ตอนที่ 4 ช่วยเหลือคนแปลกหน้า
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือคนแปลกหน้า
อิ้งเหย่เดินลงเขาอย่างขะมักเขม้นเพราะเจ้าร่างกายเดิมนี้ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ทว่าเมื่อนางเดินมาเรื่อย ๆ หูพลันได้ยินเสียงโอดครวญ ส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ในพุ่มไม้ไม่ไกลจากทางเท่าไหร่นัก
“โอ้ย... ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย” เสียงแหบพร่าเสมือนไร้เรี่ยวแรงหากเปรียบก็คงเหมือนคนที่กำลังจะหมดลมหายใจ อิ้งเหย่หยุดคิดเล็กน้อยลองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ หากคนผู้นี้เป็นโจรป่าวางแผนให้นางตายใจแย่งสมุนไพรไปจะทำอย่างไร เมื่อคิดเช่นนั้นความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวในใจสองเท้าชะงักอีกครั้ง
‘ดวงตะวันคล้อยต่ำแล้ว อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยถ้ากลับค่ำมีหวังถูกโบยตีแน่นอน’ อิ้งเหย่คิดในใจกำลังจะหันเท้าไปอีกทาง แต่เสียงคร่ำครวญของบุรุษดังขึ้นอีกครั้ง
“ช่วยด้วย หากช่วยข้า ข้าจะตอบแทนทุกอย่างไม่ว่าจะต้องการสิ่งใด” สองเท้าหยุดเดินทันทีคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
‘จะช่วยดีมั้ยนะ ถ้าหากช่วยเขาครั้งนี้วันข้างหน้าจะให้เขาช่วยเหลือก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี คนยุคนี้เรื่องบุญคุณนั้นยิ่งใหญ่เหมือนความกตัญญูต่อบิดามารดา เอาว่ะ เป็นไงเป็นกันลองดู’ อิ้งเหย่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดหันหลังกลับมาเดินไปดูทางต้นเสียงอีกครั้ง แม้จะช่วยเขาแต่นางเองก็ยังไม่มั่นใจว่าคนที่จะช่วยนั่นคือคนที่กำลังรอความช่วยเหลือหรือโจรป่ากันแน่ เมื่อมาถึงต้นเสียงดวงตาของนางเบิกโพลงโต ชายรูปร่างสูงโปร่งนอนพิงใต้พุ่มไม้ มือของเขากุมที่หน้าท้อง มีเลือดไหลรินออกมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุดใบหน้าซีดเซียวหายใจโรยริน นางไม่ได้เข้าไปช่วยในทันทีมองซ้ายมองขวาเพื่อความมั่นใจ และดูเหมือนสายตาเฉียบแหลมของเขาจะรู้ว่าในใจของนางกำลังคิดอะไรอยู่
“ไม่มี ไม่มีผู้ใดตามข้ามา” เขาบอกนางอย่างอ่อนแรงหลุบตาลงช้า ๆ ลมหายใจหอบเหนื่อย อิ้งเหย่วางตะกร้าลงพื้น รีบหยิบสมุนไพรฉั่งฉิกออกมา มองไปรอบ ๆ รอบข้างมีก้อนหินขนาดใหญ่ นางไม่รอช้ารีบนำยาไปวางใช้หินก้อนเล็กทุบจนสมุนไพรละเอียด เดิมทีหญ้าฉั่งฉิกจะต้องไปตากบดละเอียดใช้ผงมาทาที่บาดแผลถึงจะออกฤทธิ์ได้ดีกว่า แต่เมื่อความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า นางจึงตัดสินใช้เป็นหญ้าฉั่งฉิกสดบดละเอียด มือเล็กหยิบมีดออกจากตะกร้า ใช้มีดตัดอาภรณ์ของเขาออกให้สะดวกในการทำแผล ยามนี้ชายอยู่นอนอยู่ตรงหน้าไม่มีเรี่ยวแรงหายใจเชื่องช้า สะลึมสะลือรอรับการช่วยเหลือจากเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตรงหน้า การทำแผลไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนาง ผู้หญิงที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน นางดึงฉีกปลายเสื้อของตนในส่วนที่สะอาดที่สุดนำน้ำในกระบอกไม้ไผ่เทใส่ผ้าเช็ดบาดแผลของเขาอย่างเบามือ ร่างเล็กตกใจเล็กน้อยที่เห็นบาดแผลของเขาเมื่อคราบเลือดถูกเช็ดด้วยผ้าสะอาด บาดแผลของเขาค่อนข้างลึก นางไม่ได้ตกใจนานรีบนำฉั่งฉิกที่บดละเอียดมาทาลงบนแผล ก่อนจะคิดหาหนทางให้เขาคลายความเจ็บปวด หญ้าชนิดนี้สามารถต้มน้ำดื่มเพื่อรักษาภายในไม่ให้เลือดคั่งค้าง
“ท่านเจ็บมากหรือไม่ ช่วยอดทนรอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่เดี๋ยวข้าจะกลับมา” แม้ว่าสติไม่เต็มส่วนนักเพราะความเจ็บปวดโลดแล่นในร่างกาย แต่เขาก็รีบพยักหน้าตอบกลับนาง อิ้งเหย่เห็นอย่างนั้น รีบลุกขึ้นก้าวเท้าไปหาต้นไม้ใหญ่ ๆ เพื่อหลบซ่อนก่อนจะหลับตาลงลูบปานเบา ๆ เพื่อกลับมิติ หากเป็นอย่างที่อ้ายเซินกล่าวมา เวลาข้างในจะเร็วกว่าข้างนอก อิ้งเหย่กลับเข้ามาในมิติอีกครั้ง นางรีบไปจุดไฟที่เตาอังโล่ นำหญ้าฉั่งฉิกมาล้างหั่นต้มลงในหม้อที่เติมน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษ อ้ายเซินได้กลิ่นควันไฟ ดวงตาที่หลับสนิทก็ลืมขึ้น คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย แม้ว่าเวลาข้างนอกจะช้ากว่าแต่ถึงกระนั้นนางคงยังไปไม่ถึงตลาด มีเรื่องอะไรถึงกลับเข้ามาในมิติและยังมาจุดไฟอีก เขารีบกระโดดลงจากต้นไม้วิ่งไปที่กระท่อมหลังเล็กทันที
“อิ้งเหย่ เจ้ากลับมาทำอะไรที่นี่หรือว่ามารดาของเจ้าตบตีเจ้าอย่างนั้นหรือ ? นั่นเจ้ากำลังต้มหญ้าฉั่งฉิกหรือว่าเจ้าถูกโบยจนเลือดคั่ง กระอักเป็นเลือดอย่างนั้นหรือ โหดร้าย โหดร้ายเกินไปแล้ว”
“ข้าตกใจหมดเลย คิดว่าผู้ใดข้ายังไม่ได้ไปที่ตลาดเสียด้วยซ้ำ พอดีระหว่างทางไปที่ตลาดข้าพบเจอคนบบาดเจ็บนะ ข้าเลยตั้งใจจะช่วยเขา”
“เจ้ามันใจดีเกินไปแล้ว หากเขารู้มิตินี่เล่าจะเกิดอันใดขึ้น”
“เขาไม่มีทางรู้หรอกนะ คนกำลังจะตายหายใจโรยรินเช่นนั้นแม้แต่แรงจะพูดยังไม่มีจะรู้เรื่องที่ข้าเข้ามาในมิติได้อย่างไรเล่า ที่ข้าช่วยเพราะข้ามีเหตุผล อย่างที่เจ้ารู้ภารกิจของข้าคือเปลี่ยนแปลงชะตากรรม เขารับปากหากข้าช่วยเขา เขายินดีจะตอบแทนข้าทุกอย่าง นั่นคือหมากตัวหนึ่งที่ข้าจะใช้ในยามคับขัน อีกอย่างข้ามิอาจจะทิ้งคนกำลังร้องขอความช่วยได้หรอกนะ เพราะข้าเข้าใจดีว่าการที่เจ็บปวดใกล้จะตายเป็นเช่นไร” ดวงตาของอิ้งเหย่เศร้าลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงชีวิตของตัวเองที่นอนรอความตายในโรงพยาบาล อ้ายเซินจึงไม่ได้เอ่ยถามต่อเฝ้ามองนางจนนางทำทุกอย่างเสร็จ เทน้ำยาใส่ขวดเล็ก ๆ ที่นางนึกคิดออกมาจากมิติ และไม่ลืมที่จะหยิบยาแก้ปวดลดอาการบาดเจ็บออกไป
เมื่อกลับมาข้างนอกมิติ นางมองดูดวงอาทิตย์อีกครั้งโชคดีที่ดวงอาทิตย์ยังอยู่ที่เดิม เป็นอย่างที่อ้ายเซินกล่าวเวลาข้างในแม้จะรวดเร็วแต่ข้างนอกช้ากว่า 3 เท่า ร่างเล็กถือขวดยาวิ่งไปหาชายแปลกหน้า เขายังคงนอนใบหน้าซีดเซียว
“ข้ามาแล้ว นี่ ๆ ท่านกลั้นใจดื่มสิ่งนี้ลงไปหน่อยนะ มันจะช่วยแก้ฟกช้ำข้างใน ส่วนยานี้ท่านกลืนลงพร้อมน้ำยาก็คงจะดีไม่น้อย” อิ้งเหย่ย่อตัวลงยื่นขวดยาและยาแก้ปวดแก้ให้แก่เขา เขาดูเหมือนไม่มีแรงด้วยซ้ำ นางต้องช่วยประคองศีรษะของเขาให้ลุกขึ้นพอนั่งดื่มยาได้ เขาดื่มยาอย่างไม่ลังเลและเชื่อมั่นว่าเด็กหญิงผู้นี้จะช่วยเขาได้
เขากินครบทุกอย่าง นางจึงประคองเขาลงนอนที่เดิม นางช่วยได้เพียงเท่านี้หากยังคงอยู่กับเขาเช่นนี้อาจจะเป็นนางเองที่จะเอาชีวิตไม่รอด
“ข้าช่วยท่านได้เพียงเท่านี้ จะเป็นหรือตายอยู่ที่โชคชะตาของท่านแล้ว ข้าต้องไปแล้ว”
“ดะ..เดี๋ยว ๆ เจ้ามีนามว่าอันใด หากข้ารอดจากการตายในครั้งนี้ข้าจะทำตามคำขอของเจ้าตามที่สัญญาเอาไว้"
“จางอิ้งเหย่ ข้ามีนามว่าจางอิ้งเหย่” อิ้งเหย่สะพายตะกร้าขึ้นหลังหันมามองเขาอีกครั้งพร้อมบอกชื่อแซ่ของตน
“ข้าจะจดใจไว้ว่าชีวิตของข้าติดหนี้เจ้าแล้วจางอิ้งเหย่” เขาเอ่ยเพียงเบา ๆ จ้องมองแผ่นหลังของเด็กหญิงเดินห่างออกไป ก่อนที่เขาจะหมดสติลง
