มื้อกลางวันอันตรายกับแผนการรุกฆาต
บรรยากาศภายในร้านบุษบาเสี่ยงทายตึงเครียดจนแทบจะเห็นกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านระหว่างดวงตาของชายหนุ่มทั้งสองคน คุณพราวยืนกอดอกมองสลับไปมาระหว่างธันวาที่พยายามส่งยิ้มสุภาพแต่แฝงไปด้วยนัยยะ กับภูผาที่ยืนทำหน้ายักษ์ถมึงทึงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อรุ่นพี่ของเธอให้ได้
"คุณภูผาคะ พราวว่าคุณใจเย็นๆ ก่อนนะคะ พี่ธันเขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศ เราแค่คุยกันตามประสาคนรู้จัก..." คุณพราวพยายามใช้เสียงที่อ่อนที่สุดเพื่อสงบศึก
"คุยกันนานแล้วครับพราว ตอนนี้มันถึงเวลาทานข้าวของผมกับคุณแล้ว" ภูผาพูดตัดบทพลางเดินเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของเธออย่างถือสิทธิ์ ท่าทางรุกหนักและไม่ยอมคนของเขาทำให้ธันวาต้องขยับแว่นสายตาด้วยความไม่พอใจ
"คุณภูผาครับ ผมว่าการกระทำแบบนี้มันไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะครับ พราวเขายังไม่ได้ตกลงว่าจะไปกับคุณเลย" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
ภูผาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพลางแค่นหัวเราะ "สุภาพบุรุษน่ะผมเป็นครับ... แต่ผมเป็นกับคนที่ผม 'อยากเป็น' ด้วยเท่านั้น ส่วนกับคู่แข่งทางธุรกิจหรือทางหัวใจ ผมมักจะใช้สัญชาตญาณเสือมากกว่า" เขาหันไปหาคุณพราวแล้วลดน้ำเสียงลงให้ทุ้มนุ่มจนคนฟังใจสั่น "จะไปทานข้าวกับผมดีๆ หรือจะให้ผม 'อุ้ม' ออกไปประกาศหน้าปากซอยว่าคุณเป็นคนของผมกันแน่ครับพราว?"
คุณพราวหน้าร้อนผ่าว เธอรู้ดีว่าคนอย่างภูผา 'พูดจริงทำจริง' และถ้าเธอไม่ยอมไปมื้อกลางวันนี้ ร้านดอกไม้ของเธออาจจะกลายเป็นเวทีประลองกำลังที่โด่งดังที่สุดในย่านนี้แน่ๆ เธอจึงจำใจหันไปหาธันวา "พี่ธันคะ... พราวต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวเรื่องงานเราค่อยคุยกันวันหลังนะคะ วันนี้พราวมีนัดกับลูกค้า... เอ่อ... คุณภูผาแล้วจริงๆ ค่ะ"
ธันวาทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ยอมถอย "ก็ได้ครับพราว พี่เข้าใจ... ไว้พี่จะแวะมาใหม่นะ"
ทันทีที่ธันวาเดินออกจากร้านไป ภูผาก็ไม่ได้มีท่าทางอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงกุมข้อมือคุณพราวไว้แน่นพลางจ้องเขม็ง "รุ่นพี่เหรอ? มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ามันไม่ได้อยากเป็นพี่ชายคุณ"
"คุณภูผา! คุณไม่มีสิทธิ์มาหึงหวงพราวแบบนี้นะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน" คุณพราวพยายามบิดข้อมือออกแต่กลับถูกรวบไปชิดกับอกแกร่งของเขามากกว่าเดิม
"ยังไม่ได้เป็น... แต่ผมกำลังทำให้ 'เป็น' อยู่ไงครับ" ภูผาก้มลงมาหาจนจมูกของเขาเกือบจะชนกับจมูกของเธอ กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นดอกไม้ในร้านทำให้คุณพราวเริ่มเคลิ้มจนเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ "ผมเตือนไว้ก่อนนะพราว ผมน่ะไม่ใช่ดอกไม้ที่ประดับแจกันไว้นั่งดูสวยๆ แต่ผมคือหนามกุหลาบ ใครที่คิดจะมาแตะต้องดอกไม้ของผม... มันต้องเจ็บตัวกันบ้าง"
ภูผาพาคุณพราวเดินไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่จอดเด่นอยู่หน้าร้าน เขาเปิดประตูให้เธออย่างเอาใจแต่ก็ยังแฝงความบังคับอยู่ในที มื้อกลางวันในร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่หรูหราถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอไม่มีทางปฏิเสธได้ ตลอดมื้ออาหาร ภูผาไม่ได้พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่อง 'เรา' เขาคอยตักอาหารให้ คอยเช็ดมุมปากให้ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนจากเสือร้ายเป็นแมวขี้อ้อนจนคุณพราวปรับตัวไม่ถูก
"คุณทำแบบนี้บ่อยไหมคะ? จีบผู้หญิงด้วยการบังคับแบบนี้น่ะ" คุณพราวถามขณะจิบน้ำเพื่อแก้เขิน
ภูผาวางช้อนลงแล้วจ้องตาเธอด้วยความจริงจัง "ไม่เคยครับ... คุณเป็นคนแรก และจะเป็นคนเดียวที่ผมยอมเสียเวลา 'ลงทุน' ทั้งกายทั้งใจขนาดนี้" เขาเอื้อมมือมาเกาะกุมมือของเธอไว้บนโต๊ะ "พราวครับ... เลิกมองผมเป็นแค่ลูกค้าเสียทีได้ไหม? เปิดใจให้ผู้ชายคนนี้เข้าไปอยู่ในสวนดอกไม้ของคุณบ้างเถอะ"
คำสารภาพที่มาพร้อมกับสายตาเว้าวอนทำเอาคุณพราวใจอ่อนยวบ เธอเริ่มรู้สึกว่ากำแพงที่ชื่อ 'คุณนาย' กำลังถูกทำลายลงอย่างสิ้นซากด้วยเสน่ห์เหลือร้ายของชายหนุ่มตรงหน้า แต่ลึกๆ ในใจเธอก็ยังหวั่นว่าความรักที่พุ่งพล่านราวกับพายุของเขา จะยั่งยืนเหมือนความหมายของดอกไม้ที่เธอจัดให้เขาไปหรือเปล่า?
"พราว... จะพยายามดูค่ะ" เธอตอบเบาๆ พร้อมรอยยิ้มขวยเขิน ซึ่งนั่นคือชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดของภูผาในรอบปี
