ตอนที่ 2 มีวาสนาได้สมรสกับเชื้อพระวงศ์
"แม่มาวันนี้เพราะมีเรื่องจะบอกเจ้า ถึงแม่เจ้าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่พูดก็เถิด แต่นี้ก็นับว่าเจ้ามมีวาสนา อีกสี่วันต่อจากนี้จวนตระกูลเจียงของเราจะมีงานมงคล เนื่องด้วยความดีที่ท่านปู่ของเจ้าเคยทำไว้เพื่อแคว้น คิดค้นอาวุธให้กับกองทัพได้ ฝ่าบาทถึงให้คำมั่นว่าบุตสาวตระกูลเจียงจะสามารถสมรสกับเชื้อพระวงศ์ได้หนึ่งคน แต่บุตรสาวที่เกิดในตระกูลถึงมีกว่าสี่คน ก็มิมีผู้ใดเต็มใจแต่งเข้าไป"
"เดี๋ยวนะ คุณกำลังพูดอะไร"
หญิงสาวชะงักมือที่กำลังนำขนมเข้าปาก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ คำพูดของจูเฟิงเหยาดูฟังไม่เข้าไปจึงทำให้เยี่ยนถิงไม่ได้แปลกใจอันใด
"เหยาเออร์ของแม่มีสาวนาได้สมรสกับเชื้อพระวงศ์ เขาไม่รังเกียจที่เจ้าเป็นเช่นนี้"
"โห~ ชายผู้นี้ใจกว้างนัก ฉันเป็นบ้ายังไม่รักเกียจ เขาเป็นถึงองค์ชายเชียวนะ" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ
"นั้นเพราะว่าลูกสาวแม่งดงาม แท้จริงแล้วเป็นเพราะเจ้างามถึงเพียงนี้หรือไม่ สวรรค์จึงทำให้เจ้าสติเลอะเลือนเช่นนี้ หากเจ้าเข้าวังไปแล้ว อาจจะมีหนทางที่ทำให้เจ้ารักษาหายได้ เจ้าต้องอดนทนหน่อยนะเป็นสนมย่อมต้องระวังตัวและลำบากไม่ต่างกับแม่ องค์ชายสิบสามมีสนมทั้งหมดสิบสามคน ถึงตอนนี้เจ้าคงมิลำบากมาก"
"โห~ สิบสามคน! มีเอาไปถมที่มั้งเนี้ย สร้างทีมฟุตบอลได้ทั้งทีมเชี่ยวนะ"
"โห~ นี่ฉันจริงๆหรือ งดงามเช่นนี้เชี่ยว หากอยู่ในโลกเก่าคงเป็นดาราแนวหน้าได้สบายๆเลยนะเนี้ย"
หญิงสาวเอ่ยพรางมองตนเองในกระจกทองแดงหลังอาบน้ำเสร็จแล้ว ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งรั้นเข้ากับใบหน้า ปากบางอมชมพูแตกเล็กน้อยเนื่อด้วยดูแล้วคงไม่เคยบำรุงเป็นแน่ ดวงตากลมโต ไหนจะขนตางอนยาวนี้อีก ขนาดนี้คงไม่ต้องติดขนตาแล้วกระมัง
"ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งบ้าทั้งสติเลอะเลือน แล้วองค์ชายบ้ากามอะไรนั้นยังอยากเอาไปเป็นสนม"
เฮ้อ~
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเอือกใหญ่ ชันเข่าขึ้นแล้วนั่งกอดตนเองอิงกับกำแพงไม้ เนื่องด้วยที่นี่สกปรกเกินไปที่จะนอน และนางเองก็เหนื่อยเกินไปที่จะทำความสะอาดตอนนี้ด้วย เอาไว้เรื่องต่างๆอีกทั้งเรื่องปวดหัวไว้ค่อยคิดหาทางพรุ่งนี้แล้วกัน อากาศทั้งหนาวและเงียบหมีเพียงแสงจากตะเกียงที่ทำให้ที่ให้เสียงสว่าง พาใจให้คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองก่อนมาอยู่ที่นี่
หญิงสาวอุทานออกมาเสียงดังพรางลุกขึ้นพลวดด้วยความตกใจ
"ถมที่อะไร ฟุดฟุดอะไร หรือว่าเจ้าเจ็บที่ใด"
เยี่ยนถิงเองก็ตกใจกับท่าทีของบุตรสาวเช่นกัน
"ฉันไม่แต่งเจ้าค่ะ ฉันแต่งไม่ได้ ท่านรีบไปบอกคนผู้นั้น เอ่อ....เรียกพ่อหรือ นั้นแหล่ะๆ ปฏิเสธท่านพ่อเดี๋ยวนี้เลยนะคะ"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่ายังดันหลังเยี่ยนถิงให้ออกไปจากเรือนอีกด้วย แค่เรื่องที่ต้องแต่งงานกับใครไม่รู้ หญิงสาวก็ไม่มีทางอยู่แล้ว ต้องไปเป็นสนมคนที่สิบสามอีก เปิดมาซะดูเป็นคนดีที่ไม่ถือสาสตรีสติเลอะเลือน ที่แท้ก็บ้ากามนี่เอง
"เดี๋ยวสิเหยาเออร์เจ้าอาการหนักขึ้นหรือไม่ เหตุใดแม่ฟังเจ้าพูดไม่เข้าใจ"
"ข้ามิมีวันแต่ง และไม่วันแต่งกับคนบ้ากาม มัวเมาสตรีเช่นนั้นแม้กระทั่งกับคนบ้า เชิญท่านพ่อหาบุตรสาวคนอื่นเลยค่ะ จะ...เจ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยจบก็ปิดประตูขังตนเองไว้และเดินเข้าเรือนตนเองด้วยความโมโห เห็นว่านางบ้าก็จะให้นางแต่งกับใครก็ได้ ปัดความรับผิดชอบรับเคราะห์แทนอย่างนั้นหรือ แต่งกับบุรุษมักมากเช่นนั้นสู้แต่งกับขอทานข้างทางยังดีเสียกว่า ใบหน้างามยับยู่ยี่ด้วยความโกรธ ผ่อนลมหายใจออกมาเสียงดังให้ตนเองใจเย็นกับรื่องที่พึ่งได้ยินเมื่อสักครู่
กลางฤดูสารทอากาศเริ่มเย็นลงมาแล้ว ค่ำคืนเช่นนี้ลมหนาวเริ่มพัดผ่าน อาภรณ์ที่ทั้งบางและขาดเช่นนี้ไม่รู้ว่ากลางดึกจะทนได้มากเท่าใด ร่างบางลุกขึ้นเดินไปทางตุ่มน้ำเพราะอยากล้างหน้า ก่อนจะตกใจสะดุ้งเมื่อเห็นเงาสะท้อนใบหน้าตนเอง ใบหน้าดำคล่ำไปด้วยฝุ่นและดินโคน เหมือนกับว่าเอาหน้าไปคุกดินที่พื้นอย่างไรอย่างนั้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงยิ่ง ฟูฟ่องกว่าสิงโตเสียอีก หากนี่ไม่ใช่ตัวนางคงคิดว่าเห็นผีเสียอีก ใบหน้างามก้มดมตนเองก่อนจะเบียงหน้าหนี เมื่อกลิ่นเปรี้ยวและสาบตีหน้าขึ้นมา คนรักสะอาดเช่นนี้นางในโลกเก่ารู้สึกรังเกียจร่างนี้อย่างบอกไม่ถูก แต่ก็นะสตรีบ้าถูกขังในนี้ผู้เดียวไม่มีคนดูแล สภาพจะกลายเป็นเช่นนี้ก็มิแปลก ต้องสงสารร่างนี้ด้วยซ้ำที่ต้องเจอกับเรื่องเช่นนี้ เยี่ยนถิงมารดาของร่างนี้ก็นับว่ารักบุตรสาวมิน้อย เมื่อสักครู่สกปรกขนาดนี้ยังมิรังเกียจ อีกทั้งคำพูดที่เอ่ยก่อนหน้านี้ก็เต็มไปด้วยความรักจริงๆ
"ข้านอนสภาพนี้ไม่ได้จริงๆ"
ซ่า~
หญิงสาวเอ่ยจบก็รีบเปลื่องอาภรณ์ออกและเทน้ำราดตนเองทันที คราบดำจากน้ำที่ชะล้างร่างกายทำเอาหญิงสาวอยากอาเจียน หากนี้คือตัวนางจริงๆนับว่าตนเองสกปรกที่สุดในชีวิตจริงๆ
