอเท่านั้น
หญิงสาวพยายามข่มความเจ็บปวด กัดฟันยันตัวลุกขึ้นยืนข้างเตียง ทันทีที่สองเท้าแตะลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเยียบ ขาของเธอกลับอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เธอต้องใช้มือยึดหัวเตียงไว้แน่น ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด แค่การจะเดินไปให้ถึงห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรรู้สึกเหมือนการเดินทางไกลที่แสนทรมาน เธอต้องค่อยๆก้าวเดินอย่างยากลำบาก ท่าทางเก้งก้างราวนักโทษที่เพิ่งพ้นจากการถูกทรมาน
เมื่อเข้ามาภายในห้องน้ำหรูหรา อลิซยืนมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ภาพหญิงสาววัยยี่สิบสองปีที่เคยมีดวงตาสดใส บัดนี้ขอบตาบวมแดง ผิวพรรณเนียนละเอียดเต็มไปด้วยรอยรักสีเข้มตีตราจองความเป็นเจ้าของไปทั่วทุกตารางนิ้ว รอยแผลและความบอบช้ำเตือนใจเธอว่า ชีวิตอันสดใสของลูกสาวมหาเศรษฐีตระกูลเวเมนสันได้จบสิ้นลงแล้วโดยสมบูรณ์ บัดนี้เธอเป็นเพียงสินค้าที่ถูกซื้อมาด้วยเงินมหาศาลเพื่อแลกกับชีวิตของคุณพ่อเท่านั้น
หลังจากจัดการล้างชำระร่างกายด้วยความยากลำบาก สวมใส่ชุดแขนยาวสีขาวเรียบๆที่มีเตรียมไว้ในห้องน้ำ อลิซก็เดินประคองตัวเองออกมาจากห้องนอน สู่ห้องทำงานใหญ่ของแบล็กวูดทาวเวอร์
ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ริชาร์ดในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มดูสง่างามกำลังนั่งตรวจเอกสารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความอ่อนล้าจากการรังแกเธอตลอดทั้งคืน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันปานมัจจุราชนั้นดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนคนมองต้องหวาดหวั่น ทันทีที่ได้ยินเสียงก้าวเดินอันเบาบาง เขาก็ละสายตาจากเอกสารในมือ ช้อนสายตาคู่คมสีเทาเข้มขึ้นมองมาที่เธอ
สายตาของเขาพิเคราะห์เรือนร่างสั่นเทาของเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย
"ตื่นแล้วเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นในห้องที่เงียบสงบ "ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะช้ำง่ายกว่าที่ฉันคิดไว้นะอลิซ"
อลิซยืนกำมือแน่นใต้แขนเสื้อที่ยาวคลุมมือ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "คุณ..คุณริชาร์ด เรื่องคุณพ่อ..."
"ฉันเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ" ริชาร์ดตัดบทเสียงเรียบ ก่อนจะยกโทรศัพท์สายในขึ้นมาสั่งงาน "ให้นายแพทย์ใหญ่รายงานอาการของรอยด์เข้ามา"
เพียงไม่กี่วินาที เสียงจากปลายสายของนายแพทย์เจ้าของไข้ก็ดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ "เรียนคุณริชาร์ดครับ คณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและเคลียร์ภาวะแทรกซ้อนให้คุณรอยด์ เวเมนสัน เรียบร้อยแล้วครับ การผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี สัญญาณชีพทรงตัว ตอนนี้ย้ายคนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องพิเศษระดับสูงสุดเรียบร้อยแล้วครับ"
ฟังคำรายงานจบ อลิซเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก หยาดน้ำตาแห่งความโล่งอกไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พ่อของเธอรอดแล้ว... การเสียสละเรือนร่างและศักดิ์ศรีของเธอในคืนที่ผ่านมาไม่ได้ไร้ความหมาย
"ขอบคุณ... ขอบคุณมากค่ะคุณริชาร์ด" อลิซยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา พูดออกไปด้วยน้ำเสียงตื้นตันจากหัวใจ แม้ว่าเขาจะทำร้ายร่างกายเธออย่างโหดร้าย แต่เขาก็รักษาคำพูดเรื่องพ่อของเธอ
ริชาร์ดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกก้าวเดินของเขาสร้างแรงกดดันอันมหาศาลให้อลิซจนเธอต้องก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่ร่างสูงใหญ่กลับขยับเข้ามาประกบชิด รวบเอวบางของเธอไว้และดึงเข้าหาตัว จนแผ่นอกนุ่มนวลปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งของเขา
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เคยโกงใคร และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาโกงฉันด้วย" เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก ปลายลิ้นร้อนลากผ่านแฉกหูเบาๆจนอลิซขนลุกซู่ด้วยความหวาดหวั่น "ฉันให้ชีวิตพ่อของเธอคืนไปแล้ว... ดังนั้น ต่อจากนี้ไป ชีวิตของเธอ ร่างกายของเธอ หัวใจของเธอ หรือแม้กระทั่งลมหายใจของเธอ ก็เป็นของฉันโดยสมบูรณ์"
"เข้าใจแล้วค่ะ" อลิซตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตาอันร้อนแรงและคุกคามคู่นั้น
"เข้าใจก็ดี" ริชาร์ดเชยคางมนของเธอขึ้นมา บังคับให้เธอมองหน้าเขาตรงๆ "เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกแล้วอลิซ เธอจะต้องย้ายไปอยู่ที่คฤหาสน์แบล็กวูด ในฐานะคนของฉัน"
ต่อจากนี้ไปชายรุ่นพ่อตรงหน้าของเธอคือเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเธออย่างแท้จริง
"แล้ว... เรื่องเรียนของฉันล่ะคะ" อลิซถามขึ้นด้วยความหวังอันน้อยนิด เธอเหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวก็จะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
ริชาร์ดแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสงสาร "การเรียนหรอ? เธอคิดว่าคนที่ขายตัวเองให้คนอย่างฉัน จะยังมีเวลาไปนั่งเรียนหนังสือ เหมือนเด็กสาวทั่วไปอย่างนั้นหรออลิซ"
"แต่ฉันอยากเรียนให้จบ..."
"เรื่องนั้นไว้ฉันจะพิจารณาอีกที" เขาตัดบทอย่างไม่แยแส "หน้าที่หลักของเธอในตอนนี้ ไม่ใช่การนั่งเรียนหนังสือ แต่คือการปรนนิบัติฉัน ทำให้ฉันพอใจ และอยู่ภายใต้การควบคุมของฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง"
พูดจบ ริชาร์ดก็ปล่อยมือจากคางของเธอ แล้วเดินไปหยิบเสื้อสูทตัวนอกมาสวมใส่ เขาหันกลับมามองเธออีกครั้งด้วยสายตาเด็ดขาด "มือขวาของฉันจะพาเธอไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมรอยด์เป็นเวลาสามสิบนาที จากนั้นเขาจะพาเธอตรงไปที่คฤหาสน์ อย่าคิดที่จะหนี หรือทำอะไรโง่ๆล่ะอลิซ เพราะผลที่ตามมา มันจะไม่ใช่แค่เธอที่ต้องรับกรรม แต่หมายถึงชีวิตของพ่อเธอด้วย"
คำขู่ที่ไร้ความปรานีทำให้อลิซได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม "ฉันทราบแล้วค่ะ... ฉันจะไม่หนีไปไหน"
ริชาร์ดมองดูท่าทีว่าง่ายนั้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเดินผ่านร่างบางออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้อลิซยืนอยู่เพียงลำพังในห้องกว้างใหญ่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อลิซถูกพาตัวมายังโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาว โดยมีฌอน มือขวาคนสนิทของริชาร์ดคอยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ร่างบางในชุดเดรสสุภาพเรียบร้อยเดินเข้าไปภายในห้องพักฟื้นพิเศษระดับวีไอพี ที่ตกแต่งราวกับห้องพักในโรงแรมหรู
บนเตียงผู้ป่วย ชายวัยสี่สิบเจ็ดปีผู้เป็นพ่อ นั่งอยู่บนเตียงโดยมีสายน้ำเกลือและเครื่องวัดสัญญาณชีพเชื่อมต่ออยู่ สีหน้าของเขาแม้จะยังดูอิดโรยและซีดเสียว แต่แววตากลับสดใสขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าที่เคยอมทุกข์ของคุณพ่อก็ปรากฏรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นทันที
"อลิซลูก..." รอยด์อ้าแขนออกเรียกลูกสาว
"คุณพ่อ!" อลิซวิ่งเข้าไปสวมกอดพ่อของเธอแน่น ซุกใบหน้าลงกับแผงอกของคุณพ่อแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความอัดอั้นตันใจ ความเจ็บปวด และความหวาดกลัวที่เก็บกดไว้ตลอดทั้งคืนทะลักทลายออกมาในอ้อมกอดของชายที่เป็นที่รักที่สุดในชีวิต
"โอ๋ๆ... ไม่ร้องนะลูก ไม่ร้อง" รอยด์ลูบเรือนผมยาวของลูกสาวด้วยความรักและสงสาร "พ่อไม่เป็นอะไรแล้ว หมอบอกว่าการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีมาก... แต่พ่อตกใจมากเลยนะ พ่อตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าเราย้ายมาอยู่ห้องหรูขนาดนี้ แถมหมอบอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลและหนี้สินทั้งหมดให้แล้ว อลิซไปหาเงินมหาศาลขนาดนี้มาจากไหนลูก"
คำถามของคุณพ่อทำให้อลิซชะงักกึก เธอค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอด ปาดน้ำตาบนแก้มออก แล้วพยายามแย้มยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อไม่ให้คุณพ่อจับสังเกตความผิดปกติได้
"คือ... คุณอาริชาร์ดค่ะคุณพ่อ" อลิซโกหกคำโต "คุณอาริชาร์ดทราบข่าวเรื่องที่คุณพ่อล้มป่วยและบริษัทมีปัญหา ท่านก็เลยเข้ามาช่วยเหลือค่ะ ท่านจ่ายค่ารักษาและช่วยเคลียร์เรื่องหนี้สินให้ทั้งหมดเลยค่ะ"
ดวงตาของคุณรอยด์เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและซาบซึ้งใจ "ริชาร์ดหรอ... ริชาร์ด แบล็กวูด น่ะหรอ?"
"ค่ะคุณพ่อ"
"โธ่... ริชาร์ด สมกับเป็นเพื่อนแท้จริงๆ" คุณรอยด์ถอนหายใจออกมาด้วยความตื้นตัน "สมัยวัยรุ่น พ่อกับริชาร์ดเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา ไม่คิดเลยว่าในวันที่พ่อล้มละลายและไม่เหลือใคร ชายคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยกลับเป็นเขา พ่อติดหนี้บุญคุณริชาร์ดครั้งใหญ่หลวงจริงๆ"
อลิซฟังคำพูดของคุณพ่อแล้วได้แต่กลืนน้ำตาลงคอเพื่อนแท้อย่างนั้นหรือ? คุณพ่อคงไม่รู้เลยว่า เพื่อนแท้คนที่คุณพ่อกำลังสรรเสริญอยู่นั้น ได้ยื่นข้อเสนออันป่าเถื่อนแลกเอาเรือนร่างและความสาวของลูกสาวเพียงคนเดียวไปเป็นค่าตอบแทนเรียบร้อยแล้ว
"แล้ว... ริชาร์ดต้องการอะไรเป็นสิ่งตอบแทนไหมอลิซ เงินสิบล้านและหนี้สินอีกมหาศาลขนาดนั้น" รอยด์ถามด้วยความกังวล
"ไม่มีค่ะคุณพ่อ" อลิซรีบปฏิเสธ "คุณอาริชาร์ดบอกว่าทำเพื่อคุณพ่อ แต่ว่าคุณอาริชาร์ดเห็นว่าช่วงนี้บ้านเรากำลังลำบาก และคุณพ่อต้องพักฟื้นอีกนาน ท่านก็เลย... ชวนให้อลิซไปอยู่ที่คฤหาสน์แบล็กวูดสักพักค่ะ เพื่อที่จะได้มีคนดูแลและคอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้"
"จริงเหรอเนี่ย ริชาร์ดนี่ช่างใจดีจริงๆ" รอยด์ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ โดยไม่ระแกะระกายเลยสักนิดถึงความจริงอันโสมมที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากผู้ใจบุญ "ไปอยู่กับอาริชาร์ดก็ดีนะลูก ที่นั่นปลอดภัย และอาริชาร์ดเขาก็มีอำนาจพอที่จะปกป้องลูกจากพวกเจ้าหนี้หน้าเลือดพวกนั้นได้ พ่อค่อยหมดห่วงหน่อย"
"ค่ะคุณพ่อ..." อลิซก้มหน้ารับคำ ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา เวลาสามสิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับร่างของฌอนที่เดินเข้ามาเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบ "คุณอลิซครับ ได้เวลาแล้วครับ คุณริชาร์ดไม่ชอบให้ใครเลท"
"ค่ะ..." อลิซหันไปมองหน้าพ่อของเธออีกครั้ง กุมมือหนาของคุณพ่อไว้แน่น "อลิซต้องไปแล้วนะคะคุณพ่อ คุณพ่อต้องตั้งใจพักฟื้นและทำตามที่หมอบอกนะ อลิซจะหาเวลามาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆค่ะ"
"ดูแลตัวเองดีๆนะลูกอลิซ ขอบใจลูกมากนะที่อดทนเพื่อพ่อ" คุณรอยด์ลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก
อลิซตัดใจหันหลังเดินออกจากห้องพักฟื้น ทันทีที่ประตูห้องปิดลง หยาดน้ำตาที่พยายามสะกดข่มไว้ก็ไหลรินลงมาอีกครั้ง เธอเดินตามฌอนลงไปยังรถตู้คันหรูสีดำสนิทที่ติดฟิล์มมืดมิด ชายชุดดำสองคนเปิดประตูให้เธอขึ้นไปนั่งภายใน
รถยนต์คันหรูค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าสู่ชานเมืองอันเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์แบล็กวูด อลิซทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ภาพตึกสูงและผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระค่อยๆลับหายไป เปลี่ยนเป็นทิวทัศน์ของป่าไม้และกำแพงสูงใหญ่ที่ล้อมรอบอาณาเขตหลายร้อยไร่
ประตูเหล็กดัดขนาดใหญ่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นคฤหาสน์ทรงยุโรปโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางสวนสวย ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับดูเงียบสงบ มีการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่นด้วยชายชุดดำที่ยืนประจำการอยู่ทุกจุด
"ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์แบล็กวูดครับคุณอลิซ" ฌอนเปิดประตูรถให้เธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ที่นี่คือบ้านหลังใหม่ของคุณ และเป็นสถานที่ที่คุณต้องปฏิบัติตามกฎของคุณริชาร์ดอย่างเคร่งครัดครับ"
