บทที่4 : อัลกอริทึมลวงโลก (The Phantom Registry)
แฟ้มคดีสังเขป (Case File)
ผู้เสียหาย: 'นายรัฐภูมิ ศิริวิจิตร' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลและสวัสดิการสังคม ผู้ผลักดันและเป็นหัวเรือใหญ่ในการเปิดตัวแอปพลิเคชันลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาแห่งรัฐโครงการ "ประชาร่วมใจ พลัส"
คดีปมปริศนา: ในเช้าวันแรกที่มีการเปิดระบบลงทะเบียน ระบบเกิดการขัดข้องอย่างลึกลับ ตัวเลขผู้รับสิทธิ์พุ่งทะยานถึง 10 ล้านคนภายในเวลาเพียง 25 นาที ท่ามกลางเสียงร้องเรียนของประชาชนคนยากจนที่ถูกระบบดีดออกว่า "สิทธิ์เต็ม" หรือ "คุณสมบัติไม่ผ่าน" ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รัฐภูมิถูกพบเป็นศพนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักในห้องควบคุมเซิร์ฟเวอร์ความมั่นคงสูงที่ปิดตาย ร่างกายของเขาถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพลง และที่หน้าผากถูกประทับตราด้วยหมึกสีดำเข้มเป็นตัวเลขสถิติ "13.2"
ปมผูกโยงจักรวาล (Easter Egg): บนโต๊ะทำงานของเหยื่อ มีการ์ดสีดำสลักข้อความด้วยลายมืออันคุ้นตาว่า "เมื่อแก้วที่ร้าวถูกทุบจนแตกละเอียด เศษกระจกย่อมบาดลึกถึงผู้ที่ถือมันไว้... ความมืดไม่ได้สลักอยู่แค่บนเนื้อหนังของลูกแกะ แต่สลักอยู่ในรหัสลับที่พวกคุณบิดเบือน" ซึ่งคำว่า 'แก้วที่ร้าวถูกทุบจนแตกละเอียด' เป็นประโยคสะท้อนที่ ดร.หัตถา เคยกล่าวไว้ในคดีตระกูลสิงหราชเมื่อหนก่อน
ฉากที่ 1: ระบบล่มและลมหายใจที่ขาดช่วง
เสียงคีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวเร็วปานพายุบวกกับเสียงตะโกนข้ามห้องของเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ ดังก้องอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งชาติ เสียงเตือนสีแดงกระพริบถถี่บนจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ที่แสดงผลจำนวนผู้ลงทะเบียนโครงการ "ประชาร่วมใจ พลัส" โครงการแจกเงินสวัสดิการแห่งรัฐที่ประชาชนทั้งประเทศเฝ้ารอคอย
"สิบล้านสิทธิ์เต็มภายในยี่สิบห้านาที! เป็นไปไม่ได้! นี่มันบั๊กในระบบหรือมีคนยิงบ็อตถล่มระบบเรากันแน่!" หัวหน้าทีมวิศวกรระบบตะโกน ลำคอแห้งผาก
ขณะที่ภายนอกอาคาร ฝูงชนเริ่มหนาแน่นและสื่อมวลชนกำลังรุมซักฟอกเจ้าหน้าที่เรื่องความไม่โปร่งใส เพราะประชาชนที่ยากจนจริงๆ กลับไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันได้ ระบบแจ้งว่า 'คุณสมบัติไม่ผ่าน' บ้าง หรือ 'ระบบกำลังตรวจสอบ 3 วัน' จนสิทธิ์ถูกช่วงชิงไปโดยบัญชีผีดิบจำนวนมหาศาล
ร้อยตำรวจเอกหญิง วารี ก้าวเข้ามาในตึกสถาปัตยกรรมโมเดิร์นอันเย็นเยือกทว่ากรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เธอไม่ได้มาเพื่อกู้ระบบคอมพิวเตอร์ แต่เธอมาเพราะ 'รหัสแดง' ที่ส่งตรงจากห้องควบคุมหลักชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดที่ต้องใช้การสแกนเรตินาและลายนิ้วมือของรัฐมนตรีและผู้ดูแลระบบขั้นสูงเท่านั้นถึงจะผ่านเข้าไปได้
ประตูเหล็กกล้าหนาเกือบหนึ่งฟุตถูกเปิดออกด้วยระบบรหัสสำรองฉุกเฉิน บรรยากาศภายในห้องควบคุมนั้นเย็นจัดจนเห็นลมหายใจเป็นไอขาว แสงสีฟ้าจากไฟ LED ของตู้เซิร์ฟเวอร์ส่องกระทบเงาร่างหนึ่งที่นั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ทำงานหลังโต๊ะจอมอนิเตอร์โค้ง
รัฐภูมิ ศิริวิจิตร รัฐมนตรีหนุ่มผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการโฆษณาภาพลักษณ์ 'ความเท่าเทียมทางดิจิทัล' บัดนี้กลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณ คอของเขาเอียงพับไปด้านหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ข้อมือและข้อเท้าถูกมัดแน่นหนาด้วยสายเคเบิลไทร์หนาแน่น บนหน้าผากของเขาปรากฏรอยปั๊มหมึกสีดำขนาดใหญ่ เป็นตัวเลข "13.2" ซึ่งเป็นตัวเลขจำนวนประชากรยากจน 13.2 ล้านคนในฐานข้อมูลเดิมที่เขาเคยประกาศว่าจะคัดกรองออกด้วย "ตะแกรงอัจฉริยะ" ของระบบใหม่
"ผู้กองครับ..." หมวดคมยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้วารีด้วยมือที่สั่นเทา "เราพบสิ่งนี้วางอยู่บนคีย์บอร์ดของเหยื่อ"
มันคือการ์ดกระดาษสีดำสนิท มีข้อความสลักด้วยปากกาเจลสีเงินระยิบระยับ ลายมือตวัดหวัดทว่าเฉียบคม: “เมื่อแก้วที่ร้าวถูกทุบจนแตกละเอียด เศษกระจกย่อมบาดลึกถึงผู้ที่ถือมันไว้... ความมืดไม่ได้สลักอยู่แค่บนเนื้อหนังของลูกแกะ แต่สลักอยู่ในรหัสลับที่พวกคุณบิดเบือน”
วารีรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านผ่านไขสันหลัง ประโยคแรกนั้นคือคำพูดของ ดร.หัตถา ที่เคยพูดกับเธอในห้องกระจกนิรภัยเมื่อคดีก่อนหน้าไม่มีผิดเพี้ยน! ฆาตกรรายนี้กำลังส่งสารท้าทาย และปมปริศนาในห้องปิดตายแห่งนี้ก็ซับซ้อนเกินกว่าที่ตรรกะของคนทั่วไปจะหยั่งถึง ประตูห้องล็อกแน่นหนา ระบบความปลอดภัยบันทึกว่ามีเพียงรัฐภูมิคนเดียวที่เดินเข้ามาในห้องนี้เมื่อสองชั่วโมงก่อน แล้วฆาตกรเข้ามา... และออกไปได้อย่างไรโดยไม่ทิ้งร่องรอยในระบบกล้องวงจรปิด?
