บทที่5 : อัลกอริทึมลวงโลก (The Phantom Registry)
ฉากที่ 2: บทสนทนาในความมืดที่สว่างโร่
หน้าต่างกระจกนิรภัยห้าชั้นของสถานพยาบาลจิตเวชขั้นเด็ดขาดยังคงกั้นกลางระหว่างความจริงและความบ้าคลั่ง วารีนั่งลงบนเก้าอี้เหล็ก แววตาของเธอเหนื่อยล้าทว่าแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวที่มากกว่าเดิม ข้างนอกฝนหยุดตกแล้ว แต่ความมืดมิดในใจของเธอยังคงทำหน้าที่ของมัน
ดร.หัตถา ในชุดสีเทาตัวเดิมนั่งกอดอก ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องมองรอยคล้ำใต้ตาของเจ้าหน้าที่สาวอย่างพินิจพิเคราะห์ เขายิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้วารีรู้สึกเหมือนกำลังเปลือยกายต่อหน้าผู้รู้แจ้ง
"คุณกลับมาเร็วกว่าที่ผมคิดไว้ วารี" น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลราวกับเสียงดนตรีบำบัด "คราวนี้สิงโตไม่ได้กัดกันเองในฝูงแล้วสินะ แต่เป็น... 'ตาข่าย' ที่ล่าสิงโตเสียเองใช่ไหม?"
"คุณรู้เรื่องการ์ดใบนี้ใช่ไหม หัตถา?" วารีชูถุงซิปล็อกที่มีการ์ดสีดำขึ้นแนบกระจก "ลายมือของคุณ... หรืออย่างน้อยก็เป็นข้อความที่คุณเคยพูด"
ดร.หัตถาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวใจของเขาผ่านเครื่องบันทึกเสียงดูสม่ำเสมอจนน่าประหลาด "ความคิดของผมเหมือนสปอร์ของเห็ดราครับผู้กอง เมื่อมันถูกปล่อยออกไปในอากาศ มันจะไปเติบโตในจิตใจของคนที่หิวกระหายความแค้นเหมือนกัน รอยปั๊ม '13.2' บนหน้าผากของรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ... ช่างเป็นการประชดประชันที่เปี่ยมด้วยศิลปะ คุณไม่คิดอย่างนั้นหรือ?"
"ระบบล็อกหนาแน่น ไม่มีใครเข้าออกได้ กล้องวงจรปิดจับภาพใครไม่ได้เลยนอกจากผู้ตาย" วารีโน้มตัวไปข้างหน้า "บอกฉันมา... ฆาตกรทำได้อย่างไร?"
"คุณมักจะมองหา 'คน' ที่เดินผ่านประตูเสมอ วารี นั่นคือจุดอ่อนของนักสืบแบบคุณ" ดร.หัตถาขยับแว่นสายตา "ในโลกดิจิทัล ประตูไม่ได้ทำจากไม้หรือเหล็ก แต่มันทำจาก 'รหัส' บัญชีผีสิบล้านบัญชีที่พุ่งเข้ามาในระบบภายในยี่สิบห้านาทีนั้นน่ะ... คุณคิดว่ามันเป็นแค่ตัวเลขในอากาศเหรอ? ฆาตกรไม่ได้เดินเข้าห้องนั้นหรอกครับ... รัฐภูมิต่างหากที่เป็นคน 'เชิญ' เขาเข้าไปเอง"
"เชิญเข้าไป?" วารีขมวดคิ้ว
"มนุษย์เราน่ะ เวลาสร้างเรื่องโกหกคำโตเพื่อโกงกินหยาดเหงื่อของคนยากจน มักจะต้องมี 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' เสมอ" ดร.หัตถาสบตาวารีนิ่ง แววตาแฝงความลึกล้ำ "รัฐภูมิไม่ได้สร้างอัลกอริทึมคัดกรองนั้นด้วยตัวเอง เขามี 'สถาปนิกเงียบ' คนหนึ่ง... คนที่รู้ว่าระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องทุนใหญ่ และทอดทิ้งคน 13.2 ล้านคนให้ตายทั้งเป็น ข้อแลกเปลี่ยนสำหรับคำใบ้ต่อไปล่ะผู้กองวารี?"
วารีสูดหายใจลึก เธอกลืนน้ำลายเหนียวหนืด "คุณต้องการอะไรอีก?"
"ในคืนที่คดีตระกูลสิงห์จบลง... คุณเก็บหน้าบันทึกสุดท้ายของสมุดปกดำไว้ใช่ไหม? หน้าที่มีชื่อของผม" ดร.หัตถายิ้มกว้าง แววตาประกายวาบ "ผมอยากรู้... ตอนที่คุณเห็นชื่อของผมร่วมมือกับตระกูลนั้น คุณรู้สึกผิดหวังในตัวผม หรือคุณรู้สึก 'ตื่นเต้น' ที่รู้ว่าเราสองคนมีความเกี่ยวพันกันลึกซึ้งกว่าที่คิด?"
วารีนิ่งอึ้ง มือของเธอเย็นเฉียบ เธอไม่คิดว่าดร.หัตถจะรู้เรื่องบันทึกที่เธอซ่อนไว้ "ฉันไม่เคยตื่นเต้นกับความโสมม... ฉันแค่เก็บมันไว้เพื่อเป็นหลักฐานจับคุณในข้อหาอื่นเพิ่มต่างหาก"
"โกหกได้ไม่เนียนเลยครับ แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของคุณ" ดร.หัตถาลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเคาะนิ้วลงบนกระจกตรงตำแหน่งหัวใจของวารี "กลับไปดู 'ตะแกรงคัดกรอง' ที่พวกเขาภาคภูมิใจนักหนาสิครับ คนที่เขียนโค้ดตัดสิทธิ์คนจน... คือคนเดียวกับคนที่ตัดสายลมหายใจของรัฐภูมิ ระบบทํางานอัตโนมัติ (Automation) ไม่ได้ใช้แค่แจกเงิน แต่มันใช้ฆ่าคนได้ด้วย ถ้ารหัสสั่งการถูกตั้งเวลาไว้ล่วงหน้าจากระยะไกล!"
