EP 3 : ผีพนัน
ตอนที่ 3 : ผีพนัน
ขบวนรถตู้สีดำคันหรูขับเคลื่อนมาจอดด้านหลังตึกกาสิโน โดยในขบวนรถมีรถเก๋งแบรนด์ยุโรปที่จอดบริเวณทางเข้าพอดิบพอดีบ่งบอกว่ารถยนต์คันนี้เป็นรถของคนสำคัญ เมื่อรถจอดเทียบทางเข้าจนนิ่งสนิทแล้วแต่คนด้านในยังไม่ลงมาต้องให้ลูกน้องชายชุดดำสำรวจโดยรอบเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย และเมื่อทุกอย่างอยู่ในความสงบ ลูกน้องที่ยืนอยู่ใกล้ประตูของรถยนต์คันหรูเปิดประตูด้านคนนั่งเพื่อให้คนด้านในลงมา ทันทีที่ประตูเปิดออกลูกน้องต่างก้มหัวให้ทำความเคารพ
รองเท้าหนังสีดำเงาวับแตะพื้นและดันตัวเองออกมาจากด้านในรถเก๋งคันหรูเพื่อยืนเต็มความสูง เจ้าของร่างกายกำยำอวดโฉมต่อหน้าลูกน้องทุกคนและปรายตามองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้าคมคายไม่มีใครคาดเดาได้ว่ามีความรู้สึกเช่นไร อีกทั้งร่างกายกำยำที่น่าเกรงขามสวมเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมลงสามเม็ดจนเห็นแผงอกแกร่งเคียงคู่มาพร้อมกับกางเกงขายาวสีดำตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าคุมโทนสีดำทั้งหมด
บุหรี่ราคาแพงถูกยื่นมาบริเวณริมฝีปากหนาให้คาบไว้ และจัดการจุดสูบให้เสร็จสรรพโดยที่เจ้านายหนุ่มไม่ต้องเอ่ยปาก
มือหนาจับบุหรี่ราคาแพงเมื่อสูดความเย็นของมันสู่ปอดและพ่นควันขาวคลุ้งออกมาอย่างสบายใจก่อนจะเดินเข้าไปด้านในของกาสิโน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหนักแน่น
ตึก ตึก ตึก
ทันทีที่มาถึงโซนด้านในของกาสิโนสายตาคมกริบกวาดมองบรรยากาศรอบ ๆ มองผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้ามาเสี่ยงดวง
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท
"ทุกอย่างปกติทั้งหมดครับนายใหญ่" เคนตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อม
"แล้วระบบออนไลน์" คิ้วหนาเลิกขึ้นหนึ่งข้างเป็นเชิงคำถามและปรายตามองลูกน้องคนสนิท
"ระบบออนไลน์เป็นไปด้วยดีครับ ยิ่งตอนนี้มีเงินทุนให้เล่นก่อนผู้คนยิ่งเพิ่มขึ้นครับ"
"ดี และถ้าใครไม่มีปัญญาจ่ายก็ลงไปจัดการยันบ้านได้เลย เอาทรัพย์สินพวกมันไปขายเพื่อใช้หนี้ที่พวกมันก่อ และอย่าลืมดูหลักฐานที่ใช้ค้ำประกันก่อนให้กู้เงิน กูไม่ชอบพวกตุกติกเล่นแง่"
น้ำเสียงที่จริงจังเอ่ยบอกลูกน้องพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่มีใครลงทุนให้เงินฟรี ๆ ทุกการลงทุนต้องได้ผลตอบแทนไม่ว่าสิ่งนั้นจะต้องแลกด้วยชีวิต หลากหลายครอบครัวที่ต้องพังเพราะการพนัน ข้าวของพวกนั้นถูกแปรสภาพเป็นเงินเพื่อชดใช้หนี้ น้ำตาของผู้คนมากมายที่เขาพบเห็นแต่ไม่ได้ทำให้ไทเลอร์เห็นใจ ในเมื่ออยากเสี่ยงก็ต้องรับผลในความโลภของตัวเองให้ได้
