บท
ตั้งค่า

EP 4 : หนี้หลักล้าน

ตอนที่ 4 : หนี้หลักล้าน

"อีลูกเนรคุณ คิดเหรอว่ากูจะปล่อยให้มึงไปแจ้งตำรวจ อีโง่"

"อ๊ะ" มีนตราร้องออกมาเสียงหลงเมื่อถูกเหวี่ยงอย่างแรงจนล้มลงกระแทกพื้นภายในห้องนอนของตัวเองด้วยฝีมือของน้องชายต่างแม่ ใบหน้าหวานเงยมองสองแม่ลูกด้วยสายตาไม่พอใจแต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ประตูห้องของฉันถูกปิดทำให้ฉันรีบลุกขึ้นแต่ก็ไม่ทัน

ปัง ปัง ปัง

กำปั้นเล็ก ๆ ทุบที่ประตูจนเกิดเสียง เพื่อให้คนด้านนอกเปิดประตู ปกติแล้วประตูห้องนอนของฉันจะล็อกจากด้านในถ้ามีคนอยู่ในห้อง แต่คราวนี้คนที่อยู่ด้านนอกกำลังล็อกแม่กุญแจทำให้ฉันเปิดประตูออกไปไม่ได้

"น้าดาวปล่อยมีนนะ มีนบอกให้ปล่อย"

"มึงอยากพูดจาไม่เข้าหูกูเอง กูจะบอกอะไรให้นะอีมีน ถ้ามึงตายไปซะคนยังไงที่ดินผืนนี้ก็ต้องเป็นของกูอยู่วันยังค่ำ มึงควรรักกูให้มาก ๆ ที่ไม่ฆ่ามึงตั้งแต่วันนี้"

คำขู่ของแม่เลี้ยงดังเข้ามาในห้องแบบชัดถ้อยชัดคำ ฉันพยายามกระชากประตูแต่ก็ไม่เป็นผล พยายามใช้มือทุบประตูจนเสียงดังแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าประตูจะถูกเปิดออก

"ถ้ามึงยังไม่สงบปาก รับรองว่ามึงได้เป็นเมียกูแน่...พี่สาวที่น่ารักของตะวัน"

คำขู่ของน้องชายต่างแม่ทำให้มีนตราหยุดชะงักและหวาดผวา

"มึงพูดอะไรกับมันไอ้ตะวันทำไมมันเงียบไป"

"แค่ขู่นิด ๆ หน่อย ๆ จ้ะแม่ ไปทำทุนกันต่อเถอะ ยังไงวันนี้ต้องได้คืน"

ฉันได้ยินเสียงของสองคนแม่ลูกพูดคุยกันและไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของทั้งสองคนที่เดินห่างออกไป ฉันพยายามทุบประตูจนมือแดงแต่ก็ไร้วี่แววที่สองคนนั้นจะเปิดประตูให้ ร่างเล็กทรุดตัวนั่งลงพิงกับประตูห้องเพื่อใช้ความคิดและนึกย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้น หวั่นใจเกี่ยวกับโฉนดที่ดินของพ่อ

"เมื่อไหร่มีนจะหลุดพ้นคนพวกนี้สักที ทำไมเวรกรรมไม่จัดการคนบาปพวกนี้ ทำไมโลกถึงใจร้ายพรากแต่คนดี ๆ ออกจากชีวิตมีน"

ฉันไม่รู้เลยว่าโฉนดที่ดินที่อยู่ในห้องตัวเองถูกขโมยไปตั้งแต่ตอนไหน ด้วยที่กลางวันก็ไปรับจ้างทำงาน พอมืดก็กลับมาที่บ้าน เลยไม่ทันได้สังเกตว่าของสำคัญถูกขโมยไปและยังไปทำเรื่องไม่ดีอีก ถ้าวันนี้ฉันไม่ยืนฟังสองแม่ลูกพูดคุยกันก็คงไม่รู้ว่าสองคนนั้นเลวระยำกับฉันขนาดนี้

——————-

ตกดึก...

"เสียอีกแล้วนะแม่" เสียงของตะวันร้องท้วงออกมาเสียงดังเมื่อภาพบนหน้าจอโทรศัพท์บ่งบอกอย่างชัดเจนว่ารอบนี้เสียเงินไปเท่าไหร่ และตั้งแต่จับพี่สาวต่างแม่เข้าห้องไปก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้ทุนคืน มีแต่เสียกับเสียจนตอนนี้ยอดหนี้พุ่งทะยานไปเก้าแสนกว่าแล้ว

"มันให้กู้หนึ่งล้านไม่ใช่เหรอ มึงกู้มาให้ครบ เดี๋ยวกูจะเอาคืน"

"แม่พูดแบบนี้มาเป็นสิบรอบแล้วนะ"

"มึงจะกลัวอะไร ตอนที่ได้มึงก็รักกู ทีตอนนี้เสียมึงจะเกลียดกูหรือไง กูเป็นแม่มึงนะไอ้ตะวัน"

"แต่ถ้าเราไม่มีจ่ายก็ไม่มีบ้านอยู่นะแม่"

"มึงคิดว่ากูจะปล่อยที่ดินกับบ้านให้คนอื่นจนตัวเองไม่มีที่ซุกหัวนอนหรือไง"

"แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนหาจ่ายคืนหนี้เป็นล้าน" ตะวันเริ่มหน้าเสียเพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยจับเงินแสนเงินล้าน และมั่นใจว่าแม่ไม่มีทางมีเงินใช้หนี้จำนวนมหาศาลนี้แน่

"มึงเชื่อฝีมือกู" ดาวยังคงมั่นใจในตัวเอง และสั่งให้ลูกชายสุดรักจัดการเพิ่มเครดิตเงินด้วยจำนวนยอดที่เหลือจนตอนนี้ยอดหนี้กู้ยืมทะลุไปหนึ่งล้านบาท

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...

"อีฉิบหาย แม่งโกงกูหรือเปล่าวะ" ดาวสบถคำหยาบออกมาด้วยอารมณ์โมโหเมื่อเล่นจนเงินหมดไร้วี่แววจะได้เงินคืน อีกทั้งยังกู้เต็มจำนวนเงินที่ทางแอปพลิเคชันให้กู้แล้ว สายตาที่เกรี้ยวกราดมองไปทางลูกชายตัวเองที่เดินออกมาจากห้องพร้อมกับถือกระเป๋าผ้าใบใหญ่ออกมาด้วย

"มึงจะไปไหนไอ้ตะวัน"

"จะออกไปอยู่กับเพื่อน แม่ก็อยู่กับนังมีนไปนะ ฉันไม่อยากโดนจับหรอกจ้ะ เขาว่ากันว่าพวกนายทุนมันโหด"

"แต่มึงเป็นคนสอนกูเล่นนะ คิดจะทิ้งแม่ในไส้มึงงั้นเหรอ"

ครืด ครืด...

เสียงโทรศัพท์แผดเสียงดังทำให้สองแม่ลูกสะดุ้งโหยง ทันทีเมื่อเห็นเป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามากลางดึกทั้งสองคนไม่กล้ารับสาย

"มึงอย่าคิดหนี ลงเรือลำเดียวกันแล้วมึงจะหนีไปไหนไม่ได้"

"โอ๊ย! ฉันบอกให้แม่หยุดแล้วแต่แม่นั่นแหละไม่หยุดเอง ฉันไปล่ะไม่เอาด้วยหรอก เกิดพวกนั้นมากระทืบยันบ้านจะทำไง แม่รับหน้าแทนละกัน" ตะวันรีบเดินหนีออกจากบ้านพร้อมกับถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ไปด้วยท่าทางร้อนรน ทุกคนรู้ดีว่าพวกทำเว็บพนันพวกให้กู้เงินมันมีข้อมูลลูกหนี้ทั้งหมด เชื่อว่าไม่เกินพรุ่งนี้เช้าคนของเว็บพนันต้องมาถึงบ้าน และเบอร์แปลกที่โทรเข้ามากลางดึกไม่จำเป็นต้องเดาก็รู้ว่าโทรมาจากไหน

ด้วยที่มีการทำสัญญากู้ยืมแบบออนไลน์จำเป็นต้องใส่ข้อมูลทั้งหมดและรอตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลจริงถึงจะทำการกู้ได้ บัตรประชาชนทุกใบ สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักค้ำประกันอย่างโฉนดที่ดิน ทุกอย่างต้องเป็นเอกสารตัวจริง

"ไอ้ตะวัน ไอ้ลูกทรพี มึงกล้าทิ้งกูงั้นเหรอ" ดาวยังคงโวยวายไม่หยุด กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาลูกชาย แต่ตะวันรีบบิดคันเร่งรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าหนีแม่แท้ ๆ ของตัวเองอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถวิ่งตามทัน

เสียงที่โหวกเหวกโวยวายทำให้มีนตราสะดุ้งตื่นเมื่อเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และได้ยินเสียงด่าทอของน้าดาวแว่วเข้ามาในหู ราวกับว่าแม่ลูกขัดผลประโยชน์กัน

"เกิดอะไรขึ้น เสียงรถเครื่องของตะวันนิ" ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่เอะใจที่เสียงรถมอเตอร์ไซต์ของตะวันจะดังขึ้นกลางดึก แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเพราะมีเสียงด่าทอของน้าดาวออกมาด้วย

ครืดด...

ฉันรีบลุกไปลากเก้าอี้มาตรงช่องระบายอากาศที่สามารถมองเห็นคนที่อยู่หน้าบ้านได้ ขึ้นไปยืนมองสถานการณ์ทันทีทำให้เห็นน้าดาวเดินเข้าบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด กระฟัดกระเฟียด แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์นี้ได้

"หรือว่าน้าดาวเล่นเสีย" หัวใจดวงน้อยตกไปที่ตาตุ่ม ฉันไม่ได้แคร์แม่เลี้ยงแต่นึกถึงโฉนดที่ดิน

"ไม่มีทาง มีนไม่มีทางให้ที่ดินผืนสุดท้ายของเราต้องตกไปอยู่ในมือใครก็ไม่รู้ มีนไม่ยอม ที่ดินนั้นเป็นของมีน มันเป็นชื่อมีน จะไม่มีใครเอาไปได้"

มีนตราก้าวลงจากเก้าอี้และพยายามไปเปิดประตูอีกครั้ง ในเมื่อคนที่ขู่ฉันออกไปแล้วฉันน่าจะรับมือกับแม่เลี้ยงของตัวเองได้อยู่ มือเรียวเล็บเจ็บแสบไปทั้งสองมือแต่ก็ต้องกัดฟันและพยายามเปิดประตูออกจากห้องนี้ไปให้ได้ ดวงตากลมโตมองไปรอบห้องเพราะถ้าใช้มือไม่มีทางเปิดประตูได้แน่

"แท่งเหล็ก"

เหมือนจะมีความหวังเพราะฉันมีแท่งเหล็กไว้ในห้อง แค่คิดเอาไว้ป้องกันตัวเองเผื่อมีคนบุกเข้ามาตอนหลับ และไม่คิดว่าจะได้ใช้มันเพื่อพาตัวเองออกจากห้องนี้

ปึง ปึง

ท่ามกลางความเงียบงันภายในบ้านแต่มีนตรายังไม่หลับใหล และพยายามใช้แท่งเหล็กมางัดประตูเพื่อเปิดออก

ช่วงเช้าของวันใหม่

ปึก

"ได้แล้ว" ความพยายามไม่เคยทรยศ เมื่อฉันงัดประตูออกมาได้สำเร็จ และตลอดทั้งคืนที่ตะวันขี่มอเตอร์ไซด์ออกไปก็ยังไม่ได้ยินเสียงขี่กลับมา อีกทั้งยังไม่ได้ยินเสียงของแม่เลี้ยง

มีนตราวางแท่งเหล็กไว้ข้างประตูและปิดประตูอย่างเบามือแต่แล้วต้องหยุดชะงักเมื่อมีรถตู้คันหรูสีดำขับเข้ามาในช่วงเช้าตรู่ ฉันรีบวิ่งไปหลบตรงมุมของบ้านทำให้คนที่เข้ามาไม่เห็นว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ประตูรถตู้ที่ค่อย ๆ เปิดออก ทำให้เห็นผู้ชายร่างกายกำยำสวมชุดดำตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก้าวเดินลงจากรถ รูปพรรณสัณฐานดูดีแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว อีกทั้งยังไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มาถึงสี่คนและทุกคนก็สวมชุดสีดำทั้งหมด

"ใครมาหาน้าดาว"

"อย่าเก่งแต่มุดหัวอยู่ในรู ถ้าไม่ออกมากระสุนพร้อมกระจายเข้าบ้านมึงทันที"

เสียงที่น่ากลัวแพร่กระจายไปรอบบ้านจนฉันสะดุ้งเฮือกและรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ขนาดฉันยืนหลบอยู่ตรงมุมของบ้านยังได้ยินเสียงชัดแจ๋ว

"อย่าบอกนะว่าเป็นพวกทวงหนี้" ฉันค่อย ๆ ย่องไปให้ใกล้กว่าเดิม มองผู้คนกลุ่มนั้นที่บุกเข้าไปในบ้านอย่างถือวิสาสะ และชะเง้อมองแม่เลี้ยงที่ยังไม่ออกมา

"หรือว่าที่ตะวันขี่รถเครื่องออกไปตอนดึกเพราะเล่นจนหมดตัวและเป็นหนี้งั้นเหรอ"

จังหวะที่กำลังคิดทำให้ดวงตากลมเบิกโพลงโตเพราะถ้าน้าดาวกับตะวันเล่นเสียจนเจ้าหนี้มาหาถึงบ้านนั่นแปลว่าโฉนดที่ดินก็อาจถูกยึด

"ออกมาแล้วจ้ะ ฉันเข้าห้องน้ำอยู่น่ะ ว่าแต่มีอะไรกันเหรอมากันซะเยอะเชียว" ดาวรีบเดินออกมาด้วยสีหน้าเจื่อน ทั้งที่ได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอดหน้าบ้านตั้งแต่แรกแล้วแต่ทำปั้นหน้าไม่รู้เรื่อง

"ทำอะไรไว้ย่อมรู้ดี คิดเหรอว่าไม่รับสายพวกกูแล้วมึงจะรอด"

"เมื่อคืนเล่นจนเหนื่อยก็เผลอหลับไปเลยจ้ะ ขอโทษนะฉันจะรีบหามาใช้" ดาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่น

"หนึ่งล้านบาทภายในหนึ่งวันมึงหามาได้หรือเปล่า ถ้าได้พวกกูจะรอ"

ฉันถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินยอดเงิน ดวงตากลมโตเบิกกว้างแบบไม่อยากจะเชื่อเพียงคืนเดียวน้าดาวกับตะวันเป็นหนี้ถึงหนึ่งล้านบาท

"อะไรกันหนึ่งวันใครจะหาทัน"

"ถ้าหาไม่ทันก็เตรียมเอกสารเพื่อไปเปลี่ยนชื่อโอนย้ายโฉนด"

"เอ่อ...โฉนดไม่ใช่ชื่อฉันหรอกจ้ะ เป็นชื่อลูกเลี้ยงของฉันน่ะ"

ลูกน้องของไทเลอร์แหวกเสื้อสูทออกทำให้เห็นกระบอกปืนสีดำเงาที่เหน็บอยู่ข้างเอวให้ลูกหนี้ได้เห็น และคนอื่นก็ทำเช่นเดียวกัน

"อย่าคิดมาตุกติกกับพวกกู ถ้าเป็นของลูกเลี้ยงมึงก็ไปเอาตัวมันมาและจัดการเอกสารมอบอำนาจให้เรียบร้อย ยังไงซะตอนนี้โฉนดที่ดินก็อยู่ที่นายกูแล้ว ถ้าลูกมึงไม่เซ็นแบบมีชีวิตก็เตรียมตัวเซ็นแบบไร้ลมหายใจได้เลย"

"ได้จ้ะ เดี๋ยวฉันไปตามลูกเลี้ยงมาให้นะ" ดาวพูดตะกุกตะกักและเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอว

"ฉันไม่ยอม" มีนตราเดินเข้าไปในบ้านและพูดเสียงดังด้วยความมั่นใจ ฉันไม่มีทางยอมเซ็นใบมอบอำนาจเพื่อยกที่ดินผืนนี้ให้คนอื่นเด็ดขาด

สายตาของชายฉกรรจ์หันมองมาทางหญิงสาวตัวเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มเป็นตาเดียวกันเมื่อได้ยินเสียงค้านดังแทรกเข้ามา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel