ตอนที่ 21 สืบเรื่องนางไปถึงไหนแล้ว
“นั่นมันแม่นางเฟิงเหยามิใช่หรือขอรับ หรือว่านางจะเป็นสายสืบจากแคว้นอื่นจริงๆ”
ฟู่เหย่มองตามสายตาผู้เป็นนาย สตรีนางนั้นกำลังวิ่งไปมาทำบางสิ่งอยู่หน้าเตาหลอมกลางดึก
“สืบเรื่องนางไปถึงไหนแล้ว”
“คาดว่าจะได้ข้อมูลครบวันมะรืนขอรับ สายของเราบอกว่าข้อมูลนางน้อยมาก แต่ก็มั่นใจว่าเป็นคนแคว้นชิงไห่หนานจริงๆ”
“เป็นคนแคว้นชิงไห่หนาน ก็มิได้หมายความว่านางจะไม่ได้ทำงานให้แคว้นอื่น”
“ท่านแม่ทัพหมายความว่านางเป็นกบฏ ขายข้อมูลให้แคว้นอื่นเช่นนั้นหรือ ทะทะโทษประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะขอรับ”
ฟู่เหย่เอ่ยพลางกลืนน้ำลาย เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และมีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก ถึงเช่นนั้นเพราะอำนาจและเงินทองก็หวานเสียจนทำให้ผู้คนหลงผิด ซูอันเพ่ยมองนางอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันหลังกลับไป เพราะเช่นไรที่นี่ก็ไม่มีข้อมูลอะไรสำคัญให้ต้องเป็นกังวล เขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางจะทำอันใดได้
“อื้ม! ใช้ได้”
หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยความพอใจ หลังเทน้ำเหล็กลงแม่พิมพ์หล่อที่นางทำไว้ก่อนแล้วเช่นกัน ตอนนี้นางยังคิดไม่ออกว่าจะตรวจสอบเช่นไรว่าส่วนผสมที่หลอมได้มีคุณภาพหรือไม่ แต่ดูจากน้ำเหล็กแล้วแตกต่างจากของที่หวั่นโรวหลอมออกมามาก จึงคาดว่าคุณสมบัติคงต่างกัน เพราะมีสิ่งเจือปนเยอะจากทรายเหล็กที่ได้จากการถลุง ทำให้มีสเลกหรือสิ่งเจือปนมาก ปัญหาใหญ่ต่อจากนี้คือร่างกายที่บอบบางและแขนที่ไร้เรียวแรง หากจะให้ตีเหล็กเคาะสิ่งเจือปน คงใช้เวลาไปหลายวันเป็นแน่
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน”
เพราะเกรงว่าหากมีคนผ่านไปมาบังเอิญเห็นคงมิดีแน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นและรอจนน้ำเหล็กเย็นก็แกะแบบ และเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับไปนอน หญิงสาวใช้เวลาทำไปหลายชั่วยาม จนรู้ตัวอีกทีไม่กี่เค่อตะวันก็จะโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว นางใช้ผ้าพันดาบในมือไว้และค่อยๆย่องกลับที่พักตนเอง
“ผู้ใดน่ะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังหญิงสาว ร่างบางหยุดชะงักทันที ไม่กล้าแม้แต่หันหลังไปดู กลัวว่าจะถูกจับได้เสียก่อน คนผู้นั้นเดินอ้อมนางมาที่ด้านหน้า หญิงสาวจึงยิ้มกว้างตอบกลับไปเมื่อรู้ว่าเป็นผู้ใด และไม่ลืมที่จะซ่อนดาบเอาไว้ที่ด้านหลัง
“แม่นางเฟิงเหยานั่นเอง เช้าตรู่ถึงเพียงนี้เจ้ามาทำอันใดที่โรงหลอม ยังมิถึงเวลาเข้างานเลยด้วยซ้ำ”
“ท่านลุงหลัวเกานั่นเอง ข้าขยันเจ้าค่ะ รู้สึกนอนไม่หลับจึงได้ออกมาเดินเล่น ยืดเส้นยืดสาย”
หญิงสาวพยายามหาข้อแก้ตัว
“เดินเล่นไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
“ออกกำลังกายน่ะเจ้าค่ะ เห็นทหารออกกำลังทุกเช้าข้าเองก็อยากแข็งแรงด้วยเช่นกัน”
“แล้วด้านหลังเจ้ามันคืออันใด เหตุใดต้องคุมผ้าเอาไว้เช่นนั้น เจ้าขโมยของในโรงหลอมหรือ”
หลัวเกาเอ่ยพลางชี้ไปที่หญิงสาวอย่างจับสังเกต หญิงสาวรีบปฏิเสธทันทีด้วยใบหน้ารนราน นางโกหกผู้ใดเป็นที่ไหนกัน
“เป็นเศษเหล็กที่ทิ้งแล้วเจ้าคะ ข้าเห็นมันไม่ได้ใช้งานจึงเอามาพันผ้าไว้ ค่อยยกออกกำลังเช่นนี้ไงเจ้าคะ ข้าจะได้มีกล้ามแขนใหญ่ๆงามๆเหมือนท่านลุงอย่างไรล่ะเจ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยพลางทำท่าทียกออกกำลังกายให้หลัวเกาดู
“เจ้านี้แปลกเหมือนที่ผู้อื่นว่าจริงๆ เป็นสตรีก็อยากมีหมัดกล้ามเหมือนบุรุษด้วย เช่นนั้นเจ้าออกกำลังไปเถิด ข้าไปเตรียมตัวก่อน”
“เจ้าค่ะๆ เชิญเจ้าค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยพลางยกมือโบกลาหลัวเกา เมื่อเห็นว่าไปจนสุดสายตาแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ โชคดีที่ท่านลุงไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับโรงหลอมเสียเท่าไหร่ วันๆทำหน้าที่ขนฟืนเหมือนกับนางเพราะอายุมากแล้ว
“หากชอบ…”
ตุบ!
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นที่ด้านหลังจนร่างบางตกใจล้มลงไปนั่งที่พื้นทันที
“หากชอบออกกำลังเสียขนาดนั้น ต่อไปนี้ทุกเช้าก็ตื่นมาวิ่งพร้อมเหล่าทหารกล้าช่วงยามเหมาเป็นเช่นไร”
“ท่านแม่ทัพ!”
จูเฟิงเหยาเอ่ยออกมาเมื่อเงยหน้าแล้วพบว่าเป็นผู้ใด