"ครับนายใหญ่"
"แล้วไอ้เวรสองตัวนั้นเข้ามาที่กาสิโนบ้างหรือเปล่า"
"คุณโรมันไม่ว่างครับ ส่วนคุณเจโฮปไม่ได้เข้ามาหลายวันแล้วครับ"
"คงติดผู้หญิงทั้งสองตัว" ไทเลอร์ส่ายหัวและยกยิ้มมุมปากกับเพื่อนทั้งสองคน สายตาคมสอดส่องไปทั่วกาสิโนอีกครั้งเพื่อตรวจความเรียบร้อย เท้าแกร่งเดินไปตามทางที่เป็นพื้นที่ของบ่อนกาสิโนเพื่อตรวจความเรียบร้อยอย่างละเอียด มองกลุ่มหิวเงินที่กำลังเล่นอย่างสนุกสนาน และบางคนก็เกิดอาการหัวเสียที่ตัวเองพ่ายแพ้
...พอได้เห็นสีหน้าและแววตาสิ้นหวังของคนโลภ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ฉายขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"เอาเงินไปให้มัน" สายตาคมจับจ้องไปที่ชายคนหนึ่งที่เหมือนสิ้นหวัง
"แต่เราให้มันยืมไปเกือบแสนแล้วนะครับ" ลูกน้องบอกกล่าว
"มันมีอะไรมาค้ำประกัน"
"ที่ดินจังหวัดโคราชสองไร่ครับ"
"คุ้มที่จะเสีย เอาเงินให้มันไป แต่ถ้าเสียอีกมึงเตรียมเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินผืนนั้นเป็นชื่อกูได้เลย"
"ครับนายใหญ่"
ไทเลอร์จ้องมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองลูกน้องของตัวเองที่กำลังถือเงินจำนวนหนึ่งไปยื่นให้ชายผู้สิ้นหวัง ทันทีที่ชายผู้นั้นเห็นเงินก้อนใหญ่ยื่นมาให้ถึงกับตาลุกวาว แต่แล้วก็เหมือนบอกปัดจนลูกน้องมองมาทางไทเลอร์ เจ้าของร่างกายกำยำไม่รอช้าเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนผู้นั้นมองใบหน้าที่สิ้นหวังสลับกับเงินก้อนโต
"ไม่คิดจะต่อทุนหน่อยเหรอไง เงินก้อนนี้อาจเปลี่ยนชีวิต"
"ผมไม่อยากเป็นหนี้มากไปกว่านี้แล้วครับ"
"งั้นเหรอ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้กูล่ะถ้ามึงไม่ลงทุนต่อยอด" น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอกและจ้องมองใบหน้าชายวัยกลางคนราวกับต้องมนต์สะกด จนเห็นแววตาหวั่นไหวในแววตาสิ้นหวังคู่นั้น
"กูให้เวลามึงคิดหนึ่งชั่วโมง ถ้าอยากต่อยอดก็บอกลูกน้องกู แต่ถ้าไม่ก็เดินออกไปแล้วกลับเอาเงินมาคืนกูเพื่อแลกกับโฉนดที่ดินที่มึงให้กูไว้เป็นหลักค้ำประกัน"
ไทเลอร์บอกทิ้งท้ายและเดินออกห่างชายวัยกลางคน แต่เมื่อหันหลังเท่านั้นรอยยิ้มร้ายกาจก็ได้ฉายขึ้นมาบนใบหน้าคมคาย ร้อยทั้งร้อยคนที่มีความโลภก็มักจะรับข้อเสนอที่เต็มไปด้วยความหวัง
"คอยรายงานกู"
"ได้ครับนาย"
ร่างสูงเดินเข้าห้องทำงานและไม่ลืมสั่งลูกน้องจับตาดูชายวัยกลางคนคนนั้น ทันทีที่เข้ามาในห้องทำงานของแก๊งซึ่งแบ่งโต๊ะแบ่งโซนกันอย่างชัดเจน ทำให้ไทเลอร์เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง หย่อนร่างกายกำยำลงบนเก้าอี้หนังราคาแพงและหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดและสูบอีกครั้ง แผ่นหลังแกร่งเอนกายพิงกับพนักพิงราวกับรอเวลา...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับจ้องมองลูกน้องที่เดินเข้ามาหา
"มันแพ้ครับ เงินก้อนนั้นหมดแล้วครับ"
"หึ เอาตัวมันลงไปชั้นใต้ดิน เตรียมเอกสารให้พร้อม ให้มันเซ็นมอบอำนาจทุกอย่างซะแล้วที่เหลือมึงก็จัดการ พรุ่งนี้กูต้องเห็นใบโฉนดเป็นชื่อกู"
"ครับนาย"
ไทเลอร์ระบายยิ้มเจ้าเล่ห์กับพื้นที่ทำเลทองที่ได้มาด้วยราคาที่แสนถูก แต่จะโทษใครไม่ได้นอกจากทำตัวเอง สายตาคมกริบหันกลับมาจับจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่มีชายวัยกลางคนกำลังถูกลูกน้องลากตัวลงไปยังชั้นใต้ดิน ภาพการอ้อนวอนและน้ำตากลายเป็นภาพที่คุ้นตา
"โง่" คำด่าสั้น ๆ ออกมาจากปากไทเลอร์
สองอาทิตย์ต่อมา
ณ บ้านของมีนตรา
สองแม่ลูกก้มหัวเล่นแต่โทรศัพท์อย่างบ้าคลั่งทั้งวันทั้งคืนไม่คิดจะทำอะไรเลย ขนาดจะกินข้าวยังต้องเรียกลูกเลี้ยงให้ยกมาวางไว้ที่โต๊ะ และกินไปก้มหน้าเล่นไป ดวงตากลมโตมองสองแม่ลูกอย่างเอือมระอาเพราะไม่อยากมีปากเสียงเลยจำใจยอมทำให้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสีหน้าตึงเครียดบวกกับอารมณ์ฉุนเฉียวที่ทั้งสองคนโต้ตอบกัน
"เล่นอะไรของมึงวะไอ้ตะวัน"
"แม่นั่นแหละเล่นอะไร ห่วยแตกชิบ"
"ก็วันนี้มันไม่เข้ามือกูมึงจะให้กูทำยังไง"
"ไม่เข้ามือมาเป็นอาทิตย์แล้วแม่ เล่นหมดไปเป็นแสน"
ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด
"หมดเป็นแสนเลยงั้นเหรอ" ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงกับคำว่าหลักแสนที่น้องชายต่างแม่พูดขึ้น ฉันเข้ามาบริเวณหน้าบ้านพอดีและบังเอิญได้ยินไม่ได้ตั้งใจแอบฟังแต่อย่างใด ฉันมั่นใจเลยว่าครอบครัวของเราไม่มีเงินหลักแสนและไม่มีทางที่แม่เลี้ยงจะมีเงินหลักแสนเพื่อเอามาสุรุ่ยสุร่าย แล้วทำไมถึงมีเงินหลักแสนมาเล่นพนันออนไลน์ได้ ความอยากรู้ก่อเกิดแต่ก็ไม่อยากถามเลยยืนอยู่แถวนั้นเพื่อฟังทั้งสองคนพูดคุยกัน
"ก็ไหนมึงบอกว่ากู้ได้เป็นล้านไง"
"มันก็ใช่แต่ควรได้กำไรมากกว่ากู้ไปเรื่อยแบบนี้ ถ้าเกิดมีปัญหาขอไม่ยุ่งด้วยนะ ไม่เอาหรอกหนี้ก้อนโต"
"หลักล้านเลยงั้นเหรอ" หนักกว่าหลักแสนก็คือจำนวนเงินที่เป็นหลักล้าน นี่มันคือการหลอกลวงให้คนติดพนันหรือเปล่า ให้เงินมาเล่นและสุดท้ายพอแพ้ก็กลายเป็นหนี้หัวโต แล้วทำไมทางนั้นถึงยอมให้คนเล่นกู้เงินได้เป็นล้านใช้อะไรเป็นหลักประกัน ถ้าเกิดนักพนันชิ่งหนีขึ้นมาล่ะ อีกอย่างสองคนนี้ก็ไม่ได้ออกไปเล่นที่ไหนนอกจากที่บ้าน ทางนั้นจะรู้ได้ยังไงกัน
"แม่เล่นเสียอีกแล้ว"
"มึงเอาไปเล่นซิไอ้ตะวัน" ดาวโยนโทรศัพท์ไปที่ลูกชายทันทีเมื่อเห็นยอดที่ตัวเองเล่นเสีย
"ไม่เอาหรอก ตอนนี้ปาไปห้าแสนแล้ว ถ้าเสียอีกแม่ก็โยนความผิดให้ฉันอะดิ ไม่เอาอะเผลอ ๆ ที่ดินของพ่อไม่พอใช้หนี้" ตะวันหลุดปากออกมาเมื่อไม่อยากรับผิดชอบในสิ่งที่ก่อไว้
คำพูดนั้นทำให้ฉันทนแอบฟังต่อไปไม่ได้เพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันรักและหวงมาก
"ที่ดินของพ่ออะไรกันจ้ะ ที่ดินของพ่อเกี่ยวอะไร ตะวันพูดหมายความว่าไง น้าดาวทำอะไรกับที่ดินของพ่อ"
"โอ้ยอีนี่ ถามเป็นอีลูกชั่งซักเหลือเกิน มึงไม่ต้องเสือกอีมีน ออกไปทำงานแล้วหาเงินมาให้กู" ดาวทำสีหน้าหงุดหงิดที่ลูกเลี้ยงเข้ามาวุ่นวาย และถลึงตาโตใส่ลูกชายที่พลาดพลั้งปากออกมาจนมีนตราได้ยิน
"มีนไม่ไปจ้ะ ต้องรู้ให้ได้ว่าน้าดาวทำอะไรกับที่ดินของพ่อ" ฉันยืนกรานที่ต้องรู้ความจริงให้ได้ ฉันไม่เคยเข้ามาวุ่นวายกับสองคนแม่ลูกนี้เลย แต่ที่ฉันต้องเข้ามายุ่งเพราะสิ่งที่สองคนแม่ลูกกำลังพูดคุยกันมันเกี่ยวกับฉันโดยตรง ความรู้สึกกำลังบอกฉันว่ามีอะไรแปลก ๆ ดวงตากลมโตจ้องมองน้องชายต่างแม่ และแม่เลี้ยงโดยไม่ละสายตาไปไหน
"กูก็แค่ยืมโฉนดพ่อมึงไปเป็นหลักค้ำประกันก็เท่านั้นมึงจะอะไรนักหนา" สีหน้าของดาวเรียบเฉยแบบไม่ทุกข์ร้อนอะไร
"น้าดาวว่าไงนะ น้าดาวไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ แล้วโฉนดที่ดินก็อยู่ในห้องมีน..." มีนตราหยุดชะงักในคำพูดของตัวเองเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของแม่เลี้ยงและน้องชายต่างแม่
"อย่าบอกนะว่าเปิดห้องมีนไปเอาโฉนดที่ดิน"
"แม่ก็แค่ยืมมาเป็นหลักค้ำประกันเฉย ๆ เองพี่มีน ไม่เห็นต้องตกใจทำเหมือนที่ดินมันจะหายไปอย่างนั้นแหละ กระดาษแผ่นเดียวจะอะไรนักหนา"
"จริงว่ะไอ้ตะวัน กระดาษแผ่นเดียวจะเป็นจะตาย มึงก็ยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ใครจะมาเอาที่ดินพ่อมึงไปได้กูก็แค่ยืม"
"มีนจะไปแจ้งความ เอาตำรวจมาจับให้หมด"
สองแม่ลูกหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำขู่ของมีนตรา ทั้งสองคนหันมามองมีนตราด้วยสายตาไม่พอใจ
