บท
ตั้งค่า

EP 5 : เอาตัวเข้าแลก

ตอนที่ 5 : เอาตัวเข้าแลก

บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงัดเมื่อฉันตัดสินใจเดินเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้เรื่อง แต่มีผลกระทบต่อฉันเป็นอย่างมาก จะให้ฉันเดินหนีออกไปได้ยังไงกันเพราะถ้าฉันตัดสินใจเดินออกไปก็เท่ากับว่ายกบ้านหลังนี้และที่ดินผืนน้อยเพื่อใช้หนี้ให้น้าดาวกับตะวัน

"เมื่อกี้ว่าไงนะ" หนึ่งในชายฉกรรจ์ชุดดำถามย้ำอีกครั้งทั้งที่ได้ยินเต็มสองรูหู

"ฉันไม่มีทางยกที่ดินให้ใคร ไม่มีทางที่พวกแกจะเอาที่ดินของฉันไปได้ จะไม่มีเอกสารมอบอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น"

"หึ แกมั่นใจแล้วใช่ไหมที่จะพูดแบบนี้"

เพียงแค่น้ำเสียงก็ทำให้หัวใจดวงน้อยรู้สึกหวั่น อันที่จริงฉันไม่ใช่คนกล้าท้าทายอำนาจสักเท่าไหร่แต่ต้องปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่กลัว แต่พอเห็นแววตาและสีหน้าของทุกคนทำให้ฉันเริ่มรู้สึกหวั่น จนตอนนี้กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนหันเหสายตามาทางฉันพร้อมกับก้าวเดินตรงมาที่ฉันอย่างใจเย็น ทำให้สมองสั่งไปที่เท้าเรียวเล็กให้ก้าวถอยหลังอัตโนมัติ

"อีโง่" ดาวตะคอกขึ้นมาเมื่อลูกเลี้ยงโยนไม้ฟืนเข้าไปในกองไฟให้ไฟลุกหนักกว่าเดิม

"อย่าเข้ามานะ!"

"ถ้าแกไม่เซ็นมอบอำนาจแบบมีชีวิต ก็เหลือแค่ไม่มีชีวิตน่ะสิ"

"แต่เรื่องพวกนี้ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ฉันไม่รู้เรื่องด้วย ทำไมแกไม่จัดการคนที่ก่อเรื่องนี้ล่ะ"

"เอ้าอีลูกเวร มึงกำลังโยนภาระให้กูงั้นเหรอ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว พวกคุณก็จัดการมันเอาเองล่ะกัน ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก ที่ดินเป็นชื่อมัน" ดาวอาศัยจังหวะเพื่อหลบหลีกอย่างเห็นแก่ตัว

"เดี๋ยว!"

ทุกคนหยุดเข้าหามีนตราและหันมามองทางหญิงวัยกลางคนที่พยายามจะหนี

ฉันถึงกับพ่นลมออกจากปากอย่างโล่งอกที่หันไปสนใจน้าดาว และจ้องมองคนกลุ่มนั้นไม่วางตา ในเมื่อก้าวขาเข้ามาวุ่นวายแล้วคงเดินออกไปไม่ได้อีกแล้ว

ดาวถึงกับชะงักฝีเท้าและหันมามองกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำด้วยความหวาดผวา และเหลือบมองมีนตรา

"เท่าที่ดูบ้านหลังนี้ไม่มีของมีค่าอะไรให้แลกเป็นเงินได้ อีกอย่างโฉนดที่ดินนั้นก็ขายได้ไม่พอกับจำนวนเงินที่มึงกู้ไป มึงต้องหาของมีค่ามาแลกเป็นเงิน"

"พวกฉันไม่มีของมีค่าหรอกจ้ะ" ดาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่น และเหลือบมองลูกเลี้ยงอีกครั้ง

"งั้นฉันยกลูกสาวให้เสี่ยเจ้านายพวกคุณได้ไหมจ๊ะ"

"น้าดาว!" ฉันเรียกชื่อแม่เลี้ยงออกมาสุดเสียง ความโมโหกำลังปะทุ มือเรียวเล็กกำหมัดแน่นเพราะสิ่งที่น้าดาวพูดนั่นคือขายฉันแลกกับการใช้หนี้

หนึ่งในชายฉกรรจ์หันกลับมามองฉัน และคราวนี้ไม่ได้มองแค่ที่หน้าแต่มองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า สายตานั้นกำลังพินิจพิจารณาทำให้ฉันรู้สึกหวาดผวาไม่น้อย

"ลูกของมึงก็ไม่แย่ แต่จะคุ้มกับหนี้ไหมต้องรอนายกูอนุมัติอีกที" พอได้มองรูปร่างหน้าตาแบบพินิจพิจารณาก็เห็นถึงความสวยแบบหาที่ติไม่ได้

"ไม่นะ ฉันไม่ขายตัวให้เสี่ยหรือให้นายพวกแกเป็นอันขาด"

"ถ้ามึงไม่ขายที่ดินที่มึงรักนักรักหนาก็ให้เขาไปซะ"

"แต่เรื่องนี้น้าดาวกับตะวันเป็นคนก่อนะจ๊ะ ทำไมถึงตกมาที่มีนล่ะ"

"กูรำคาญ!"

เสียงที่ดังกังวานทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก และเม้มปากเข้าหากันแน่นเพื่อข่มความกลัว ฉันได้แต่ยืนนิ่งและใช้ความคิด

แชะ

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นทำให้รู้ว่ามีคนถ่ายรูปฉันเพราะโทรศัพท์เครื่องหรูหันมาทางฉันและคนที่ถ่ายก็จิ้ม ๆ กด ๆ เหมือนกำลังส่งรูปที่ถ่ายให้ใคร ใบหน้าหวานส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวันเพราะถ้าทางนั้นเอาตัวฉันไปใช้หนี้นั่นแปลว่าชีวิตฉันก็ตกนรกทั้งเป็น

นอกจากที่ดินจะถูกยึดแล้ว ร่างกายของฉันที่แสนบริสุทธิ์ก็ต้องแปดเปื้อนไปด้วย

"ฉันไม่ยอมเด็ดขาด ไม่ยอมเอาตัวเองไปใช้หนี้"

"มึงจะยอมให้ที่ดินของพ่อกับแม่มึงถูกยึดงั้นเหรออีมีน"

"แต่เรื่องทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับมีนเลยนะจ้ะ" อยู่ ๆ น้ำเสียงก็สั่นขึ้นมาเพราะความกลัวถาโถมใส่ไม่หยุด

"มึงทำตัวให้ดี ไม่แน่มึงอาจได้ทั้งเสี่ยเลี้ยงและที่ดินของพ่อแม่มึงก็ไม่หายไปไหน"

"ก็ใช่สิ น้าดาวไม่ใช่แม่มีนนิ จะทำยังไงกับมีนก็ได้"

"กูไม่อยากฟังคำพร่ำเพ้อของพวกมึง จะใช่ลูกหรือไม่ใช่แม่อะไรพวกกูไม่สนใจ ถ้าไม่ยอมโอนโฉนดเป็นชื่อนายของกู มึงก็เตรียมตัวตายได้เลย และไม่ใช่แค่มึง แต่รวมถึงมึงด้วย" ชายฉกรรจ์ประกาศก้าวและชี้นิ้วไปที่หญิงวัยกลางคนก่อนจะชี้มาที่เด็กสาว

มีนตรายืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก เห็นปืนสีดำเงาวับเหน็บอยู่ข้างเอวผู้ชายทั้งสี่คนยิ่งทำให้เกิดอาการหวาดกลัว

"เอาไปเลยจ้ะ เอาที่ดินไปได้เลย"

คำพูดนั้นไม่ได้ออกมาจากปากฉันแต่ออกมาจากปากของแม่เลี้ยงฉันเอง

"ไม่ได้" ฉันรีบพูดแทรกทันควัน

"งั้นมึงก็เอาตัวใช้หนี้"

มือเรียวเล็กกำหมัดแน่นกับคำพูดของแม่เลี้ยงใจร้าย ไม่มีทางเลือกอื่นเลยสุดท้ายฉันก็เสียทั้งสองอย่างอยู่ดี ถ้าฉันไม่เอาตัวเข้าแลกที่ดินก็ต้องหลุดไปอยู่ในมือคนอื่น แล้วถ้าฉันเอาตัวเข้าแลกสุดท้ายคนพวกนี้ก็จะตุกติกเอาที่ดินของฉันไปอยู่ดี

"มึงไปเอาเอกสารมา และเตรียมหมึกปั๊มมือมาด้วย ในเมื่อพวกมันยึกยักนักก็ให้มันปั๊มลายนิ้วมือมอบอำนาจแบบไม่มีลมหายใจ"

คำพูดของชายฉกรรจ์ทำให้ฉันหันขวับไปมองทันที แรงกดดันเพิ่มมากกว่าเดิม และยิ่งตอนนี้คนที่ถูกออกคำสั่งกำลังเดินออกไปเอาของ ส่วนอีกคนใช้มือจับที่กระบอกปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยที่ยังไม่ได้ชักออกมา บอกกาย ๆ ว่าทุกคนจะทำจริง

"อึก" น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ได้ไหลออกมาอาบสองข้างแก้ม ดวงตาแดงก่ำมองผู้คนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่พร่ามัว พลางส่ายหน้าเป็นพัลวันเมื่อคนที่เดินออกไปก่อนหน้านี้ได้เดินเข้ามาพร้อมด้วยปึกเอกสารและตลับหมึกสีน้ำเงิน มือเรียวเล็กเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าลวก ๆ

"ไปจับพวกมัน"

"ปล่อยกูนะเว้ย กูไม่รู้เรื่องโฉนดเป็นของอีมีนคนเดียว"

"ปล่อยนะ" ฉันพยายามดิ้นสุดแรงเมื่อถูกล็อกตัวโดยที่แขนทั้งสองข้างของฉันถูกไขว้หลังไว้อีกทั้งยังถูกกดไว้แน่นจนไม่สามารถขยับได้ แม่เลี้ยงก็โดนเหมือนกับฉัน

"มึงแค่เอาตัวเองให้เสี่ยจะเล่นตัวอะไรนักหนาอีมีน" ดาวยังไม่หยุดพูดเพราะกลัวตายจนหวาดผวาขึ้นสมอง

"อึก" มีนตราพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้

ครืด ครืด...

เสียงโทรศัพท์ของใครบางคนดังขึ้นเปรียบเสมือนดั่งเสียงสวรรค์ที่ทำให้ฉันได้พักหายใจ

"ครับนายใหญ่"

ดวงตากลมโตจ้องมองปฏิกิริยาของคนที่รับโทรศัพท์ เปิดรูหูให้กว้างเพื่อรับฟัง เหมือนปลายสายกำลังพูดอะไรบางอย่างเพราะคนที่ยืนอยู่พูดแค่ตอบรับแบบนอบน้อม แต่ไม่นานเจ้าของโทรศัพท์ก็ได้เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงหลังจากพูดคุยกันจบ

ฉันได้พักหายใจไม่กี่นาทีก็ต้องมาอยู่ในอาการหวาดผวาอีกครั้งเมื่อชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

"นายกูใจดีเลยยื่นข้อเสนอมาให้มึงได้ตัดสินใจ"

"อะไร"

"มอบอำนาจเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินและหาเงินส่วนต่างจำนวนห้าแสนมาคืนภายในวันนี้พวกมึงก็จะรอด"

มีนตราส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบ มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะหาเงินตั้งห้าแสนมาในวันเดียว นอกจากจะเสียที่ดินแล้วยังต้องหาเงินมาเพิ่มอีก แค่ทุกวันนี้เงินห้าร้อยยังหาได้ยาก ฉันไม่มีปัญญาหาเงินได้ขนาดนั้น

"ละ แล้วอีกทางเลือกล่ะ" ฉันถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

"ใช้ตัวไถ่หนี้และขัดดอก"

"นานแค่ไหน"

"คนที่จะตอบได้มีแค่นายใหญ่เท่านั้น"

"....." ฉันเม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อได้ฟังคำพูดของชายฉกรรจ์ แววตากลับมาพร่ามัวอีกครั้งเพราะทั้งสองทางเลือกไม่มีอะไรดีสักอย่าง ดวงตาที่สั่นระริกปรายตามองแม่เลี้ยงด้วยความเกลียดชัง

"กูให้เวลามึงกับแม่คิดห้านาที พวกกูจะรออยู่ข้างนอก"

"อีโง่ จะสบายมึงยังไม่รู้ตัวอีก หรือมึงจะตายเป็นผีเฝ้าสมบัติอยู่ที่นี่"

"หุบปากสักทีได้ไหมจ้ะ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะน้าดาวนั่นแหละ" เพราะความเหลืออดทำให้มีนตราตวาดใส่แม่เลี้ยง

"อีมีน!" ดาวโมโหจนอยากจะเข้ามาตบหน้ามีนตรา แต่ถูกยื้อตัวไว้ด้วยชายฉกรรจ์เลยไม่สามารถเข้ามาตบลูกเลี้ยงได้

มีนตราสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อระงับอารมณ์ รีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานและกลับมาจดจ้องชายฉกรรจ์ที่อยู่ตรงหน้า

"ถ้าฉันเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ จะมีโอกาสได้โฉนดที่ดินคืนใช่ไหม"

"....."

ไร้ซึ่งคำตอบจากสิ่งที่ฉันถาม ทำให้หัวใจดวงน้อยตกไปที่ตาตุ่ม และฉันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างบีบบังคับจนต้องตัดสินใจ

"ก็ได้ ฉันจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ แต่ฉันขออย่างหนึ่งถ้าหนี้หมดแล้วขอโฉนดคืน"

"คนที่จะตัดสินใจได้มีแค่นายใหญ่...เอาตัวมันขึ้นรถ" หนึ่งในชายฉกรรจ์ตอบเด็กสาวก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"มึงฉลาดมากอีมีน"

มีนตราตวัดสายตามองแม่เลี้ยงด้วยความเกลียดชังก่อนจะถูกกระชากตัวไปทางหน้าบ้าน

"เดี๋ยว" ฉันร้องท้วงเมื่อออกมาจนถึงรถตู้คันหรู

"ระหว่างที่ฉันไปใช้หนี้ ให้ไล่ทุกคนออกจากบ้านหลังนี้ ถือซะว่าเจ้านายของพวกคุณไม่อนุญาตให้ใครอยู่ที่นี่ จะเอาทรัพย์สินอันไหนไปขายก็ได้ แต่ขออย่าทิ้งรูปวันตายพ่อกับแม่ฉัน"

ชายฉกรรจ์ที่ลากมีนตราออกมาไม่ได้ให้คำตอบรับแต่พยักหน้าให้คนอื่นจัดการตามที่เด็กสาวต้องการ

มีนตราหันไปมองบ้านหลังเก่าของตัวเองอีกครั้ง นัยส์ตาเห่อร้อนขึ้นคลอเบ้า ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ในเมื่อฉันต้องตกนรกทั้งเป็น ฉันจะดึงคนที่เกี่ยวข้องตกนรกเหมือนกัน ต่อจากนี้บ้านหลังนี้จะไม่มีสองแม่ลูกอยู่อีกต่อไป

...ถ้ามีโอกาสฉันจะกลับมาบ้านหลังนี้

"พ่อจ๋า แม่จ๋า อยู่รอมีนที่นี่นะ มีนสัญญาว่าจะกลับมา มีนจะเอาทุกอย่างกลับมาเป็นของเราถึงแม้วิธีที่มีนจะเอาคืนมานั้นมันต้องขายศักดิ์ศรีก็ตาม"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel