แขกไม่ได้รับเชิญกับกลิ่นอายของศัตรู
หลังจากเหตุการณ์ "ทิวลิปสีแดง" เมื่อวันก่อน ร้านบุษบาเสี่ยงทายดูจะอบอวลไปด้วยความประหม่าที่มากกว่าปกติ คุณพราวมักจะเผลอจ้องมองไปที่ประตูร้านบ่อยครั้งอย่างไม่รู้ตัว ช่อดอกทิวลิปที่ภูผามอบให้ถูกจัดวางไว้ในแจกันแก้วเจียระไนอย่างดีบนเคาน์เตอร์ส่วนตัวของเธอ มันทำหน้าที่เหมือนเครื่องเตือนใจถึงสายตาคมกริบและคำพูดรุกหนักของชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คนนั้น
กรุ๊งกริ๊ง...
เสียงระฆังลมดังขึ้นอีกครั้ง หัวใจของคุณพราวกระตุกวูบ เธอรีบปั้นยิ้มหวานเตรียมจะทักทายคนที่เธอ 'คาดหวัง' ว่าจะเป็นเขา แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ภูผา แต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาภูมิฐาน ใบหน้าหล่อเหลาแบบสะอาดสะอ้านและแว่นตาทรงเสน่ห์ที่ดูคุ้นตา
"พราว... ไม่เจอกันนานเลยนะ" ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"พี่ 'ธันวา'?" คุณพราวอุทานเบาๆ เขาคือรุ่นพี่ที่เคยสนิทสนมกันสมัยเรียนและหายหน้าไปต่างประเทศหลายปี "กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ทำไมไม่บอกพราวล่วงหน้าเลย"
"เพิ่งถึงเมื่อวานครับ และที่แรกที่พี่นึกถึงก็คือร้านดอกไม้ของคุณพราว" ธันวายิ้มอย่างอ่อนโยนพลางเดินสำรวจร้าน "พราวยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะ ร้านนี้สวยมาก... สวยเหมือนเจ้าของเลย"
บรรยากาศการรื้อฟื้นความหลังกำลังดำเนินไปอย่างนุ่มนวล ธันวาพยายามชวนคุณพราวคุยถึงวันเก่าๆ และดูเหมือนเขาจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าการกลับมาครั้งนี้มีจุดประสงค์มากกว่าแค่มาเยี่ยมเยียนรุ่นพี่รุ่นน้อง ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อประตูร้านถูกผลักเข้ามาอีกครั้งอย่างแรงกว่าปกติ
"สงสัยวันนี้ผมจะมาช้าไปหน่อย เพราะดูเหมือนคุณนายพราวจะมี 'แขกพิเศษ' อยู่แล้ว"
เสียงทุ้มเข้มที่คุ้นเคยดังขัดจังหวะ ภูผายืนพิงกรอบประตูร้านด้วยท่าทางมาดกวน แววตาของเขาที่เคยมองคุณพราวด้วยความขี้เล่น บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นชายหนุ่มคนอื่นยืนอยู่ใกล้ชิดกับ "เป้าหมาย" ของเขา ภูผาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทั้งคู่ทันทีโดยไม่รอคำเชิญ
"สวัสดีครับคุณภูผา" คุณพราวรีบเอ่ยทักเพื่อลดความตึงเครียด "นี่พี่ธันวา รุ่นพี่ของพราวเองค่ะ... พี่ธันคะ นี่คุณภูผา ลูกค้าประจำของร้านเราค่ะ"
"ลูกค้าประจำ?" ภูผาทวนคำพลางเลิกคิ้วมองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้า "น่าเสียดายนะครับคุณพราว เพราะวันนี้ผมไม่ได้อยากเป็นแค่ลูกค้า ผมตั้งใจจะมาชวนเจ้าของร้านไปทานมื้อกลางวันด้วยกัน... ไม่ทราบว่าคุณรุ่นพี่จะขัดข้องไหมครับ?"
ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของภูผา "ผมคงห้ามไม่ได้หรอกครับถ้าพราวเขาเต็มใจไป แต่พอดีเรากำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่ คุณลูกค้าอาจจะต้องรอสักหน่อยนะครับ"
สงครามประสาทขนาดย่อมเกิดขึ้นกลางร้านดอกไม้ที่แสนสงบ ภูผาแค่นหัวเราะเยาะเขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคุณพราวอย่างจงใจประกาศอาณาเขต มือหนาเอื้อมไปหยิบใบไม้แห้งชิ้นเล็กๆ ออกจากเส้นผมของเธออย่างถือวิสาสะ ท่าทางนั้นทำเอาคุณพราวหน้าแดงก่ำและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
"คุยเรื่องสำคัญเหรอครับ? เรื่องสำคัญของคุณพราวก็คือเรื่องของผมเหมือนกัน" ภูผาหันไปบอกธันวาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูคุณพราวให้ได้ยินกันแค่สองคน "ถ้าพราวไม่ไปทานข้าวกับผม ผมจะเหมาดอกไม้ทั้งร้านนี้ไปโปรยทิ้งที่หน้าปากซอย ให้คนรู้กันไปเลยว่าผม 'หวง' เจ้าของร้านขนาดไหน"
"คุณภูผา! อย่ามาพาลนะคะ" คุณพราวถลึงตาใส่ แต่หัวใจกลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอไม่เคยเจอใครที่แสดงออกว่า 'หึง' ได้อย่างหน้าด้านๆ และทรงพลังเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน
"ผมไม่ได้พาล ผมแค่ไม่อยากแบ่งเวลาของคุณให้ใคร... แม้แต่รุ่นพี่หน้าไหนก็ตาม"
ท่ามกลางสายตาที่จ้องเขม็งของชายหนุ่มสองคน คุณพราวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดอกไม้ที่ถูกพายุสองลูกพัดเข้าหาพร้อมกัน ลูกหนึ่งคือน้ำนิ่งไหลลึกอย่างธันวา และอีกลูกคือพายุคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างอย่างภูผา... และดูเหมือนว่าหัวใจของเธอ จะเริ่มเอนเอียงไปหาพายุที่ชื่อภูผาเสียแล้วสิ
